posttoday
ดัดหลังรพ เอกชน พาณิชย์เล็งคุมราคา - ดันโชว์เมนูค่ารักษาผ่านเว็บ

ดัดหลังรพ เอกชน พาณิชย์เล็งคุมราคา - ดันโชว์เมนูค่ารักษาผ่านเว็บ

16 พฤษภาคม 2558

ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณการร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ารักษาแพง

ภายหลังนายกรัฐมนตรีได้ส่งสัญญาณการร้องเรียนโรงพยาบาลเอกชนคิดค่ารักษาแพง ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) ได้เชิญตัวแทนกรมบัญชีกลาง กรมการค้าภายใน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) แพทยสภา สภาเภสัชกรรม รวมถึงหน่วยงานสังกัดกระทรวงร่วมหาข้อสรุปการแก้ปัญหาค่ารักษาพยาบาลแพงเกินจริง

ที่ประชุมได้กำหนดการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ระยะสั้น จะใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล ซึ่งให้อำนาจไว้อยู่แล้วว่า สถานพยาบาลทุกแห่งต้องขึ้นทะเบียนกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) จะต้องแสดงค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นๆที่ผู้ใช้บริการต้องจ่าย รวมถึงราคาค่าประกอบหัตถการอื่นๆ

หลังจากนี้จะนำราคาค่าบริการโรงพยาบาลเอกชนแต่ละแห่งแสดงผ่านเว็บไซต์ของกระทรวงให้ประชาชนสามารถเปรียบเทียบค่ารักษาของโรงพยาบาลแต่ละแห่ง โดยจะเริ่มได้ภายใน 1 เดือน นอกจากนี้ได้มอบให้ สบส.ประสานให้โรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งต้องชี้แจงข้อมูลค่ารักษาพยาบาลด้านต่างๆ ก่อนประชาชนจะเข้าใช้บริการ พร้อมทั้งเปิดให้ประชาชนสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วน 1166 ของ สคบ. สายด่วน 1330 ของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และเบอร์โทร. 02-193-7999 ของ สบส. 

สำหรับการใช้สิทธิกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลเอกชน สธ.จะเร่งประกาศให้บริการการแพทย์ฉุกเฉินเป็นราคาควบคุมตาม พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการเสริมจากนโยบายที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ โดย สปสช.จะดำเนินการ เพื่อให้ผู้ป่วยฉุกเฉินไม่ต้องจ่ายค่าบริการ คาดว่าจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้ภายใน 1 เดือน

ระยะกลาง จะใช้กลไกของ พ.ร.บ.ราคาสินค้าและบริการเช่นกัน โดยเฉพาะราคายาแม้เป็นสินค้าควบคุมอยู่แล้ว แต่จะดำเนินการให้ยาทุกชนิดต้องปิดป้ายว่ามีราคาเท่าไร โดยจะตั้งคณะทำงานจากทุกภาคส่วน รวมถึงภาคเอกชน ร่วมกำหนดราคามาตรฐานที่พิจารณาจากต้นทุน และกำไรที่เพิ่มจากต้นทุนของยาแต่ละชนิด แนวทางนี้จะเริ่มจากยาที่มีราคาแพงเป็นอันดับแรก ซึ่งจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติ ที่มี ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกฯ เป็นประธานต่อไป

ระยะยาว จะหารือกับโรงพยาบาลเอกชน เพื่อใช้ทรัพยากรของฝ่ายเอกชนในการรักษาพยาบาลให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งนี้จะเชิญสมาคมโรงพยาบาลเอกชนมาหารือภายในสัปดาห์หน้า

บุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า คณะทำงานที่จะตั้งขึ้นมาควบคุมราคายาจะพิจารณารายละเอียดว่ามียากลุ่มใดที่จะต้องดูแลให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน เมื่อได้ข้อสรุปภายใน 1 เดือน จะเสนอต่อคณะกรรมการยาแห่งชาติ หากคณะกรรมการยาฯ เห็นชอบข้อเสนอทางกระทรวงพาณิชย์จะประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาออกประกาศบังคับใช้ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งสินค้ายาอยู่ในบัญชีควบคุมอยู่แล้ว

“มาตรการทางกฎหมายที่จะใช้ดูแลราคายาและค่ากษาพยาบาลตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 สามารถกำหนดเพดานราคาสูงสุด รวมถึงการกำหนดผลกำไรต่อหน่วยของสินค้าและบริการชนิดนั้น รวมทั้งยังสามารถกำหนดพื้นที่และระยะเวลาในการควบคุมราคา ซึ่งเบื้องต้นเห็นว่าการกำหนดกำไรต่อหน่วยน่าจะเป็นแนวทางที่เป็นไปได้มากสุด เนื่องจากต้นทุนของยาแต่ละชนิดและค่ารักษาพยาบาลแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน” อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าว

ด้านภาคเอกชนเห็นต่างต่อข้อเสนอการควบคุมค่ารักษาพยาบาล โดย นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตรผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน เห็นว่าจะผิดกฎการค้าเสรี และจะทำให้ความสามารถในการแข่งขันของโรงพยาบาลไทยลดลง เนื่องจากโรงพยาบาลเอกชนไม่ได้นำภาษีประชาชนมาลงทุน แต่มาจากผู้ถือหุ้นและค่าบริการที่จะนำกลับมาพัฒนาโรงพยาบาลให้มีคุณภาพที่ดีขึ้น จึงมีต้นทุนที่ต่างจากโรงพยาบาลของรัฐ

“แต่เห็นด้วยหากให้โรงพยาบาลต่างๆ แจกแจงค่าบริการแต่ละประเภทให้ละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีสิทธิรู้ก่อนเลือกใช้บริการ และสามารถร้องเรียนได้หากโรงพยาบาลไม่บอกเหตุผลที่แท้จริง หรือคิดค่ารักษาเกินความเป็นจริง รักษาเกินกว่ามาตรฐาน ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ส่วนค่าแพทย์แต่ละคนก็แตกต่างกันไป ไม่ต่างจากศิลปิน

“เป็นไปได้ที่เอกชนจะแจกแจงค่าแพทย์แต่ละคน เพื่อให้ผู้บริโภคเลือกเองว่าจะใช้บริการแพทย์คนไหน บางคนอาจยอมจ่ายแพงแลกแพทย์ที่เชี่ยวชาญมาก หรือจะเลือกแพทย์ที่มีค่าแพทย์ถูกกว่า โรงพยาบาลเอกชนเป็นเหมือนทางเลือกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่สามารถไปรอคิวโรงพยาบาลรัฐมาใช้บริการได้ ก็เหมือนธุรกิจโรงแรมมีระดับ 5 ดาว 3 ดาว เกสต์เฮาส์ แล้วแต่ผู้บริโภคจะเลือก ซึ่งบริการแต่ละระดับก็ต่างกันไป หรือสายการบินที่มีชั้นเฟิสต์คลาส บิซิเนสคลาส อีโคโนมี ให้ผู้บริโภคเลือก” นพ.วิโรจน์ กล่าว

ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล กรรมการผู้จัดการ โรงพยาบาลวิภาวดี ระบุว่า ยินดีหากภาครัฐจะเข้ามาดูต้นทุน ค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ต้องรายงานข้อมูลเหล่านี้อยู่แล้ว แต่หากจะควบคุมค่ายาก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับโรงพยาบาลด้วย ที่ผ่านมาธุรกิจโรงพยาบาลไม่เคยทำกำไรได้เกิน 12% ของรายได้ทั้งหมด

ทั้งนี้ ล่าสุด บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการโรงพยาบาลใหญ่ที่สุด โดยมีโรงพยาบาลในเครือกว่า 40 แห่ง ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้ในไตรมาสแรกของปี 2558 จำนวน 15,748 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสแรกของปี 2557 การเพิ่มขึ้นของรายได้เกิดจากค่ารักษาพยาบาล 10% จากค่ารักษาพยาบาลของโรงพยาบาลเครือข่ายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8% จากโรงพยาบาลเครือข่ายในต่างจังหวัด 12% โดยในไตรมาสแรกของปี 2558 บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 2,289 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% เทียบกับไตรมาสแรกของปี 2557

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท