สมช.รับได้ข่าวแจ้งเตือนก่อนบึ้มป่วนยะลา
สมช.รับบึ้มป่วน16 จุดยะลา การข่าวมีแจ้งเตือน แต่ไปป์บอมบ์ระวังยาก เผย สตช.หามาตรการ ป้องปรามคนสวมหมวกกันน็อค
สมช.รับบึ้มป่วน16 จุดยะลา การข่าวมีแจ้งเตือน แต่ไปป์บอมบ์ระวังยาก เผย สตช.หามาตรการ ป้องปรามคนสวมหมวกกันน็อค
วันนี้(15พ.ค.)เมื่อเวลา 15.30 น.ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมคณะกรรมการอำนวยการูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักาความงบแห่งชาติ(คสช.)เป็นประธานว่า ว่า ในที่ประชุมมีการตรวจสอบสถานการณ์และความร่วมมือของกลุ่มคนที่จะเข้ามาพูดคุยสันติสุข ซึ่งเป็นไปในทางที่ดี รวมทั้งประชาชนในพื้นที่หลายฝ่ายก็เห็นพ้องว่าการพูดคุยเป็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ดีที่สุด และองค์การระหว่างประเทศก็รับทราบถึงโครงการที่เราทำอยู่
ในส่วนของ เหตุการณ์ระเบิด16 จุดที่ จ.ยะลา จะเป็นฝีมือของกลุ่มใดนั้น เราไม่อยากคาดเดา แต่ในแง่ข่าวเชิงลึกยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนอยู่ ก็น่าจะพอรู้ในเชิงของการสืบสวน ส่วนเรื่องพยานหลักฐานก็ต้องให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และกอร.มน.ภาค 4 ส่วนหน้าจัดการ ซึ่งกลุ่มที่ปฏิบัติการเป็นการก่อกวน เป็นระเบิดขนาดเล็กนำไปวางตามจุดต่างๆ โดยภาพจากกล้องวงจรปิด ตนเห็นภาพไม่ชัด แต่เห็นว่าเป็นไอ้โม่ง ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)กำลังหามาตรการในการช่วยเหลือประชาชนด้านความปลอดภัย เช่นเรื่องการใช้หมวกกันน็อคของพวกอาชญากรทั้งหลาย ซึ่งไม่ใช่แค่ในพื้นที่ แต่เป็นในทุกจังหวัด ทั้งบริเวณร้านสะดวกซื้อ ร้านทอง เป็นเรื่องที่สตช.ต้องกลับไปทบทวนปรับปรุง
ทั้งนี้ ในด้านการข่าวเราติดตามอยู่ มีการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือน แต่ปฏิบัติการที่ผู้ก่อเหตุก่อในลักษณะที่เป็นไปป์บอมบ์ วางจุดเล็กๆน้อยแล้วเดินหนีไป เป็นการเฝ้าระวังที่ลำบาก แต่นายกฯและพล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม ได้สั่งการกำชับกอรมน.ภาค4 ส่วนหน้า และสตช.ให้ปฏิบัติการมากขึ้น ซึ่งการปฏิบัติการในพื้นที่ก็น่าสงสารเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่หลายฝ่ายระบุว่ากรปฏิบัติการนั้นเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น มุมมองของสมช.มองต่างกัน ซึ่งตนคิดว่าทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และประชาชน ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยกลุ่มที่ใช้ความรุนแรงมากกว่า เรื่องเหล่านี้องค์กรระหว่างประเทศไม่ค่อยรับรู้ เพียงแต่มองในทางลบว่ารัฐเป็นผู้มีอำนาจแล้วใช้อำนาจ ซึ่งข้อเท็จจริงนั้นรัฐลงไปปกป้องประชาชน ตามข่าวก็จะเห็นว่าเราเป็นผู้ถูกกระทำโดยตลอด แต่การกระทำนั้นเข้าใจว่ากลุ่มที่เห็นต่างต้องการแสวงหาทางออก ซึ่งนายกฯก็กำลังหาทางออกให้ด้วยกระบวนการพูดคุยสันติสุข ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่สุด
"ระยะของการพูดคุยหารือกับผู้อำนวยความสะดวก มีความใกล้กันมาก มีการวางกลุ่มเพื่อรวบรวมกลุ่มคนตามที่ข่าวออกมาว่ากลุ่มไหนบ้าง ซึ่งยังมีอีกหลายกลุ่มที่อาจจะยังไม่ครบเครื่อง ท่านนายกฯก็สี่งการว่า อันไหนแก้ปัญหาได้ก่อนให้เร่งดำเนินการ เพื่อสันติสุขที่จะเกิดขึ้น และเห็นความตั้งใจจริงของรัฐบาล ซึ่งเราต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของรัฐบธรรมนูญและกฏหมาย ผมคิดว่าทางมาเลเซียเองก็พยายามรวบรวมรายชื่อกลุ่มให้มากที่สุดเท่าที่ทำได้ และต้องไปหากลุ่มที่มีศักยภาพ เมื่อพูดคุยแล้วต้องได้คำตอบ ต้องให้เครดิทกับาเลเซีย"นายอนุสิษฐ กล่าว







