
"ธัมมชโย"ป่วยหลายโรคเลื่อนนัดคดีสหกรณ์ฯคลองจั่น
ดีเอสไอ แถลง"พระธัมมชโย" ขอเลื่อนนัดคดีสหกรณ์ฯคลองจั่นอ้างป่วยหลายโรค จนท.พบอีก9สัญญากู้ปลอม
ดีเอสไอ แถลง"พระธัมมชโย" ขอเลื่อนนัดคดีสหกรณ์ฯคลองจั่นอ้างป่วยหลายโรค จนท.พบอีก9สัญญากู้ปลอม
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.ท.สมบูณร์ สาระสิทธิ์ ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษ 3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวะกุล ผอ.ส่วนตรวจ 2 สำนักเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ในฐานะหัวหน้าชุดสืบสวนร่องรอยทางการเงิน และพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ แถลงผลการประชุมติดตามผลคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ครั้งที่ 12/2558 โดยมีนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เป็นประธาน
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวถึงกรณีการออกหมายเรียกการเข้าให้ปากคำของพระธัมมชโย ว่า ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (15 พ.ค.) นายสัมพันธ์ เสริมชีพ ทนายความส่วนตัวของพระธัมมชโย ได้เดินทางมายื่นหนังสือขอเลื่อนเข้าให้ปากคำของพระธัมมชโย พร้อมยื่นเอกสารใบรับรองแพทย์จากสหคลินิครัตนเวชย์ ตั้งอยู่เลขที่ 23/2 ม.7 ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยมี ร.ท.นพ.ชูชัย พรพัฒนาพันธุ์ เป็นผู้ออกใบรับรองแพทย์ โดยระบุว่า พระธัมมชโยมีอาการป่วยเป็นหลอดเลือดดำอุดตันที่บริเวณโคนขา และเป็นโรคเบาหวาน จึงทำให้ไม่สามารถเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนได้ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าดีเอสไอจะเชิญ ร.ท.นพ.ชูชัย มาสอบปากคำว่ามีอาการป่วยจริงหรือไม่ หากมีอาการป่วยจริง ทางดีเอสไออาจจะต้องส่งพนักงานสอบสวนไปดำเนินการสอบปากคำที่วัดพระธรรมกาย
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับคดีที่ 146/2556 ที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วนั้น พบว่า มีผู้เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก โดยในที่ประชุมจึงมีมติว่า ในส่วนของการกระทำความผิดที่มีพยานหลักฐานสมบูรณ์แล้ว ให้สามารถแยกดำเนินการไปก่อน เช่น กรณีสัญญากู้เงิน ซึ่งเราได้ส่งเอกสารหลักฐานให้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ไปดำเนินการตรวจสอบ จนพบว่า มีสัญญากู้ 9 สัญญา ที่เป็นลายมือชื่อปลอม รวมมูลค่าประมาณ 4,200 ล้านบาท โดยลายมือชื่อปลอม 3 รายชื่อ ประกอบด้วย 1.นายเนาวพันธ์ุ พัฒนพันธ์ 2.นายสหพล สังข์เมฆ และ 3.นางจารุชา ติรกิจสุนทร
ด้าน พ.ต.ท.ปกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ขณะนี้เราจะดำเนินการนัดพยานที่สอบสวนไปแล้วมาสอบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งพยานใหม่ที่เราจะนัดมาสอบปากคำ รวมทั้งหมด 59 ปาก โดยจะนัดสอบปากคำระหว่างวันที่ 18 พ.ค.-23 มิ.ย.นี้ โดยพยานประกอบด้วย กลุ่มนิติบุคคล 28 ราย บุคคลธรรมดาและพระภิกษุสงฆ์ที่มีความเกี่ยวข้อง.
ทั้งนี้ ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ดีเอสไอจะเรียกนางฉลวย โพธิ์งาม และนายกิตติศักดิ์ แสงอรุณ ซึ่งเป็นกลุ่มนายหน้าที่ไปซื้อที่ดิน ที่อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จำนวน 2,000 ไร่ มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ให้กับนายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์ฯคลองจั่น ผู้ต้องหาในคดี นอกจากนี้ ในส่วนของ พระสุนันท์ ปัญญานันโท ซึ่งเป็นผู้รับเงินบริจาคจากสหกรณ์ฯคลองจั่นประมาณ 60 ล้านบาท ทางดีเอสไอก็จะเชิญมาสอบปากคำด้วย
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ในส่วนที่ดีเอสไอได้ดำเนินการยึดตู้คอนเทนเนอร์ จำนวน 7 ตู้ จากบ้านเลขที่ 55 บ้านใหญ่จอมแตง ม.11 ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นเทวสถานปฏิบัติธรรมองค์พระแม่มหาการี ปางประทานพรร่ำรวย ของนางประทุมพร บุตรศรี อายุ 48 ปี นั้น จากการเปิดตู้คอนเทนเนอร์พบหินแร่ลาพีส ลาซูลี น้ำหนัก 200,000 กิโลกรัม ซึ่งเป็นหินแร่ที่นิยมนำมาใช้เป็นเครื่องประดับหรือของมงคลมีค่า โดยราคาประเมินของหินแร่ชนิดนี้อยู่ที่ประมาณ 200 ล้านบาท หรือซื้อขายในตลาดทั่วไปกิโลกรัมละ 1,000 บาท ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นจากกรมศุลกากรไม่พบหลักฐานการนำเข้าอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าว ดีเอสไอจะแยกเป็นอีกสำนวนในการสอบสวนเฉพาะเรื่องนี้
พ.ต.ต.วรณัน กล่าวต่อว่า ในส่วนของอาคารยูทาวเวอร์ ซึ่งเป็นทรัพย์สินของสหกรณ์ฯคลองจั่น และเป็นที่พักของนายศุภชัย ซึ่งจากการตรวจสอบของฝ่ายบัญชีการเงิน พบว่า มีการนำอาคารยูทาวเวอร์ไปจำนองประกันหนี้เงินฝากกับสหกรณ์ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้น ได้ให้พนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการตรวจสอบว่าการนำอาคารดังกล่าวไปจำนองประกันหนี้เป็นการกระทำโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ หรือมีเจตนายักย้ายถ่ายโอนทรัพย์หรือไม่ นอกจากนี้ คดีที่ 64/2557 ซึ่งเป็นคดีที่พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้ส่งให้อัยการไปแล้ว คาดว่า ภายในสัปดาห์จะมีการสั่งฟ้อง







