
รัฐบาลเร่งเยียวยารายย่อยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น
ปีติพงษ์ตอบกระทู้เร่งเยียวยารายย่อยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เร่งออกมาตรการกำกับสหกรณ์ สอบบัญชี นำเข้าเครดิตบุโร ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ
ปีติพงษ์ตอบกระทู้เร่งเยียวยารายย่อยสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เร่งออกมาตรการกำกับสหกรณ์ สอบบัญชี นำเข้าเครดิตบุโร ป้องกันเกิดเหตุซ้ำ
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณากระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จำกัด ซึ่งถามโดยนายนิเวศน์ นันทจิต สนช.โดยระบุว่า จากปัญหาสหรกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่กระทบทั้งสมาชิกกว่า 5 หมื่นคน กระทบต่อไปเป็นลูกโซ่ ถึงสหกรณ์ที่เป็นเจ้าหนี้ โดยศาลล้มละลายกลางสั่งให้ฟ้ื้นฟูกิจการและทำแผนมาให้พิจารณา จึงข้อตั้งคำถามว่า 1.รัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหรือไม่ 2. รัฐบาลมีมาตรการกำกับดูแลสหกรณ์กว่า 8,000 แห่ง ไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำหรือไม่ และ 3. ปัญหาหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์มีระบบกลไกกำกับ แต่ของสหกรณ์จะมีหน่วยงานใดเข้ามาควบคุมไม่ให้เกิดกปัญหาเพราะ หนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ อยู่ที่ 1.6 ล้านล้านบาท หรือ 15 % ของ หนี้ครัวเรือน
นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวชี้แจงว่า ศาลได้มีคำสั่งฟื้นฟูสหรกรณ์และให้ส่งแผนการดำเนินการครั้งแรก วันที่ 7 ก.ค. สามารถเลื่อนได้สองครั้ง ซึ่งจะไม่เกิน วันที่ 7 ก.ย. ซึ่งมีมาตรการเยียวยาเบื้องต้น คือจากจำนวนสมาชิกเดือดร้อนทั้งหมดมีสมาชิกรายย่อยฝากเงินไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อราย 2.9 หมื่นรายรวม 42 ล้านบาท กลุ่มทีสอง สมาชิกรวย 8000 ล้านบาท กลุ่มสาม สหรกรณ์ 76 แห่ง ที่เอาเงินไปฝากสหกณ์เครดิตยูเนียนวงเงิน 7,500 ล้านบาท
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้ข้อให้ศาลเร่งให้ความช่วยเหลือสมาชิกรายย่อย โดยขอให้จ่ายเงินกู้ให้สมาชิกรายย่อย 2.9 หมื่นราย ซึ่งศาลให้อยู่ดุลพินิจสหกรณ์ในการปล่อยกู้ แต่ส่วนให้จ่ายเงินฝากรายย่อยนั้นศาลไม่อนุมัติ โดยให้ผู้จัดทำแผนบรรจุในแผนฟื้นฟู นอกจากนี้ยังมีแผนให้เยียวยาเงินกู้ดอกเบี้ยต่่ำแก่สมาชิกเพื่อการบริโภค ซึ่งเริ่มจ่ายไปแล้วตั้งแต่ 27 เม.ย. อีกทั้งในส่วนของคดีทั้งทางแพ่งและอาญาอยู่ระหว่างการดำเนินการ
นายปีติพงษ์กล่าวว่า มาตรการการกำกับ ดูแลตรวจสอบนั้น แบ่งเป็นทั้งระยะสั้น และ ระยะยาว ให้ออกมาตรการ เพิ่มประสิทธิภาพ การตรวจสอบ และ มีการแก้ไขกฎหมายข้อบังคับ เพิ่มการตรวจสอบหน่วยงาน ความถี่ ระบบการตรวจสอบ ปัญหาสมัยก่อนอยู่ที่ การเข้าไปตรวจสอบ บัญชีสหกรณ์ ส่งคนไปดำเนินการคนสองคนนั้น ต่อจกนี้นีจะมีการตั้งทีมพิเศษร่วมดำเนินการตรวจสอบในอนาคต ส่วนการกำกับดูแลพ พัฒนาระบบทันสมัยใชระบบไอทีเพื่ิมการตรวจสอบบัญชีให้เข้มข้นขึ้้นประจำทุกเดือนรวมไปถึงผู้ตรวจภายในด้วย
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการจัดชั้นของสหกรณ์ พร้อมระบุเหตุผลชัดเจน ไม่เช่นนั้น ระบบเฝ้าระวังจะกระจายทั่วไป หากมีการกำหนดให้ชัดเจนว่าความเสี่ยงประเภทไหน ก็จะทำให้การดำเนินการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญจะพยายามทำให้สหกรณ์เข้าสู่ระบบเครดิตบูโร และผลักดันให้การดำเนินการ สหรกรณ์เกิดธรรมาภิบาลภายใน







