
ร้องดีเอสไอรับปัญหาเหมืองทองคำเป็นคดีพิเศษ
กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเหมืองแร่ทองคำ ร้อง ดีเอสไอ ให้รับปัญหาเหมืองแร่ทองคำเป็นคดีพิเศษ
กลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเหมืองแร่ทองคำ ร้อง ดีเอสไอ ให้รับปัญหาเหมืองแร่ทองคำเป็นคดีพิเศษ
เมื่อวันที่ 14 พ.ค. เวลา 9.30 น. ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กลุ่มตัวแทนประชาชน 3 จังหวัด คือ จ.พิจิตร จ.พิษณุโลก และจ.เพชรบูรณ์ เข้ายื่นหนังสือถึงนางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้ขอพิจารณารับคดีที่มีประชาชนเจ็บป่วย และสิ่งแวดล้อมปนเปื้อนสารโลหะหนัก จากกรณีการทำเหมืองแร่ทองคำ โดยมี พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ เป็นผู้รับเรื่อง
กลุ่มตัวแทนประชาชน 3 จังหวัด กล่าวว่า หลังจาก บริษัท อัครา ไมนิ่ง หรือ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ได้เข้ามาเปิดกิจการเหมืองแร่ทองคำตั้งแต่ปี 2544 พบว่า ประชาชนเริ่มเจ็บป่วย และเริ่มร้องเรียนถึงผลกระทบมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ซึ่งจากหลักฐานที่พบวีดีโอ และข้อมูลจากข่าวสำนักพิมพ์หนึ่ง เมื่อวันที่ 19 พ.ย.2552 เรื่องบริษัท อัคราไมนิ่ง จำกัด ปล่อยสารปนเปื้อนนดิน ไหลลงสู่คลองนช่วงหน้าฝน ซึ่งมีระยะเวลานานกว่า 1 เดือน ในพื้นที่รอยต่อ 3 จังหวัด คือ จ.พิจิตร จ.เชรบูรณ์ และจ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นเขตทำเหมืองแร่ทองคำของบริษัทดังกล่าว
กลุ่มตัวแทนประชาชน 3 จังหวัด กล่าวต่อว่า ปัจจุบันจากเอกสารหลักฐานและการเจ็บป่วยประชาชนและการปนเปื้อนจากสารโลหะหนัก มีจำนวนเพิ่มขึ้นโดยพบว่า มีการเสียชีวิตของประชาชนส่วนใหญ่เกิดจากโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นผลจากการได้รับสารโลหะหนักในร่างกาย ซึ่งตรงกับผลการตรวจวิเคราะห์ทางหลักนิติวิทยาศาสตร์ และหลักฐานที่ตรวจล่าสุด พบประชาชนที่เข้ารับการตรวจ 700 คน มีสารโลหะหนักในร่างกายประมาณ 400 คน และดีเอ็นเอเปลี่ยนจำนวนกว่า 200 คน ซึ่งขณะนี้ยังมีประชาชนอีกประมาณ 6,000 คน ที่ยังรอการตรวจเลือดอยู่ ทั้งนี้ จึงต้องการให้ดีเอสไอรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ และนำพยานเอกสารหลักฐานการตรวจพิสูจน์จากนิติวิทยาศาสตร์มาพิจารณาด้วย พร้อมเร่งดำเนินการตามกฎหมายและให้ความเป็นธรรมต่อประชาชน
ด้าน พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า เบื้องต้นจะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา โดยคาดว่าจะใช้เวลา 2-3 วัน จึงจะสามารถแจ้งให้ผู้ร้องทราบได้ อย่างไรก็ตาม จากการดูรายละเอียดของเนื้อหาที่ผู้ร้องมายื่นนั้น พบว่าเป็นผลกระทบที่ค่อนข้างกว้างและเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ซึ่งทางดีเอสไอต้องดำเนินการตรวจสอบในข้อกฎหมายก่อนว่าอยู่ในอำนาจหน้าที่หรือไม่ โดยจะให้อธิบดีดีเอสไอรับทราบก่อน เพื่อพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ หกาไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ ทางเราจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินการ







