posttoday
ใบอนุญาตให้ผิดพลาด

ใบอนุญาตให้ผิดพลาด

14 พฤษภาคม 2558

โดย...อธิกร ศรียาสวิน

โดย...อธิกร ศรียาสวิน

จากผลการสำรวจของเว็บไซต์จัดหางานที่ชื่อว่า Glassdoor มีผลออกมาว่า บริษัทที่ถูกยกย่องว่าเป็นบริษัทที่น่าทำงานด้วยมากที่สุดของโลกคือ Google ด้วยสถิติทุก 5 นาทีจะมีคนยื่นใบสมัครงานกับกูเกิล 6,849 คน คำนวณเป็นอัตราการสมัครงานถึงปีละ 2.5 ล้านคน

เหตุผลที่น่าสนใจน่าจะเป็นเพราะว่ากูเกิลเป็นบริษัทที่ได้รับการยกย่องเรื่องนวัตกรรมทางออนไลน์ เป็นศูนย์รวมของคนเก่งที่มาอยู่รวมกัน ซึ่งความเก่งฉกาจของบุคลากรภายในนั้นเองที่ส่งนวัตกรรมพลิกโลกยุคดิจิทัล และนวัตกรรมเหล่านั้นก็ทำหน้าที่ดึงดูดคนเก่งๆ ให้กลับเข้าไปร่วมสัมผัสประสบการณ์อยากร่วมเป็นหนึ่งในกูเกิลทีม เพื่อตอบโจทย์ของคนเก่งที่ต้องการเพิ่มทักษะความสามารถให้ตัวเอง

ได้มีโอกาสพุดคุยกับคนไทยที่ผ่านประสบการณ์ตรงจากกูเกิลสองท่าน คนแรก เรืองโรจน์ พูนผล หรือ กระทิง อดีตผู้จัดการฝ่ายการตลาดของกูเกิล สหรัฐอเมริกา ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยี ซึ่งเล่าให้ฟังว่า ที่กูเกิลมีหลักการทำงานที่สุดแสนจะสร้างสรรค์ ช่วยให้เกิดนวัตกรรม ด้วยการอธิบายง่ายๆ โดยลองแบ่งอัตราส่วนในภาระหน้าที่ที่รับผิดชอบ 70% คือเวลาที่พนักงานกูเกิลใช้กับงานหลักที่ต้องทำ ต้องดูแล 20% คือเวลาที่เอาไปใช้กับงานรองๆ หรืองานที่ต้องไปช่วยเหลือคนอื่นๆ ส่วนเวลา 10% สุดท้ายคือเวลาที่สามารถเอาไปทำอะไรก็ได้ เรียกว่า อยากทำอะไรก็ลองทำดู Google ให้ทดลองทำสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ ได้อย่างอิสรเสรี

อะไรก็ได้ที่ว่านี้ จะเป็นอะไรก็ได้ที่สามารถถูกพัฒนาขึ้น โดยนำมาต่อยอดการใช้เทคโนโลยีของกูเกิล พื้นที่ว่างนี้เกิดขึ้น เพื่อให้ทุกคนได้ลองผิดลองถูก พัฒนาอะไรก็ได้ เพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ

Google เปิดพื้นที่นี้โดยมีใบอนุญาตให้ผิดพลาดได้อย่างถูกกฎหมาย เป็นการเปิดพื้นที่ให้สนุกสนานกับการลองผิดลองถูก ซึ่งพื้นที่ของการทดลองนี้เองจะช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ ที่อยู่นอกกฎเกณฑ์จากงานประจำ และแน่นอนว่าพื้นที่นี้ พนักงานทุกคนจะได้แสดงแสนยานุภาพ ความสามารถของตัวเองแบบสุดๆ เพราะมันช่างสนุกสนานบรรเจิดใจได้อย่างไม่กินเวลางาน (เพราะเป็นส่วนหนึ่งของงาน)

อริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจ กูเกิลประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า สไตล์การทำงานที่กูเกิลเป็นแบบแนวราบ ไม่มีเจ้านาย ไม่มีลูกน้อง มีแต่เพื่อนร่วมงานที่คอยช่วยคิดและแชร์สิ่งต่างๆ ได้ตลอดเวลา และเพราะไม่มีใครสั่งให้ทำอะไร คนที่ทำงานที่นี่จึงต้องมีแผนและเป้าหมายส่วนตัว กล้าคิด กล้าทำ กล้านำเสนอ

“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า พวกโปรเจกต์แบบแปลกๆ โปรเจกต์บ้าๆ มักจะเสนอแล้วผ่าน ได้ไปทำจริงๆ ตลอดเลย”

วัฒนธรรมการเปิดพื้นที่ให้ได้ทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ได้ลองผิดลองถูกแบบนี้เอง ที่ดึงดูดคนเก่งให้ไปแสดงแสนยานุภาพ พร้อมๆ กับท้าทายให้พวกเขาผลักดันนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาอยู่เสมอ บางสิ่งที่ล้มเหลวอาจไปต่อยอดความสำเร็จของบางสิ่งก็ได้ใครจะรู้

และเพราะวัฒนธรรมองค์กรแบบนี้ จึงก่อให้เกิดพลวัตของการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และเป็นจุดกำเนิดของโปรเจกต์แปลกๆ ที่ถูกพัฒนาเป็นโปรเจกต์ใหญ่ เช่น Project Ara : โครงการที่คุณสามารถสั่งประกอบสมาร์ทโฟนได้ในแบบที่คุณต้องการ ทั้งเลือกสี เลือกจอ เลือกปุ่ม ฯลฯ ทำให้มือถืออยู่ในรูปแบบที่ผู้ใช้ต้องการมากขึ้น, Project Google Self Driving Car : รถอัจฉริยะไร้คนขับ โครงการพัฒนารถยนต์ให้ขับไปบนถนนได้โดยไร้คนขับ (ต่อยอดจาก Google map และ Google glass ที่ไม่ประสบความสำเร็จ) และใช้วิศวกรรมยานยนต์อีกหลายด้านมาผสมกัน เป็นต้น

มีคำถามว่า เมื่อได้ลองทำแล้วเกิดผิดพลาดจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบก็คือ ที่ Google ความผิดพลาดก็คือการเรียนรู้ร่วมกัน รู้ว่าผิดพลาดเร็ว ก็ปรับปรุงได้เร็ว เลิกโปรเจกต์ได้เร็ว เพราะนั่นคือพื้นที่ของการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่จะรับมือกับความผิดพลาด และตื่นตัวกับความเปลี่ยนแปลง

ได้ฟังเรื่องราวของ Google แล้วก็นึกไปถึงเรื่องของ ริชาร์ด แบรนด์สัน ซึ่งเล่าถึงคำถามหนึ่งที่เขียนมาถามเขาว่า “ถ้าตอนนี้คุณอายุ 24 ปี และมีคนให้เงินคุณ 3,000 เหรียญ คุณจะใช้เงินนี้ลงทุนทำธุรกิจอะไร และถ้าเงินก้อนนี้มันกลายเป็น 25,000 เหรียญ คุณจะเอาไปลงทุนทำอะไร?”

แบรนด์สันตอบไปว่า ยุคปัจจุบันอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ ธุรกิจดนตรีกำลังง่อนแง่น เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากอินเทอร์เน็ตและโลกดิจิทัล แต่ที่ไหนที่มีการเปลี่ยนแปลง ให้เชื่อเถอะว่ากำลังมีโอกาสใหม่ๆ เกิดขึ้น ดังนั้นไม่ว่าจะมีเงินสามพัน หรือสองหมื่นห้าพันเหรียญ ก็คงไม่แตกต่างกัน เพราะธุรกิจที่เขาจะลงทุนทำ น่าจะเป็นธุรกิจทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งใช้เงินน้อยมาก ส่วนไอเดียและความคิดสร้างสรรค์แบบที่คิดให้โดนนั้น มันเป็นของฟรี!

ถ้าเรานำสองแนวคิดนี้มาต่อยอดให้กับธุรกิจ อยากจะสรุปเป็นความเชื่อแบบส่วนตัวว่า มันน่าจะดีกว่าแน่ๆ ถ้าเราเดินหน้าผลักดันองค์กรของเราให้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ดีกว่าที่สถานการณ์ภายนอกมาบีบบังคับให้เราต้องเปลี่ยนแปลง เข้าปรัชญาว่า “จงกล้าเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะถูกบีบบังคับให้ต้องเปลี่ยนแปลง”

ถ้าจะลองสรุปเป็นสมการสั้นๆ...พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ผิดพลาด จะทำให้เกิดการทดลองใหม่ๆ อันจะนำมาซึ่งสิ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และการเปลี่ยนแปลงจะนำมาซึ่งโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่เคยพบมาก่อน

สมการนี้คือ บทเรียนจากกูเกิล และเวอร์จิ้นที่ผมได้รู้จัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท