
กทม.เล็งเอาผิดคนปลอมเอกสารขอรับเงินเยียวยา
กทม.พบคนปลอมแปลงเอกสารขอรับเงินเยียวยาอื้อ เร่งสรรหากรรมการกองทุน Together We Can
กทม.พบคนปลอมแปลงเอกสารขอรับเงินเยียวยาอื้อ เร่งสรรหากรรมการกองทุน Together We Can
นายวสันต์ มีวงษ์ รองโฆษกกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดรับลงทะเบียนผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมและคัดกรองข้อมูลเบื้องต้น พบว่า มีปัญหาข้อมูลซ้ำซ้อน และมีผู้ปลอมแปลงเอกสารมาลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดความล่าช้าในการตรวจสอบและจัดสรรเงินช่วยเหลือ ดังนั้นจึงขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบเข้าแจ้งความกับ สน.พื้นที่ก่อนมาลงทะเบียน ซึ่งหาก กทม.ตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ที่ไม่ได้รับความเดือดร้อนจริงจะถูกดำเนินคดีฐานแจ้งความเท็จ
"กองทุนรวมกันเราทำได้ หรือ Together We Can ขณะนี้มียอดเงินบริจาครวม 13 ล้านบาท ซึ่งทาง กทม.จะเร่งสรรหาและแต่งตั้งกรรมการจากบุคคลภายนอกเข้าทำหน้าที่กำหนดแนวทางการใช้จ่ายเงินในกองทุน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้"นายวสันต์กล่าว
รองโฆษก กทม. กล่าวว่า ยอดรวมของผู้ได้รับผลกระทบที่มาลงทะเบียนในสำนักงานเขตทั้ง 7 แห่ง มีผู้มาลงทะเบียนขอรับความช่วยเหลือทั้งสิ้น 6.1 หมื่นราย แบ่งเป็น เขตปทุมวัน 4.2 หมื่นราย เขตราชเทวี 9,536 ราย เขตบางรัก 6,411 ราย เขตคลองเตย 2,087 ราย เขตสาทร 653 ราย เขตวัฒนา 637 ราย และเขตดินแดง 395 ราย ซึ่งจะพิจารณาจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกอบการรายละ 5 หมื่นบาทตามงบประมาณของรัฐบาล
ทั้งนี้ กทม.จะขยายเวลาสำหรับผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากเหตุเพลิงไหม้และยังไม่ได้ติดต่อขอรับเงินช่วยเหลือ โดยสามารถติดต่อขอรับเงินได้ถึงวันที่ 13 ก.ค.นี้ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการตั้งแต่วันที่ 3-24 มิ.ย. รายละ 1 หมื่นบาท จำนวน 992 ครอบครัว รวมวงเงินช่วยเหลือ 9.7 ล้านบาท
นอกจากนี้ กทม.จะจัดโครงการยิ้มสู้กู้สร้างอาชีพ ร่วมกับธนาคารออมสินและธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย โดยขยายวงเงินกู้จาก 1 แสนบาท เป็น 2 แสนบาท และให้กู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนและผู้ประกอบการรายย่อย







