
แห่กราบไหว้ตะเคียนทองอายุ500ปี
ชาวบุรีรัมย์แห่กราบไหว้ตะเคียนทองเก่าแก่อายุราว 500 ปี
ชาวบุรีรัมย์แห่กราบไหว้ตะเคียนทองเก่าแก่อายุราว 500 ปี
ชาวบ้านต.บ้านยาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ กว่า 100 คน แห่กราบไหว้ และรดน้ำ ต้นและตอตะเคียนทองเก่าแก่ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 160 ซม. ยาวกว่า 12 เมตร อายุประมาณ 500 ปีที่วัดโพธิ์ย่อย ต.บ้านยาง ตามประเพณีความเชื่อ หลังชาวบ้านร่วมกันนำขึ้นมาจากลำน้ำมาศ ในสภาพถูกกัดเซาะจากธรรมชาติเป็นรอยพรุนเหลือแต่แก่นไม้
ทั้งนี้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นต้นตะเคียนศักดิ์สิทธิ์ เพราะมีชาวบ้านที่ไปหาปลาในละแวกนั้น ฝันว่าต้นตะเคียนต้นนี้ ที่ชาวบ้านเรียกว่า "ขวัว" หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า "ตะลา" มาเข้าฝันบอกให้นำมาเก็บไว้ที่วัดโพธิ์ย่อย ซึ่งต้นไม้ดังกล่าวมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตกับชาวตำบลบ้านยางมานานกว่า 100 ปี เพราะชาวบ้านสมัยนั้นใช้ต้นตะเคียนต้นนี้เป็นสะพานข้ามฝั่งลำน้ำมาศไปมาหาสู่กัน แต่ได้ถูกน้ำพัดหายไปนานกว่า 30 ปี กระทั่งมาเข้าฝันว่ายังอยู่บริเวณที่เคยพาดข้ามฝั่ง
นายทอง ชาติคำดี อายุ 96 ปี กล่าวว่า ตั้งแต่ยังเล็กพ่อแม่จะพาข้าม "ขวัว" คือต้นตะเคียนต้นนี้ เพื่อไปทำไร่ไถนาเป็นประจำ ซึ่งพ่อแม่ได้เล่าให้ฟังว่า ต้นไม้ต้นนี้ได้ล้มลงกลายเป็นสะพานข้ามลำน้ำมาศตามธรรมชาติ จากนั้นชาวบ้านทั้งตำบลก็ได้ใช้เป็นที่ข้ามฝั่งไปมาหาสู่กันตลอด
ด้านพระศรีปริยัติธาดา (พระมหาทองสา จานิสสโร) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ย่อย และรองเจ้าคณะจังหวัด กล่าวว่า หลังจากชาวบ้านมาแจ้งและต้องการนำมาเก็บไว้ที่วัดตามความต้องการจึงไม่ขัดศรัทรา ได้ขอความช่วยเหลือให้รถของการไฟฟ้า อ.ลำปลายมาศ มาชักลากขึ้นจากลำน้ำมาศ เพราะในปีนี้ลำน้ำมาศมีน้ำน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมา ใช้เวลาถึง 2 วันจึงสามารถนำขึ้นมาได้
พระมหาทองสา กล่าวอีกว่า ความเชื่อดังกล่าวของชาวบ้านเป็นสิ่งที่ดี เท่ากับรู้จักบุญคุณของทรัพยากรธรรมชาติ โดยหลังจากนี้จะเก็บต้นตะเคียนต้นนี้ไว้ให้ชาวบ้านมาสักการะบูชาตามความเชื่อ และจะให้เป็นจุดเรียนรู้ให้กับคนรุ่นหลัง ได้รู้จักหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ และร่วมกันอนุรักษ์ป่า เพราะต้นตะเคียนที่ใหญ่ขนาดนี้จะไม่มีให้เห็นอีกแล้วหากไม่ร่วมกันรักษาป่าเอาไว้
อย่างไรก็ตามต้นตะเคียนต้นนี้คาดว่าจะมีอายุราว 500 - 600 ปี ก่อนล้มลงกลายเป็นสะพานให้ชาวบ้านข้ามไปมาอีกกว่า 100 ปี และได้ถูกกระแสน้ำพัดสึกกร่อนเหลือแต่แก่นไม้เท่าที่เห็นในขณะนี้







