
อุ๋ยงัดภาษีมูลค่าเพิ่ม โชว์ใช้จ่ายฟื้นตัว
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีการสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงภาพรวมเศรษฐกิจ กรณีที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับตัวลดลง โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงว่า อยากให้พิจารณาที่ตัวเลขที่สะท้อนการใช้จ่ายที่แท้จริงมากกว่า นั่นคือการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต)
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร ได้ชี้แจงที่ประชุม ครม. ว่า การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มช่วง 4 เดือนแรก คือ ม.ค.–เม.ย. 2558 เพิ่มขึ้นกว่าปี
ที่ผ่านมาทุกเดือน โดยเดือน ม.ค. การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้น 8.7% เดือน ก.พ. เพิ่มขึ้น 1.6% เดือน มี.ค. เพิ่มขึ้น 19.3% และเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 11.4% เฉลี่ยแล้ว 4 เดือนแรกของปีนี้ การจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.2%
“การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนเป็นตัวเลขจริงที่สะท้อนการใช้จ่าย ซึ่งตัวเลขนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกเดือนเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และตัวเลขนี้ยืนยันได้ดีกว่าตัวเลขดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว
ด้าน สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่าย ปี 2559 จากนี้ให้นำร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.แล้วเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันที่ 21 พ.ค. 2558 หลังจากนั้นจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมศึกษารายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ประมาณ 3 วาระตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในขั้นตอนของคณะกรรมาธิการภายในวันที่ 25 ส.ค. ก่อนที่จะนำทูลเกล้าฯ ในวันที่ 5 ก.ค. และคาดว่าจะสามารถเริ่มต้นเบิกจ่ายงบประมาณปี 2559 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558 ซึ่งเป็นไปตามปฏิทินงบประมาณ
ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2559 รัฐบาลจะยังคงให้ความสำคัญกับการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุน ที่มีอยู่ 5.4 แสนล้านบาท ในปีงบประมาณ 2559 จากงบประมาณรายจ่ายรวม 2.72 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อนหน้า
โดยก่อนหน้านี้ ครม.ได้ให้แนวทางในการเตรียมความพร้อมการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการ ในวาระที่ 2 ในวันที่ 25 ส.ค. 2558 แล้ว หน่วยงานต่างๆ สามารถดำเนินการประกาศการจัดซื้อจัดจ้างได้ ซึ่งจะทำให้บางโครงการ โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กที่มีงบประมาณไม่เกิน 2 ล้านบาท สามารถลงนามในสัญญาได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2558
สำหรับโครงการที่จะมีการลงนามจัดซื้อจัดจ้างได้อย่างรวดเร็วนั้น ส่วนใหญ่จะอยู่ในการดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การซ่อมแซมถนนของกรมทางหลวงชนบท การขุดบ่อน้ำขนาดเล็กของกรมชลประทาน ส่วนโครงการจัดซื้อครุภัณฑ์ต่างๆ ต้องเป็นโครงการที่มีขนาดไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งสามารถดำเนินการได้โดยไม่ขัดกับระเบียบวิธีทางงบประมาณ
อย่างไรก็ตาม สำนักงบประมาณยังไม่ได้มีการกำหนดเป้าหมายการเบิกจ่ายทั้งงบประมาณรายจ่ายประจำ และงบลงทุนในปี 2559 โดยจะพิจารณาจากแผนปฏิบัติการของแต่ละหน่วยราชการก่อน
สมศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เงินคงคลังในเดือน มี.ค. ที่ลดลงมาเหลืออยู่ประมาณ 1.2 แสนล้านบาท จากระดับปกติที่เงินคงคลังจะอยู่ที่ประมาณ 2 แสนล้านบาทนั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลของการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อการลงทุนตามแผนของรัฐบาล ซึ่งเฉพาะเดือน มี.ค.นั้น มีการเบิกจ่ายงบลงทุนไปประมาณ 13% หรือคิดเป็นวงเงินงบประมาณ 1 แสนล้านบาท จึงทำให้เงินคงคลังลดต่ำลง
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานจัดหารายได้มีการติดตามสถานการณ์และบริหารจัดการอยู่แล้ว หากมีความต้องการใช้เงินเพิ่มเติมก็จะกู้เงินบางส่วนมาเพิ่มเติมได้ จึงไม่ได้เป็นสถานการณ์ที่ต้องกังวล ส่วนเงินกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 2.3 หมื่นล้านบาท ขณะนี้มีการเบิกจ่ายไปแล้วกว่า 70% เป็นไปตามเป้าหมาย และคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายทั้งหมดก่อนสิ้นปีงบประมาณ







