
สามัคคี ถล่มร่างรธน. แรงกดดันเขย่าปฏิรูป
หากจะบอกว่าชั่วโมงนี้มีใครจะบอบช้ำมากกว่าหรือเท่ากับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา”
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
หากจะบอกว่าชั่วโมงนี้มีใครจะบอบช้ำมากกว่าหรือเท่ากับ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แล้ว คงหนีไม่พ้น “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” ประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ
แม้แรงกดดันจะไม่ได้พุ่งมาที่บวรศักดิ์โดยตรง เพราะเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมานั้นมาจากความเห็นร่วมกันของคณะ กมธ.ยกร่างฯ แต่ในเมื่อบวรศักดิ์เป็นผู้นำของคณะ กมธ.ยกร่างฯ จึงต้องรับทั้งผิดและชอบไปโดยปริยาย
มองเข้าไปที่เนื้อในของร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ออกมา นับว่ามีจุดเด่นอยู่ไม่น้อยที่แสดงให้เห็นถึงการวางพื้นฐานไปสู่การปฏิรูป เช่น การกำหนดสภาพบังคับใช้รัฐบาลในอนาคตต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง ป้องกันไม่ให้รัฐธรรมนูญเป็นตัวหนังสือที่อยู่บนหิ้งเหมือนที่ผ่านมา เป็นต้น
เมื่อหลักการสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญ คือ การปฏิรูปประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายภาคส่วน จึงไม่แปลกที่จะได้เห็นแนวร่วมต้านรัฐธรรมนูญออกมาให้เห็นเป็นระยะ โดยเวลานี้ปรากฏให้เห็นตัวเป็นๆ แล้วจำนวน 5 ฝ่าย
1.พรรคการเมือง ไม่น่าเชื่อว่าประเทศไทยจะได้มีโอกาสเห็น “พรรคประชาธิปัตย์-พรรคเพื่อไทย” ออกมาร่วมมือกันอย่างไม่เป็นทางการในการคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมกับเห็นไปในทางเดียวกันว่าควรเลื่อนการเลือกตั้งจากที่กำหนดในช่วงต้นปี 2559
ออกไปก่อน
เหตุผลหนึ่งที่ทำให้สองพรรคต่างสีร่วมใจกัน คงเป็นเพราะต่างได้รับผลกระทบจากเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะการใช้ระบบเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม ซึ่งมีผลให้สัดส่วน สส.ของแต่ละพรรคลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รวมไปถึงการกำหนดบทบาทให้พรรคต้องสร้างความเป็นประชาธิปไตยในพรรคให้มากขึ้น เช่น การกำหนดให้มีการหยั่งเสียงเลือกผู้สมัคร สส. เป็นต้น โดยเห็นว่าเป็นการตีกรอบกิจการพรรคการเมืองมากเกินไป
2.องค์กรอิสระ เมื่อการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 จะพบว่ามีตัวแทนจากองค์กรอิสระเข้ามาทำหน้าที่ในคณะ กมธ.ยกร่างฯ จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หรือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แต่ในครั้งนี้องค์กรอิสระกลายเป็นบุคคลต้องห้ามและไม่มีสิทธิเข้ามานั่งเก้าอี้ในคณะ กมธ.ยกร่างฯ อันเป็นสัญญาณให้เห็นแล้วองค์กรอิสระจะต้องเป็นหนึ่งในองค์กรที่ถูกปฏิรูป
โดยเป็นไปตามคาดเมื่อทั้งผู้ตรวจฯ กกต. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) แสดงความเห็นคัดค้านกับเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญแบบไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม โดยเฉพาะกับประเด็นการควบรวม “ผู้ตรวจฯ-กสม.” และการโอนอำนาจจัดการเลือกตั้งของ กกต.ไปให้กับ “คณะกรรมการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง (กจต.)”
3.ตำรวจ ประเด็นสำคัญอยู่ที่การไม่เห็นด้วยกับแนวคิดให้แยกพนักงานสอบสวนออกจากตำรวจ เพราะมองว่าหากแยกออกไปจะมีปัญหาในการประสานงาน โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมองว่าการปฏิรูปตำรวจควรมุ่งเน้นไปที่เรื่องสวัสดิการของกำลังพลและงบประมาณมากกว่าการปฏิรูปในเชิงโครงสร้าง
4.ศาล ทั้งนี้มีถึง 7 ประเด็นที่ศาลไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งประเด็นที่ศาลให้น้ำหนักมากที่สุด คือ การกำหนดให้ต้องมีบุคคลภายนอกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มาร่วมในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) โดยศาลเห็นว่าจะนำไปสู่การแทรกแซงในอนาคต
5.กำนันผู้ใหญ่บ้าน เริ่มปรากฏความเคลื่อนไหวให้เห็นเด่นชัด หลังจากมองทะลุการปฏิรูปท้องถิ่นในร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้มีองค์กรบริหารท้องถิ่นเต็มพื้นที่จังหวัดภายใน 1 ปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จะทำให้บทบาทของกำนันและผู้ใหญ่บ้านต่อการพัฒนาท้องถิ่นมีน้อยลง
ปรากฏการณ์ที่ทั้ง 5 ฝ่ายต่างออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถมองข้ามไปได้ เนื่องจากบางฝ่ายอย่าง “ศาล-องค์กรอิสระ-ตำรวจ-กำนันผู้ใหญ่บ้าน” ที่เคยอยู่อย่างสงบปากสงบคำมาตลอด กลับแสดงตัวเป็นแนวร่วมไม่เอาร่างรัฐธรรมนูญฉบับปฏิรูป
แรงกดดันเหล่านี้จะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการทำงานของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ในอนาคต
หากคณะ กมธ.ยกร่างฯ ยอมอ่อนให้กับแรงกดดันต่างๆ ด้วยการแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญตามที่ทุกฝ่ายเสนอมา นั่นย่อมหมายความว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้ยืนอยู่บนหลักการของการปฏิรูป แต่เป็นการอยู่บนผลประโยชน์ขององค์กรต่างๆ และฝ่ายการเมือง
ในทางกลับกัน ถ้าคณะ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ยอมแก้ไขใดๆ เลย ก็ย่อมทำให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ถูกมองว่าเขียนร่างรัฐธรรมนูญตามใจตัวเองโดยไม่ฟังเสียงของภาคส่วนอื่นๆ และยิ่งตอกลิ่มความขัดแย้งให้ร้าวลึกเข้าไปอีก
ถามว่าจุดเหมาะสมและความลงตัวจะอยู่ตรงจุดไหน บางทีอาจเป็นสิ่งที่ยากต่อการตัดสินใจของคณะ กมธ.ยกร่างฯ และถึงเวลาหนึ่งเวลาใดคงได้เห็นผู้มีอำนาจสูงสุดอย่าง คสช.ในฐานะรัฏฐาธิปัตย์และต้นน้ำแม่น้ำ 5 สาย เข้ามาสร้างสมดุลด้วยตัวเองเพื่อยุติปัญหาทั้งหมด







