
ชงทำประชามติอยู่ต่ออีก2ปี
สปช.แปรญัตติแก้บท เฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญทำประชามติอยู่อีก 2 ปีไม่ต้องมีเลือกตั้ง
สปช.แปรญัตติแก้บท เฉพาะกาลร่างรัฐธรรมนูญทำประชามติอยู่อีก 2 ปีไม่ต้องมีเลือกตั้ง
นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ได้หารือกับสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อยื่นแปรญัตติในบทเฉพาะกาล มาตรา 308 โดยให้บัญญัติเพิ่มเติม ว่าหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 90 วัน ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดทำประชามติ ว่า เห็นสมควรให้มีการปฏิรูประบบบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ และความมั่นคงให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ก่อนมีการเลือกตั้งหรือไม่ หรือเห็นสมควรให้มีการเลือกตั้ง ตามกำหนดในรัฐธรรมนูญทันที
อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดทำประชามติก่อนการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ก็ให้มีการสอบถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นดังกล่าวในคราวเดียวกัน เพื่อสร้างทางเลือกให้กับประชาชนที่ต้องการให้เกิดการปฏิรูป
ด้าน นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า จากการพิจารณาบรรยากาศทางการเมือง สถานการณ์ทางด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความรู้สึกของประชาชน แล้วเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรอยู่บริหารประเทศเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่ยังไม่เรียบร้อยต่ออีกสัก 2 ปี ด้วยหลายเหตุผล ทั้งปัญหาของประเทศที่หมักหมมมานาน เพราะใช้วิธีการและอำนาจปกติไม่สามารถแก้ไขได้
นายวันชัย ยังได้กล่าวถึงร่างรัฐธรรมนูญว่า เท่าที่พูดคุยกัน สปช.ส่วนใหญ่เชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯ จะยอมถอย ปรับแก้ส่วนที่ถูกวิจารณ์แน่นอน อาทิ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่ให้สภาชิกสภานิติ บัญญัติ (สนช.) กับ สปช.เข้าไปดำรงตำแหน่ง เพราะจะเป็นแผลเป็น ส่วนคณะกรรมการอิสระเสริมสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอเรื่องอภัยโทษได้จะต้องตัดทิ้ง ด้านมาตรา 181-182 จะทำให้รัฐบาลเลวใช้โอกาสปิดปากฝ่ายค้านและองค์กรใหม่ 11 องค์กร ต้องลดจำนวนลง
นายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธาน กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า ในที่ประชุม กมธ.ฯ ได้หารือในรายละเอียดประเด็นทำคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีแนวทางทำให้ร่างรัฐธรรมนูญสั้น กระชับ เบื้องต้นได้ปรับลดให้เหลือเพียง 100 มาตรา จากเดิม 315 มาตรา
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ร่างคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ นั้นมีรายละเอียด อาทิ ยกเลิกภาคต่างๆ และขอแก้ไขให้ใช้คำเรียกเป็นหมวดและส่วนแทน เนื่องจากให้เป็นการจัดแบ่งที่
เหมาะสมและให้แก้มาตรา 3 ว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุข ทรงใช้อำนาจทางสภานิติบัญญัติ คณะรัฐมนตรีและศาล ที่มีความเป็นอิสระแยกจากกัน
นอกจากนี้ให้ ปรับหมวดว่าด้วยการปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรม เป็นหมวดว่าด้วยการพัฒนาประเทศ







