
ร้องกองปราบถูกนายหน้าหลอกไปทำงานออสเตรเลีย
ผู้เสียหายกว่า 20 คนร้องกองปราบถูกนายหน้าหลอกทำงานไร่องุ่นที่ออสเตรเลีย สูญเงินนับแสน
ผู้เสียหายกว่า 20 คนร้องกองปราบถูกนายหน้าหลอกทำงานไร่องุ่นที่ออสเตรเลีย สูญเงินนับแสน
กลุ่มผู้เสียหายชายหญิงประมาณ 30 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ นายนที ฮาวเวิร์ด บอดี้แฮม ซึ่งเป็นลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย นายหน้าที่อ้างว่าจะพาไปทำงานในไร่องุ่น และงานเกษตรกรรมที่ประเทศออสเตรเลีย แต่เมื่อจ่ายเงินไปแล้วกลับไม่ได้เดินทางไปตามที่นัดหมาย
น.ส.ฐานิดา สิทธิฤกษ์ ผู้เสียหายรายหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2557 ทราบข่าวจากเพื่อนที่กำลังจะเดินทางไปทำงานในไร่องุ่น ว่าได้ค่าจ้างทำงานในไร่ถึงเดือนละ 5 หมื่นบาท จึงเกิดความสนใจ จนได้มารู้จักกับ นายนที ซึ่งเป็นนายหน้า บอกว่ามีค่าใช้จ่ายในการเดินทางและจัดทำเอกสารการเดินทาง ประมาณ 120,000-170,000 บาท หลังตกลงรายละเอียดและกำหนดการเดินทาง ก็โอนเงินเข้าบัญชี ธนาคารกสิกร ไทย สาขาเชียงใหม่ ชื่อบัญชีของ น.ส.พัชรียา บุญทวีสวัสดิ์ จากนั้น นายนที ก็บอกว่าอีกไม่เกิน 3 เดือน จะได้เดินทางไปทำงานดังกล่าว
น.ส.ฐานิดา กล่าวต่อว่า หลังการจ่ายเงินก็มีการติดต่อกับ นายนที มาตลอด จนเวลาผ่านไปเกือบ 7 เดือน ก็ยังไม่เดินทาง โดย นายนที อ้างว่าหมายเลขหนังสือเดินกับวีซ่าขอเข้าเมืองไม่ตรงกัน จนเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็นัดหมายจะเดินทางในเวลา19.00 น. วันที่ 11 พ.ค. แต่เมื่อไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิ พบว่ามีผู้ร่วมเดินทางไปด้วยอีกรวมประมาณ 30 คน และคนทั้งหมดรวมทั้งตนเองก็ไม่สามารถติดต่อกับ นายนที ได้จึงรู้ว่าถูกหลอก เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สนามบินฯ จึงได้พาเข้ามาแจ้งความที่กองปราบฯ
นายสมัคร อักษรเสือ 1 ใน ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า มีญาติมาชักชวนให้ไปทำงานที่ไร่องุ่น ในประเทศออสเตรเลีย ได้ค่าจ้างเดือนละ 5 หมื่นบาท จึงชักชวนกันเดินทางไป โดยนำที่นา 14 ไร่ ไปจำนอง พร้อมส่งเอกสารและโอนเงินให้ 2 ครั้ง รวม 1 แสน 1 หมื่นบาท และมีกำหนดเดินทางประมาณ 19.20 น. เมื่อวานที่ผ่านมา(11พค.) แต่เมื่อไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิกลับไม่สามารถเดินทางไปได้
พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รักษาราชการแทนผู้บังคับการกองปราบปราม กล่าวว่า ได้ให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้เสียหายไว้พบว่าเป็นคดีเกี่ยวกับการฉ้อโกงแรงงงาน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่กรมการจัดหางาน มาร่วมสอบปากคำด้วย โดยกองปราบฯ จะรับทำคดีนี้ด้วยตัวเอง เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวนมาก และอาจจะมีมากกว่านี้ โดยจะรีบนำตัวผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวน หากพบว่ากระทำความผิดก็ต้องดำเนินคดี และนำเงินมาคืนผู้เสียหายต่อไป







