
ชงครม.กฎหมายฟื้นฟูเอสเอ็มอี
กรมบังคับคดีระดมสมอง ถกกฎหมายฟื้นฟูกิจการลูกหนี้เอสเอ็มอี ชง ครม. มิ.ย.นี้
กรมบังคับคดีระดมสมอง ถกกฎหมายฟื้นฟูกิจการลูกหนี้เอสเอ็มอี ชง ครม. มิ.ย.นี้
น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี เปิดเผยว่า กรมได้เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างแก้ไข พ.ร.บ.ล้มละลาย ในส่วนการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี โดย เอสเอ็มอีที่จะยื่นฟื้นฟูได้ต้องอยู่ภายใต้กำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ที่มีอยู่ 4.2 แสนราย มีหนี้สินไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท ไม่จำเป็นต้องหนี้สินล้นพ้นตัว แต่มีปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่สามารถชำระหนี้ได้ โดยจะสรุปความคิดเห็นเสนอ รมว.ยุติธรรม ภายในสัปดาห์หน้า และคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้ในเดือน มิ.ย.นี้
นายกนก จุลมนต์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา ให้ความเห็นว่า ไม่ควรกำหนดจำนวนหนี้ที่เอสเอ็มอีจะยื่นขอฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากข้อมูล สสว.พบว่าเอสเอ็มอีที่มียอดหนี้ต่ำกว่า 5 ล้านบาท มีมากกว่า 90% แต่กฎหมายกำหนดว่าต้องมีหนี้ไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท จึงจะยื่นฟื้นฟูได้ เป็นการกีดกันเอสเอ็มอีส่วนใหญ่ในการยื่นฟื้นฟูกิจการ
นอกจากนี้ กฎหมายนี้ผลักภาระให้ลูกหนี้เอสเอ็มอี เพราะกำหนดว่าจะต้องทำแผนฟื้นฟูให้เสร็จก่อนที่จะยื่นขออนุมัติจากศาล ซึ่งมีประเด็นว่าใครจะเป็นตัวกลางในการจัดประชุมเจ้าหนี้ เอสเอ็มอีคงไม่สามารถดำเนินการได้หรือทำได้ยากลำบาก
ตัวแทนศาลฎีกายังเห็นว่าควรลดสัดส่วนการให้ความเห็นชอบแผนของเจ้าหนี้ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้กำหนดให้แผนต้องได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหนี้ 3 ใน 4 คิดเป็น 75% แต่ต่างประเทศกำหนดไว้ 2 ใน 3 หรือ 66% อีกทั้งจะมีการพิสูจน์อย่างไร หรือใครจะเป็นผู้รับรองว่าลูกหนี้ขาดสภาพคล่อง และมีความจำเป็นต้องฟื้นฟูกิจการ
นางกัลยาณี รุทระกาญจน์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานลูกหนี้แห่งชาติ กล่าวว่า การให้เอสเอ็มอีมีหนี้ 5 ล้านบาท จึงจะยื่นฟื้นฟูกิจการได้ ช่วยเอสเอ็มอีได้น้อยมาก และส่วนใหญ่เอสเอ็มอีจะมีปัญหาหนี้นอกระบบมากกว่า







