
สมเด็จพระเทพฯทรงรับวุฒิสภากิติมศักดิ์
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสภากิติมศักดิ์ (สภาสูง) ของมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสภากิติมศักดิ์ (สภาสูง) ของมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา
เมื่อวันที่ 28 มิ.ย. ณ หอประชุมอินเซลฮัลเล เมืองลินเดา ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายพระเกียรติให้ดำรงตำแหน่งวุฒิสภากิติมศักดิ์ (สภาสูง) ของมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ในพิธีเปิดการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งจัดขึ้นที่เมืองลินเดา ระหว่างวันที่ 27 มิ.ย. ถึง 3 ก.ค.นำมาซึ่งความปลาบปลื้มแก่พสกนิกรชาวไทยเป็นล้นพ้น
การถวายตำแหน่งในวุฒิสภากิติมศักดิ์ครั้งนี้ เนื่องจากทรงได้ทำคุณประโยชน์มากมายทางวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ผลักดันเชื่อมโยงให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้ก้าวสู่เวทีวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีระดับสากล เพื่อถ่ายทอดความรู้และสามารถนำมาต่อยอดในงานด้านวิทยาศาสตร์ในอนาคต การที่มูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดาถวายพระเกียรติแด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องจากเห็นว่า พระองค์ทรงทำคุณประโยชน์อย่างเด่นชัดแก่การประชุมที่ลินเดาและแก่มูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนบลฯ นอกเหนือจากทรงเสียสละและทุ่มเทให้กับงานทางด้านวิทยาศาสตร์ ตลอดจนการพัฒนาวิทยาศาสตร์และทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งทรงมีผลงานอย่างเด่นชัดและน่าชื่นชมซึ่งสามารถสรุปด้วยคำกล่าวเพียงสามคำคือ การศึกษา (Education) ความเชื่อมโยง (Communication) และทรงทำให้เกิดการบูรณาการ (Integration)
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงได้รับการยกย่องและชื่นชมอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะการทรงงานเพื่อสาธารณประโยชน์อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ทรงเป็นตัวอย่างที่ดีในการบูรณาการกิจกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ทั้งในประเทศไทยเองและต่างประเทศ ทรงใช้ความรู้และพระปรีชาสามารถอย่างเต็มพระกำลัง ไม่ใช่เพื่อพระองค์เอง แต่เพื่อทำให้เกิดการศึกษาและวิจัยค้นคว้าที่ก้าวหน้า ทรงประยุกต์วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์อย่างกว้างขวางแก่สังคม เหนืออื่นใด ทางเมืองลินเดาได้ขอบพระทัยที่ทรงเสียสละเวลาเพื่อสนับสนุนกิจกรรมหรือพันธกิจด้านการศึกษาวิทยาศาสตร์ของเมืองลินเดา โดยทรงสนับสนุนเชื่อมโยงและชักนำให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากประเทศไทยได้เข้ามาร่วมการประชุมที่จัดขึ้นทุกปี และยังทรงผลักดันและสนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากประเทศไทย ได้เข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์ระดับสากล มีการแลกเปลี่ยนความรู้และเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งนับว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
จากนั้นสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำรัสขอบคุณแก่มูลนิธิฯ ความว่า ทรงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและขอรับเกียรตินี้ไว้ด้วยความยินดี การค้นพบทางวิทยาศาสตร์นั้นได้ทำให้มนุษย์มีการกินอยู่ที่ดีขึ้น ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ยังทำให้เกิดความก้าวหน้าทางด้านนวัตกรรม และวิทยาศาสตร์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญด้านสุขภาพ สาธารณสุขและยา ทำให้มนุษย์เราสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างผาสุกยืนยาว และมีสุขภาพที่ดี
อย่างไรก็ดีเราต้องพยายามผลักดันให้วิทยาศาสตร์มีประโยชน์แก่ประชากรโลกอย่างทั่วถึง ต้องพยายามช่วยกันยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ด้อยโอกาสในสังคมโลกโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ทางด้านเศรษฐกิจ สังคม เชื้อชาติและศาสนา
“ปัญหาที่ท้าทายในของโลกเราในปัจจุบันเราต้องมุ่งมั่นที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาของโลกไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะโลกร้อน การขาดแคลนพลังงาน การจัดการทรัพยากรน้ำ ความมั่นคงและปลอดภัยทางอาหาร โรคที่อุบัติขึ้นมาใหม่ และสังคมของผู้สูงวัยในอนาคต ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่การประชุมที่ลินเดา ได้หยิบยกปัญหาและความท้ายทายดังกล่าวให้นักวิทยาศาสตร์ได้ช่วยกันรับผิดชอบเพื่อพัฒนาสังคมโลก ให้เป็นสังคมยั่งยืน และในการประขุมครั้งนี้ควรจะทำให้วิทยาศาสตร์เป็นหนึ่งเดียว และมีความยั่งยืนในโลก”
อนึ่ง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นผู้สนับสนุนให้นักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ของไทยได้เข้าร่วมประชุมกับบรรดานักวิทยาศาสตร์โลกที่ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา ต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลา 3 ปีแล้ว โดยทรงเป็นผู้คัดเลือกนักวิทยาศาสตร์ซึ่งเป็นตัวแทนจากประเทศไทยให้มาร่วมการประชุมด้วยพระองค์เอง นับเป็นน้ำพระราชหฤทัยงดงามและเปี่ยมด้วยพระเมตตาอย่างยิ่ง สำหรับในปี 2553 ซึ่งเป็นปีสำคัญเพราะมีการจัดประชุมพร้อมกันใน 3 สาขา ได้แก่ เคมี ฟิสิกส์และการแพทย์ ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนฯ ทรงคัดเลือกตัวแทนนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์จากเมืองไทยให้เดินทางมาร่วมประชุมทั้งสิ้น 5 คน ได้แก่ 1. นายสุธีรักษ์ ฤกษ์ดี 2. นางสาวนิธิวดี ไทยเจริญ 3. นายสิขริณญ์ อุปะละ 4.นายสุรเชษฐ หลิมกำเนิด 5. นายฉัตรชัย เหมือนประสาท
สำหรับการประชุมผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา เริ่มจัดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2494 โดยมูลนิธิผู้ได้รับรางวัลโนเบล ณ เมืองลินเดา มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิทยาศาสตร์ผู้ได้รับรางวัลโนเบลกับเยาวชนนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่รวมทั้งนักวิจัยจากทั่วโลก โดยการประชุมจะมีช่วงระหว่างปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกรกฎาคม โดยจัดขึ้นทุกปีจนถึงปัจจุบัน หมุนเวียนไปตามสาขาได้แก่ ฟิสิกส์ เคมี และสรีรวิทยาหรือแพทยศาสตร์







