
มหากาพย์จำนำข้าว
โดย...สมผล
โดย...สมผล
เรียบร้อยโรงเรียน สนช.ไปอีกชุดแล้ว สำหรับการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว โครงการในยุคนารีหุ่นเชิด เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย สำหรับมติถอดถอน บุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ กับ ภูมิ สาระผล อดีต รมช.พาณิชย์ และมนัส สร้อยพลอย อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เป็นข้าราชการประจำคนแรกที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง
ถ้าไม่นับความเสียหายที่เกิดจากการต่อสู้ค่าเงินบาทของธนาคารแห่งประเทศไทย จนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 แล้ว คดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวในยุค พี่คิด-น้องทำ (เป็นไม่รู้เรื่อง) น่าจะถือได้ว่าเป็นคดีที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐมากที่สุดในประวัติศาสตร์ถึงประมาณ 6 แสนล้านบาท
ความจริงความเสียหายจากการต่อสู้ค่าเงินบาทนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่ประมาทเลินเล่อหรือความไม่รู้หรือไม่มีฝีมือของผู้บริหารที่ประเมินคู่ต่อสู้อย่าง จอร์จ โซรอส ต่ำเกินไป ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีผลทำให้หนี้สินประเทศโดยเฉพาะภาคเอกชนเพิ่มสูงขึ้นจนไม่อยู่ในฐานะที่น่าเชื่อถือ ถ้าเป็นคนธรรมดาก็เรียกว่ามีหนี้สินล้นพ้นตัว เศรษฐกิจของประเทศพังทลายจนต้องไปขอกู้ยืมเงินจากไอเอ็มเอฟ
แม้ความเสียหายโดยตรงจะมิใช่เกิดจากการทุจริตคอร์รัปชั่น แต่กลับปรากฏว่า มีการทุจริตโดยนำข้อมูลภายใน เรื่องการลอยตัวค่าเงินบาท ไปบอกกับเศรษฐีปีศาจการเมืองที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับต่างประเทศ เป็นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลภายใน ทำให้ธุรกิจไม่ได้รับความเสียหายจากค่าเงินบาทที่ลอยตัว ซึ่งในเรื่องนี้ สุเทพ เทือกสุบรรณ สส.ฝ่ายค้านในขณะนั้น ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยระบุว่า โภคิน พลกุล ได้นำความลับการลอยตัวค่าเงินบาทไปบอกทักษิณ ทำให้บริษัทของทักษิณไม่ได้รับผลกระทบ
สำหรับโครงการรับจำนำข้าวที่กำลังเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบตามกฎหมายในขณะนี้นั้น เป็นการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างชัดเจน ทำให้รัฐเสียหายสูงมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทย แม้จะรู้กันอยู่ว่ามีการทุจริตทุกขั้นตอน แม้จะมีการทักท้วง ตักเตือนทั้งภาครัฐด้วยกันเองอย่าง ป.ป.ช. สตง. และนักวิชาการ สื่อมวลชนที่ไม่ได้อยู่ใต้อำนาจเงินต่างเห็นตรงกันว่า การรับจำนำข้าวทุกเมล็ดของรัฐบาลจะทำให้เกิดความเสียหายกับรัฐอย่างมโหฬาร แต่ไม่มีใครฟัง ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าสัวหน้าไก่ ต่างสนับสนุนโครงการและยืนยันว่ารัฐจะไม่เสียหาย
สภาพการเมืองในขณะนั้น พรรคเพื่อไทยย่อมไม่คิดว่าอำนาจรัฐจะหลุดลอยไปได้ ฉะนั้นหากควบคุมอำนาจรัฐไว้ได้ตลอดไป ย่อมควบคุมกลไกการตรวจสอบไว้ได้ ควบคุมกระบวนการยุติธรรมต้นน้ำไว้ได้อย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะเป็น ตำรวจ ดีเอสไอ หรือแม้แต่อัยการต่างหันซ้ายหันขวาตามรีโมทจากคนแดนไกล แม้จะยังควบคุมศาลไม่ได้ แต่ไม่มีโอกาสที่จะถูกฟ้องคดีต่อศาลได้เลย
ถ้ายังจำกันได้ นักข่าวถามยิ่งลักษณ์ที่มีบุญทรงยืนอยู่ข้างๆ ถึงการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐหรือจีทูจีว่า จริงหรือไม่ ได้มีการทำสัญญากันหรือยัง ภาพที่ปรากฏคือ ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่าได้ทำสัญญากันแล้ว ได้เห็นสัญญาด้วย เป็นเอ็มโอยู ซึ่งบุญทรงต้องพูดแทรกขึ้นว่าเป็นสัญญาซื้อขาย คนที่ได้ดูการให้สัมภาษณ์แล้วจะรู้สึกเวทนาคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่รู้อะไรเลย รู้สึกเวทนาที่การให้สัมภาษณ์เป็นการแสดงให้เห็นว่ากำลังโกหกประชาชน
ในที่สุด ก็หนีกฎแห่งกรรมไม่พ้น เพราะกฎแห่งกรรมคือกฎของธรรมชาติที่ให้ความเป็นธรรมเสมอ ไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน และไม่สามารถติดสินบนได้ เมื่อกรรมมาถึงไม่ว่าจะเก่งกาจสามารถเพียงใด ก็ตัดสินใจผิดพลาดได้เสมอ และด้วยความย่ามใจ ทักษิณจึงออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้ตัวเอง อันเป็นจุดเริ่มต้นของการขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิด จนนำไปสู่มวลมหาประชาชนออกมาเดินถนนขับไล่ และในที่สุดก็เกิดการยึดอำนาจโดย คสช.
ทักษิณและพรรคเพื่อไทยคงไม่เคยคิดว่าจะมีวันนี้ วันที่ทหารทนไม่ได้กับพฤติกรรมการละเมิดกฎหมาย การละเมิดสถาบัน จนต้องออกมาขับไล่รัฐบาล เข้ามาควบคุมอำนาจรัฐและกำลังดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แทนการใช้อำนาจพิเศษเพื่อไม่ให้ถูกครหานินทาว่าไม่เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
การดำเนินการกับผู้ทุจริตโครงการรับจำนำข้าว มี 3 ขั้นตอน คือ
1.กระบวนการถอดถอนทางการเมือง นับเป็นหน้าแรกของประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติสามารถถอดถอนนักการเมืองได้สำเร็จ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง หากเป็นสภาจากการเลือกตั้ง เชื่อเหลือเกินว่าไม่มีวันที่จะถอดถอนนักการเมืองได้สำเร็จ เพราะแมลงวันย่อมไม่ตอมแมลงวันด้วยกัน เราจึงได้เห็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกถูกถอดถอนจากสภาเป็นคนแรก และหากไม่สามารถหลบหนีออกนอกประเทศได้ อาจจะได้รับเกียรติให้เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีคนแรกที่ต้องติดคุก!!!
2.การดำเนินคดีอาญากับผู้ทุจริตคอร์รัปชั่น ผู้ที่สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติหลายแสนล้านบาท ในวันนี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ถูกฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองแล้ว โทษสูงสุดคือ จำคุกตลอดชีวิต แม้วันนี้จะกลับมาคุมอำนาจรัฐได้ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งกระบวนการพิจารณาคดีอาญานี้
3.การดำเนินคดีกับนักการเมืองทุจริต คงไม่หยุดอยู่ที่คดีอาญา จากการเรียกร้องของนักวิชาการที่ให้ดำเนินคดีแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระทำผิด ทำให้ภาครัฐไม่อาจอยู่เฉยๆ ได้ กระทรวงการคลังจึงสั่ง
ให้กรมบัญชีกลางรวบรวมตัวเลขค่าเสียหาย เพื่อดำเนินคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายจากผู้เกี่ยวข้องต่อไป
กว่าคดีแพ่งจะตัดสินคงต้องใช้เวลาอีกนาน และยิ่งหากจำเลยยอมเสียเงินยื่นอุทธรณ์ฎีกา คดีก็ยิ่งจะยืดยาวออกไปอีก ถึงเวลานั้นจะมีทรัพย์สินเหลือให้ยึดหรือไม่
อย่างไรก็ตาม นักการเมืองจะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน แม้จะมีทรัพย์อีกบางส่วนซุกซ่อนไว้ที่อื่นก็ตาม แต่เฉพาะทรัพย์สินที่แจ้งก็มากมายแล้ว ถ้าถึงเวลานั้นมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ไป ก็ย่อมจะมีความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามกฎหมายอาญา เพียงแต่ว่าในช่วงเวลานั้น ถ้าเป็นรัฐบาลจากการเลือกตั้ง เราคงไม่ได้เห็นการไล่ล่าขุมทรัพย์จากนักการเมือง







