
จากความสนใจเมืองไทย สู่ความมุมานะศึกษาเรื่องไทยต่อเนื่องกว่า 20 ปี
ช่วงเวลานี้ ประเทศญี่ปุ่นฟีเวอร์เอามากๆ คนไทยแห่แหนกันไปเที่ยวญี่ปุ่นหนาแน่นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2556
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
ช่วงเวลานี้ ประเทศญี่ปุ่นฟีเวอร์เอามากๆ คนไทยแห่แหนกันไปเที่ยวญี่ปุ่นหนาแน่นตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2556 ที่ญี่ปุ่นยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้ จนปัจจุบันความฟีเวอร์ก็ยังคงทน ในทางกลับกันคนญี่ปุ่นเองก็สนใจไทยมากเช่นกัน เช่น โทชิยูกิ มิยาตะ หัวหน้าภาควิชาไทยศึกษา มหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศ เป็นชาวญี่ปุ่นที่ทุ่มแรงกายแรงใจมาศึกษาเรื่องราวของไทยอย่างต่อเนื่องกว่า 20 ปี จนปัจจุบันอายุ 51 ปีแล้ว ก็ยังคงมุ่งมั่นเพิ่มความรู้เรื่องของเมืองไทยต่อไป
มิยาตะเล่าว่า เขาเริ่มศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองไทยตั้งแต่อายุ 27 ปี ซึ่งในสมัยนั้นกำลังเรียนปริญญาโท คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอาเซดะ ซึ่งเขาเลือกศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์เศรษฐกิจของข้าวไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ดึงดูดเขาให้ยิ่งอยากรู้เรื่องเมืองไทยก็คือ การมองเห็นบริษัทญี่ปุ่นมาลงทุนในไทยจำนวนมาก ทำให้เกิดความสงสัยว่าเป็นเพราะเหตุใด ยิ่งได้เห็นการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยยิ่งชวนให้อยากศึกษา ในที่สุดมิยาตะก็เดินทางมาเมืองไทย ปี 2536 เพื่อเริ่มการศึกษาประวัติศาสตร์เศรษฐกิจข้าวไทยอย่างจริงจัง ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากมหาวิทยาลัยอาเซดะ ระหว่างที่เข้ามาศึกษาที่คณะนี้ มิยาตะก็เลือกไปเรียนภาษาไทยกับโรงเรียนเล็กๆ แห่งหนึ่งในไทยด้วย เพราะเขาเชื่อว่าการรู้และเข้าใจภาษาไทย คือช่องทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้เขาศึกษา
เรื่องราวของไทยได้เข้าใจลึกซึ้ง
“ภาษาไทยยาก แต่ถ้าอยากรู้เศรษฐกิจไทย ก็ต้องพยายาม เรียนภาษาไทยยิ่งมาก ยิ่งเข้าใจสังคม เศรษฐกิจไทยดีขึ้น ได้ความรู้แบบลึกซึ้ง” มิยาตะ กล่าว
หลังเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนกับที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์แล้ว มิยาตะก็ยังคงมุ่งมั่นศึกษาเรื่องไทยต่อ ย้ายไปที่คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในปี 2537 ในฐานะเป็นนักวิจัยพิเศษ และปี
2538 ก็กลับญี่ปุ่นไปศึกษาปริญญาเอก ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต จนสำเร็จการศึกษาในปี 2541 และได้เป็นรองศาสตราจารย์ มหาวิทยาลัย เทนริ ญี่ปุ่น ก่อนจะย้ายมาเป็นศาสตราจารย์ภาควิชาไทยศึกษา ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศ ในปี 2548 จนถึงปัจจุบัน
ทั้งนี้ แม้หลังจากช่วงที่มิยาตะจะกลับไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่นแล้ว ก็ยังเดินทางมาไทยอย่างต่อเนื่องปีละ 4-5 ครั้ง เพื่อมาเพิ่มเติมความรู้เรื่องเศรษฐกิจไทยเป็นระยะ โดยเฉพาะการศึกษาด้านเกษตรกรรม เรื่องข้าวไทย กับสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้กับอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยต่างๆ ในไทย
มิยาตะ กล่าวว่า สิ่งที่ประทับใจมาก คือ คนไทยให้ความช่วยเหลือเขาเต็มที่ในทุกครั้งที่มาศึกษาเรื่องราวต่างๆ ที่อยากรู้ในไทย คนไทยใจกว้างมาก แม้ว่าเขาจะเป็นชาวต่างชาติที่มาศึกษาอย่างเดียว ไม่ได้ทำประโยชน์ใดๆ ให้กับคนไทย แต่คนไทยก็เลือกจะช่วยเขา เมื่อกลับไปถึงญี่ปุ่น เขาจึงเลือกเขียนบทความเกี่ยวกับประเทศไทยให้คนญี่ปุ่นได้รู้และเข้าใจเศรษฐกิจ สังคมไทยมากขึ้น
ขณะที่ปัจจุบันที่เป็นศาสตราจารย์ภาควิชาไทยศึกษานั้น ก็ได้ทำหน้าที่เผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับไทยให้คนญี่ปุ่นได้รับรู้ต่อไป โดยแต่ละปีที่ภาควิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยโตเกียวศึกษาต่างประเทศ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐบาลเพียง 1 ใน 2 แห่ง ที่เปิดสอนภาคภาษาไทย เปิดรับนักศึกษา 15 คน/ปี เป็นไปตามโควตาที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้เปิดรับนักศึกษาภาควิชานี้ จากภาคภาษาทั้งหมดที่มีเปิดสอน 27 ภาษา
มิยาตะระบุว่า คนญี่ปุ่นรุ่นนี้สนใจเรื่องเมืองไทยกันมากยิ่งกว่าสมัยก่อน มีโรงเรียนสอนภาษาไทยเล็กๆ เปิดขึ้นมากมายในญี่ปุ่นเพื่อรองรับความสนใจนี้ เช่นเดียวกับร้านอาหารไทยที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ตอบสนองความชื่นชอบอาหารไทยของคนญี่ปุ่น
ไม่เพียงเท่านี้ ด้านการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นก็สนใจอยากจะให้คนไทยไปเที่ยวมากขึ้น การยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่าให้เป็นแนวทางหนึ่งที่เห็นได้ชัด ส่วนล่าสุดมิยาตะได้รับการทาบทามจากเฮอิตะ คาวากาชิ ผู้ว่าราชการจังหวัดชิซึโอกะ ซึ่งอดีตเคยเป็นศาสตราจารย์ประวัติศาสตร์เศรษฐกิจอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นและอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยอาเซดะ ให้ไปเป็นที่ปรึกษาโครงการโปรโมทชิซึโอกะกับตลาดคนไทย ถือเป็นเรื่องที่มิยาตะยินดีมาก เพราะจะได้นำความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจไทย ไปอธิบายให้ทางเจ้าหน้าที่ของจังหวัดชิซึโอกะเข้าใจเมืองไทยมากขึ้น จะได้วางแนวทางโปรโมทกับคนไทยได้ดีขึ้น
มิยาตะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีส่วนสำคัญช่วยให้คนไทยไปเที่ยวชิซึโอกะเพิ่มได้







