posttoday
ต้นตำรับ ปากกัดตีนถีบ คนทำ 'จาก' ลุ่มน้ำตรัง

ต้นตำรับ ปากกัดตีนถีบ คนทำ 'จาก' ลุ่มน้ำตรัง

10 พฤษภาคม 2558

"ย่านซื่อ" เป็นตำบลหนึ่งของ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีความเป็นมาอันยาวนาน ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนชุมชนไทยและจีน

โดย...เมธี เมืองแก้ว

"ย่านซื่อ" เป็นตำบลหนึ่งของ อ.กันตัง จ.ตรัง ที่มีความเป็นมาอันยาวนาน ซึ่งเมื่อ 100 ปีก่อนชุมชนไทยและจีนอพยพมาตั้งถิ่นฐานริมฝั่งตะวันตกของแม่น้ำตรังเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตรตามสภาพภูมิประเทศ จึงเรียกกันว่า "บ้านย่านซื่อ" และต่อมาได้เปลี่ยนเป็น ต.ย่านซื่อ ปัจจุบันมีจำนวนประชากร 559 หลังคาเรือน

แม่น้ำตรังในช่วงชุมชนย่านซื่อเป็นช่วงที่น้ำจืดไหลลงสู่น้ำเค็ม ระยะทางประมาณ 7-8 กิโลเมตร จึงมีสภาพเป็นน้ำกร่อย ทำให้พื้นที่ริมฝั่งของชุมชน อุดมสมบูรณ์ไปด้วย "ต้นจาก" มากถึง 4,000-5,000 ไร่ เป็นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย "ต้นจาก" จึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน "ย่านซื่อ" ชาวบ้านไม่น้อยกว่า 30% ที่ยังคงประกอบอาชีพเย็บตับจากใช้สำหรับมุงหลังคา นำลำต้นมาทำเป็นทุ่นลอยน้ำใช้ในอุปกรณ์จับสัตว์น้ำ นำผลคือลูกจากมาทำเป็นอาหารและขนมจาก นำน้ำเลี้ยงมาทำเป็นน้ำตาลจาก เช่นเดียวกับน้ำตาลโตนด และนำทั้งใบหรือก้านใบมาจักสานเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดของต้นจากก็คือ ใบอ่อน ซึ่งถือได้ว่าเป็น 1 ผลิตภัณฑ์ 1 ตำบล  หรือ OTOP เพราะใบจากของชุมชน "ย่านซื่อ" สามารถผลิตส่งขายไปทั่วในรูปแบบของอุตสาหกรรมครัวเรือน จนถือเป็นผลิตภัณฑ์ส่งออกที่สำคัญอันดับหนึ่ง นั่นเป็นเพราะคุณภาพที่พิเศษเหนือกว่าพื้นที่อื่นๆ ทำให้พืชในป่าชายเลนชนิดนี้ กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีค่าของตำบล และสร้างรายได้ให้กลับเข้าสู่ชุมชนปีละหลายล้านบาท

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ผู้ใดก็ตามที่ได้เดินทางยังชุมชน "ย่านซื่อ" จะต้องพบเห็นผู้คนแทบทุกครัวเรือนทำกิจกรรมจากใบจากในรูปแบบต่างๆ นับตั้งแต่การตัด-เลาะ-ตาก-อบใบจาก บริเวณริมแม่น้ำตรัง มาจนถึงการสับ-มัด-ตาก-มวนใบจาก บริเวณใต้ถุนบ้าน ก่อนบรรจุหีบห่อเพื่อนำไปส่งขายตามจังหวัดอื่นๆ รวมทั้งประเทศมาเลเซีย แต่จุดเด่นที่สุดของกระบวนการผลิตก็คือ ภาพที่กลุ่มแม่บ้านหลากวัย นับตั้งแต่สาวไปจนถึงชราต่างช่วยกันเลาะใบจากกันอย่างขะมักเขม้น จนถูกขนานนามว่า อาชีพ "ปากกัดตีนถีบ"

ต้นตำรับ ปากกัดตีนถีบ คนทำ 'จาก' ลุ่มน้ำตรัง

 

ขณะที่เศษใบจากที่เหลือใช้จากกระบวนการผลิต เช่น ใบ หรือก้าน ยังสามารถนำมาทำภาชนะจักสานที่ขึ้นชื่อ และกลายเป็นเอกลักษณ์เด่นของ จ.ตรัง ซึ่งนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนจะต้องซื้อหากลับบ้านไปเป็นที่ระลึก เช่น ติหมา (ภาชนะสำหรับตักน้ำ) ที่สามารถจักสานให้เสร็จได้ด้วยเวลาแค่ชิ้นละ 4 นาที หรือเสวียนหม้อ (ภาชนะที่ใช้รองหม้อแกง) รวมทั้งยังได้มีการปรับปรุง หรือพัฒนารูปแบบของผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้นไปเป็นตะกร้า ที่ใส่กระดาษทิชชู่ ที่ใส่ขวดไวน์ และอื่นๆ อีกมากมาย

เสกสรร สุจริยา หรือ "โกหมู" อดีตรองนายก อบต.ย่านซื่อ บอกว่า ที่สำคัญที่สุดเหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือ การที่ชุมชน "ย่านซื่อ" ยังคงช่วยกันสืบทอดอาชีพที่เกี่ยวข้องกับป่าจากมาอย่างต่อเนื่องนั้น ได้ก่อให้เกิดการอนุรักษ์ "ป่าจาก" เอาไว้อย่างสมบูรณ์ โดยร่วมกันนำมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม และไม่ยอมให้บุคคลจากภายนอกเข้ามาทำลาย ส่งผลดีต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อมของแม่น้ำตรัง เส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผู้คนมาอย่างยาวนาน ที่ยังคงไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์จนถึงทุกวันนี้

วันนี้ ป่าจากบ้านย่านซื่อแห่งลุ่มน้ำตรังยังคงความอุดมสมบูรณ์ รักษาระบบนิเวศปากน้ำตรังเอาไว้ได้ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง