
กฎหมาย ก็แค่เศษกระดาษถ้าความชั่วร้ายเกิดขึ้น
ใกล้ครบขวบปีหลังรัฐประหาร22 พ.ค. 2557 ถาวรยังมีคดีร้ายแรงติดตัว 8 คดี จากการถอดสูท สส.ออกมาเป็นแกนนำ
ใกล้ครบขวบปีหลังรัฐประหาร22 พ.ค. 2557 ถาวรยังมีคดีร้ายแรงติดตัว 8 คดี จากการถอดสูท สส.ออกมาเป็นแกนนำม็อบลุยการเมืองข้างถนน ที่มีโทษร้ายแรงลดหลั่นกันไปตั้งแต่ “กบฏ” ที่มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ที่อยู่ระหว่างการร้องขอความเป็นธรรมในขั้นตอนกระบวนการสอบสวน
“พวกผมทั้ง 50 กว่าคนร้องขอความเป็นธรรม บางคนฟ้องไปก่อนแล้วช่วงทักษิณเป็นใหญ่ ทั้งที่ความจริงยังไม่ได้ข้อยุติ ก็มีการตั้งข้อหากบฏ กระบวนการยุติธรรมจึงต้องปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมไม่ได้อิสระจริง แต่ไปรับใช้การเมือง ทั้งดีเอสไอ อัยการ ควรต้องรับโทษเรื่องนี้ ที่แจ้งข้อกล่าวหาแบบเหวี่ยงแหให้หนักเข้าไว้เพื่อปราม ระงับยับยั้งความต้องการพรรคการเมือง”
แต่ในมุมมองที่ผ่านประสบการณ์การนำม็อบ ถาวร มองว่า พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ ที่เพิ่งผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) นั้น ไม่อาจปิดกั้นการชุมนุมได้ เพราะเมื่อถึงจุดหนึ่งคนก็ไม่กลัวคุกกลัวตะราง แต่กฎหมายนี้ก็มีทั้งประโยชน์และโทษไปพร้อมกันด้านหนึ่งเป็นการตัดสิทธิขั้นพื้นฐานแต่ไปให้อำนาจหรือให้ดุลพินิจแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดชอบการชุมนุม
ที่สำคัญผู้จัดให้มีการชุมนุมต้องรับผิด รับโทษทุกอย่างที่เกิดขึ้นในการชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของใคร อย่างนี้มันผิดหลัก แต่เขายังยืนยันว่าคงยากจะสกัดไม่ให้เกิดการชุมนุมได้ เพราะ “เวลาคนไม่กลัวตาย ไม่กลัวติดคุก อุดมการณ์ มันอยู่เหนือความกลัวทั้งหมด”
“กติกาที่เข้มงวดไม่เคยทำอะไรได้มากมาย การแจ้งข้อกล่าวหาว่าพวกผมเป็นกบฏ ก็ไม่เห็นที่จะห้ามกิจกรรมทางการเมืองพวกผมได้ ถึงจุดๆ หนึ่ง กฎหมายก็แค่เศษกระดาษถ้าความชั่วร้ายเกิดขึ้นในบ้านเมืองเจ้าของบ้านเมือง เจ้าของอำนาจอธิปไตย ก็ต้องออกมาเคลื่อนไหว”
อดีตแกนนำ กปปส. กล่าวว่าข้อห้ามไม่ให้ชุมนุมหน้าทำเนียบฯหน้าสภา หากถึงวันหนึ่งคงห้ามได้ยากเพราะพื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ชุมนุม ถ้าไม่ให้ชุมนุมตรงนั้นไม่อาจกระตุ้นต่อมสำนึก หรือรัฐบาลจะไม่รู้สำเหนียก เช่น ประชาชนชาวสวนปาล์ม ออกมากระตุ้น อย่านำเข้าน้ำมันปาล์ม 5 หมื่นตัน แต่เมื่อไม่สะกดิ ต่อมสำนึก เขายังดันทุรังนำเข้าน้ำมันปาล์มเป็นเหตุให้ราคาปาล์มลดลง 2 บาทกว่า ฉันใดก็ฉันนั้น
เวลานี้ กปปส. ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนไหวเป็นมูลนิธิที่นอกจากจะเยียวยาผู้เสียชีวิต 24คนแล้ว ยังมีการเคลื่อนไหวด้านอื่น แต่ที่ไม่เห็นออกมาเคลื่อนไหวเรื่องรัฐธรรมนูญนั้น ถาวร อธิบายว่า เป็นเพราะคนอื่นทำแล้วไม่ต้องไปแข่งบารมีเสนอแนะกัน บทบาทการเมืองอย่าคิดว่าแสดงออกผ่านสื่ออย่างเดียว อย่ามองแค่ผิวเผิน
ส่วนจะมีโอกาสที่ กปปส. จะกลับมารวมตัวเคลื่อนไหวอีกหรือไม่นั้น ถาวร กล่าวว่า “ความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ประชาชนรวมตัวเสมอ แต่บทเรียนการบาดเจ็บล้มตายมีมาก การที่เราจะเอาประชาชนออกมาเคลื่อนไหวแบบง่าย หรือชีวิตของผู้เสียสละวีรชน24 คน ไม่รู้จะชดเชยยังไง
น่าจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น สิ่งที่เป็นผลเกิดตามมาทั้งหญิงม่าย เด็กกำพร้า ตัวเงินสองล้านบาทนั้นไม่พอกับความสูญเสียและจนถึงวันนี้คดี 24 คนยังไม่คืบหน้าสักคดีเดียว ฉะนั้นอย่าเอาเฉพาะความมันของตัวเองเป็นตัวตั้ง ต้องถอดบทเรียนในอดีตออกมาด้วย







