posttoday
นับถอยหลังเลือกตั้ง สู่รัฐบาลแห่งชาติ

นับถอยหลังเลือกตั้ง สู่รัฐบาลแห่งชาติ

10 พฤษภาคม 2558

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส.

โดย...ธนพล บางยี่ขัน

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ร่างรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น ถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดใจให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ได้ติดใจเรื่องประเด็นนายกฯ คนนอก หรือประเด็นระบบเลือกตั้งใหม่ จะมีที่ติดใจอยู่แค่ไม่กี่ประเด็น เรื่องแรก มาตรา 181 และ 182 คือให้รัฐบาลสามารถออกกฎหมายอะไรก็ได้ และเรื่องที่สอง การอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง ทำให้ในสมัยประชุมนั้นไม่สามารถถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อีก

“ที่ผ่านมาเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมสะท้อนเผด็จการเสียงข้างมากที่ยังตกค้างอยู่ และการกำหนดให้ปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง ใช้อำนาจตรวจสอบมาฟอกตัวเองเสียก่อนที่ฝ่ายค้านจะตรวจสอบ ​เป็นการทำลายกระบวนการถ่วงดุลในรัฐสภา ซึ่งขอต้านสองเรื่องนี้หากเอาออกได้ขอให้เอาออก”​

ถาวร อธิบายว่า กลไกในรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมามีความเป็นไปได้ที่จะเปิดให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีที่มาจากคนนอก มีพรรคการเมืองเล็กๆ กลุ่มการเมืองเล็กๆ ร่วมเป็นรัฐบาล หากกลุ่มการเมืองใดจะตีรวนก็ใช้วิธีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจได้อีก ​นี่เป็นข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์กับประชาชนไม่ใช่ประโยชน์นักการเมือง

“ผมกลัวนักการเมืองชั่ว นักการเมืองโกงจะใช้ช่องทางนี้ เพราะฉะนั้นขอทำความเข้าใจกับกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญว่าเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นได้ให้หาทางป้องกันเสีย และถ้าไม่แก้ไขก็จะเกิดความอ่อนแอในการถ่วงดุลอำนาจบริหาร”

ส่วนประเด็นที่มองว่ากติกาเช่นนี้จะนำไปสู่ความปรองดองนั้น ถาวร อธิบายว่า ต้องแยกระหว่าง “การตรวจสอบ” กับ “ความขัดแย้ง”​ ที่แตกต่างกัน เหมือนขณะนี้บางคนมองว่าระบอบทักษิณกับระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่ เพราะการตรวจสอบเพื่อทดแทนคุณของผู้เสียภาษี ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ไม่ใช่เรื่องของความขัดแย้ง แต่ถือเป็นการสร้างสรรค์ในการตรวจสอบ

​“มโนไปเองว่าจะไม่เกิดความขัดแย้ง แต่ในความเป็นจริงจะเกิดความขัดแย้งสูงนะ เพราะคนที่จับได้ไล่ทันว่ารัฐบาลในขณะนั้นทุจริต แต่ไม่มีสิทธิอภิปรายไม่ไว้วางใจ ไม่มีสิทธิเปิดโปงเพื่อนำไปสู่การถอดถอน เพราะรัฐบาลชิงอภิปรายไม่ไว้วางใจตัวเองไปแล้ว ความรู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เขาเสียภาษีแล้ว ไม่สามารถตรวจสอบการใช้เงินภาษีของเขาได้  เขามอบอำนาจให้รัฐบาลไปบริหารแล้ว รัฐบาลกลับฟอกตัวเอง ความไม่พอใจเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งก็จะปะทุออกไปสู่กลางถนนอีก”​

​อย่าไปมองด้านเดียว ​อย่าไปปิดกระแสข้อเรียกร้องการตรวจสอบ อย่าไปคิดบีบบังคับให้มีการอภัยซึ่งกันและกัน โดยไม่คำนึงถึงหลักนิติรัฐนิติธรรม เพราะการรอมชอมที่เกี่ยวกับการอภัยโทษ การสร้างความปรองดอง รัฐบาลเองจะต้องมีเจตจำนงแน่วแน่ว่าจะยึดหลักนิติรัฐนิติธรรม และเอาทุกคนที่ทำผิดเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อกระบวนการพิสูจน์ความผิดความถูกแล้ว คนที่ถูกศาลพิพากษาว่าผิดต้องเข้าสู่กระบวนการรับโทษไม่ว่านานหรือสั้นเท่าไหร่ ​หลังจากนั้นคนทำผิดก็ต้องมาขอโทษต่อสาธารณะ แล้วถึงจะเข้าสู่กระบวนการอภัยโทษหรือนิรโทษกรรม ถ้าไม่ยึดหลักนี้ ยึดหลักแต่ให้คนจับมือกันและอภัยกันนั้นทำไม่ได้ เพราะจะเป็นการขบถต่อกระบวนการนิติรัฐ ​และการบังคับใช้กฎหมายจะบังคับใช้ไม่ได้  ในวันข้างหน้าเมื่อมีอำนาจเสียงข้างมากเมื่อไหร่ก็ออกกฎหมายรอมชอม ซึ่งเป็นที่มาของการชุมนุมเต็มบ้านเต็มเมือง” ​

ถาวร มองว่า ประชาชนมีปัจจัยสี่แล้ว สิ่งที่เขาไม่ได้รับคือความยุติธรรม ถ้าเขาเป็นเจ้าของอำนาจแล้วไม่ได้รับความยุติธรรม เห็นความไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นในบ้านเมืองก็จะออกมาเคลื่อนไหว บีบบังคับไม่ให้ออกมาไม่ได้ ขอร้องก็ไม่ได้ ใครก็ตามที่ไม่เข้าใจระบอบประชาธิปไตย กับระบอบทักษิณ สับสนในเรื่องนี้ ก็จะแก้ไขปัญหาไม่ถูก ใครที่ไม่เข้าใจเรื่องประชาธิปไตยที่เป็นเรื่องสากล ที่มีความเป็นหลักนิติธรรมนิติรัฐรวมอยู่ด้วย ไม่ว่าประชาธิปไตยแบบไทยหรือแบบสากล คนคนนั้นๆ ปฏิรูปประเทศไทยไม่ได้

ส่วน “สัญญาณ” หลายอย่างที่นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ดักคอว่า คสช.อาจจะยื้ออยู่ในอำนาจต่อไปนั้น อดีตแกนนำ กปปส.เชื่อมั่นว่า ทุกอย่างจะเดินไปตามโรดแมปที่วางเอาไว้ เขาย้ำเสมอว่าต้องเดินตามโรดแมป ชายชาติทหารไม่ตระบัดสัตย์ เขาวางเกณฑ์การจัดการเลือกตั้ง และเขามั่นใจว่าจะจัดให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ไม่มีพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด ที่มีเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จได้ เมื่อไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จ การเจรจาเพื่อให้เกิดรัฐบาลแห่งชาติ หรือรัฐบาลรวมกลุ่มจากหลายๆ กลุ่มหลายๆ พรรคเกิดขึ้นได้

“การปฏิรูปประเทศไทย การคืนอำนาจให้ประชาชน ต้องเกิดขึ้นจากความตั้งใจจริง ​ซึ่งเมื่อตั้งใจจริง ประชาชนสัมผัสได้ก็จะแซ่ซ้องสรรเสริญให้ความร่วมมือ”​

สำหรับเหตุผลที่หยิบยกมาอ้างว่าเหตุการณ์ยังไม่สงบ ไม่อาจปล่อยให้มีการเลือกตั้งได้นั้น ถาวร กล่าวว่า การอ้างว่ายังมีโจรผู้ร้ายแล้วขออยู่ต่อนั้น ฟังไม่ขึ้น เพราะภารกิจหน้าที่ในการป้องกันการ
กระทำผิดเป็นหน้าที่ปกติ ไม่ใช่นโยบาย ใครมาเป็นรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการปราบปราม จับกุมผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม อ้างไม่ได้หรอกว่ามีโจรผู้ร้ายอยู่ในบ้านเมืองแล้วขอมีอำนาจต่อ

“ผมคิดว่าเขาไม่คิดจะอยู่ต่อ ผมคิดว่าเขาจะทำตามโรดแมป ซึ่งเป็นสัญญาประชาคม เป็นสัญญาลูกผู้ชายอันศักดิ์สิทธิ์ นับถอยหลังสู่การเลือกตั้งปีหน้าได้เลย ​คุณจะอ้างเหตุอะไร ถ้าเป็นผมจะอ้างเหตุอะไร มีความขัดแย้ง มีความเห็นแตกต่าง แต่หากขัดแย้งยังอยู่ในกรอบ คนที่ทำหน้าที่เจ้าหน้าที่ผู้ดูแลความสงบเรียบร้อย อย่าไปรับใช้การเมืองแล้วกัน ไม่ว่าตำรวจหรือทหารก็จบ”​

ที่สำคัญเศรษฐกิจอย่างนี้จะเอาอะไรไปอธิบายประชาชน เกษตรกรยากจน ​ข้าวเหลือเกวียนละ 6,000 บาท ​ปาล์มกิโลกรัมละ 2 บาทกว่า ยางเหลือกิโลกรัมละ 40 กว่าบาท คนอยู่ในกลุ่มนี้ 30 ล้านคน กรรมกร 10 ล้านคน ท่ามกลางสภาพข้าวของแพงเขาจะยังชีพอยู่ได้ไง แล้วจะเอาอะไรไปบอกว่าขออยู่ต่อ จะขออยู่ต่อเพื่อกวาดล้างนักการเมืองเพียงไม่กี่หยิบมือที่มาวางระเบิดนั้น มีเหตุผลไม่พอ

ส่วนประเด็นที่อาจจะทำให้โรดแมปเลื่อนเวลาออกไปอย่างการทำ “ประชามติ” ถาวร มองว่า เขาคงรอดูจังหวะ ถ้าเห็นว่าผ่านก็คงทำ หรือถ้ากระแสอ่อนลงก็คงจะไม่ทำ เพราะหากจะใช้เรื่องนี้มาเป็นแผนยื้ออยู่ในตำแหน่งคงถูกวิพากษ์วิจารณ์  หรือแม้แต่ สปช.​จะจับมือกับผู้มีอำนาจคว่ำร่างรัฐธรรมนูญให้ทุกอย่างยื้อเวลาออกไปก็คงอยู่ไม่ได้

อดีตแกนนำ กปปส.เสนอว่า ​หากจะลงมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ควรลงไล่ไปทีละมาตราเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา โดยไปแก้กติกาให้เสร็จภายในเดือนหนึ่ง แล้วโหวตไปทีละมาตรา เพราะหากจะคว่ำหมด หมายถึงจะคว่ำหมวดพระมหากษัตริย์ด้วยหรือจะคว่ำเรื่องสิทธิประชาชนด้วยหรือ เพราะที่เขาเถียงกันจริงๆ มีแค่ 3-4 เรื่อง เรื่องไหนไม่ผ่านก็มาปรับปรุงให้ผ่าน

ในฐานะที่เป็นกลุ่มมวลชนที่จุดประเด็นเรื่อง “ปฏิรูป”​ วันนี้บทบาทของ กปปส.ไม่ได้ยุติไปแต่ประการใด แต่มีหลายเรื่องที่ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินการทั้งเสนอแนะในทางลับ ทั้งการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรภาคประชาชนให้เข้มแข็ง​ เรื่องไหนสงบนิ่งได้ก็สงบนิ่ง ด้วยความอดทนรอโอกาส

​“ส่วนถ้าจะให้ย้อนไปถึงการตัดสินใจออกมาเคลื่อนไหวของ กปปส.เมื่อปีที่แล้วนั้น ยังยืนยันว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องนั่นคือการเริ่มต้นปฏิรูปประเทศไทย ส่วนปฏิรูปแล้วเกิดประโยชน์กับคนไทยเต็มที่หรือไม่ เป็นความรับผิดชอบของ คสช.​เพราะเผด็จการรัฐสภาเกิดขึ้นอยู่ทุกวัน จำเป็นต้องเปลี่ยนระบบ​หลังจากวันที่ 22 พ.ค. 2557 ก็เป็นความรับผิดชอบของ คสช.และแม่น้ำห้าสายว่าจะทำได้ตามที่ประชาชนผู้เสียสละชีวิต 24 คน ได้เรียกร้องหรือไม่” ​ถาวร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท