posttoday
ระบบเลือกตั้ง

ระบบเลือกตั้ง

09 พฤษภาคม 2558

อีกคำรบหนึ่งที่ต้องขอติดค้างเรื่องปฏิรูปไว้ก่อน ดังคราวที่แล้วได้พูดคุยกันไปและได้ค้างเอาไว้เรื่องระบบการเลือกตั้ง

โดย...เจษฎ์ โทณะวณิก

อีกคำรบหนึ่งที่ต้องขอติดค้างเรื่องปฏิรูปไว้ก่อน ดังคราวที่แล้วได้พูดคุยกันไปและได้ค้างเอาไว้เรื่องระบบการเลือกตั้ง ซึ่งก็ได้เกริ่นกันไปว่าระบบเลือกตั้งนั้นมีหลายแบบ มีทั้งแบบที่เป็นเขตหมด แบบบัญชีรายชื่อหมด และแบบผสมกัน ซึ่งแบบผสมกันก็เป็นแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องเพราะร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังยกร่างกันอยู่นี้ได้เลือกเอาระบบเช่นว่าเป็นระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่จะได้มีขึ้นกันต่อไปภายหลังจากที่รัฐธรรมนูญจะได้มีผลบังคับใช้ ตามเงื่อนไข และข้อกำหนดเวลาที่รัฐธรรมนูญจะได้บัญญัติเอาไว้ หรือตามที่กลไกการจัดการบ้านเมืองจะได้กำหนดต่อไป

นอกจากระบบเลือกตั้งที่จัดแบบแยกเป็นแบบเขต แบบบัญชีรายชื่อ และแบบผสมแล้วยังมีการจัดแบบเป็นสัดส่วนและไม่เป็นสัดส่วน ซึ่งระบบที่เป็นสัดส่วนจะแตกต่างจากระบบที่ไม่เป็นสัดส่วนตรงที่ระบบที่เป็นสัดส่วนนั้นจะมีการคำนวณให้คะแนนที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ลงให้กับผู้สมัครเป็นไปโดยสอดคล้องกับความนิยมที่เป็นผลสะท้อนมาจากคะแนนเหล่านั้น เช่น ระบบเขตหมด หากเขตหนึ่งจะมีผู้ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.จำนวน 3 คน แต่ละคนที่จะได้รับเลือกจะต้องได้รับคะแนนประมาณไม่ต่ำกว่าหนึ่งในสามของผู้ที่มาใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมด (ระดับคะแนนนี้เป็นการยกตัวอย่าง อาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว ส่วนสูตรการคำนวณนั้นเป็นเรื่องที่ต้องอธิบายกันยาวสักหน่อย หากมีโอกาสจะได้คุยกันครับ) จึงจะถือว่าได้รับเลือกเป็น สส.

การเลือกตั้งที่ใช้ระบบผสมทั้งเขต และบัญชีรายชื่อนั้นได้ใช้มาแล้วในประเทศไทยนับตั้งแต่เราประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2540 เมื่อมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. 2550 ก็ยังใช้อยู่ แต่มีการเปลี่ยนแปลงบ้างบางประการ แต่ระบบผสมที่ใช้มาอยู่เดิมนั้น เป็นระบบผสมที่ไม่เป็นสัดส่วน นั่นคือ ไม่มีเกณฑ์การคำนวณให้คะแนนที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ลงให้กับผู้สมัครเป็นไปโดยสอดคล้องกับความนิยมที่เป็นผลสะท้อนมาจากคะแนนเหล่านั้น ซึ่งบางทีก็เรียกระบบนี้ว่าระบบผสมแบบขนาน หรือแบบคะแนนเสียงข้างมากผสม ซึ่งเป็นระบบที่มีการนับคะแนนสองครั้งในส่วนของเขต และส่วนของบัญชีรายชื่อ โดยนับแยกกัน จึงทำให้คะแนนที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ลงให้กับผู้สมัครไม่สอดคล้องกับความนิยมของผู้สมัคร หรือของพรรคการเมืองที่ผู้สมัครนั้นสังกัด

เมื่อพิจารณาถึงความเป็นสัดส่วน และเล็งเห็นว่าจะเป็นสิ่งที่สะท้อนความนิยมที่มาจากคะแนนเลือกตั้งที่ประชาชนได้ลงให้กับผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง และมองว่าการจะยังคงไว้ซึ่งระบบแบบผสม ซึ่งมีทั้งการเลือกตั้งแบบเขต และแบบบัญชีรายชื่อ น่าจะเป็นสิ่งที่เหมาะควร ร่างรัฐธรรมนูญที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ตามที่ได้มีการเผยแพร่กันตามสื่อต่างๆ จึงได้กำหนดให้ระบบผสมแต่เดิมนั้นกลายมาเป็นระบบสัดส่วนผสม ซึ่งจะต้องมีการคำนวณให้คะแนนที่ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งได้ลงให้กับผู้สมัครเป็นไปโดยสอดคล้องกับความนิยมที่เป็นผลสะท้อนมาจากคะแนนเหล่านั้น

ระบบการเลือกตั้งนั้น ดังที่ได้เคยกล่าวไปแล้ว เป็นเรื่่องของการจัดการคะแนนที่ได้มีการลงให้กับผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง ดังนั้นรายละเอียดปลีกย่อยเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้งแก่ผู้เลือก และผู้ถูกเลือก จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ในรายละเอียดของระบบสัดส่วนผสมนี้ เราก็จะได้คุยกันในวาระต่อๆ ไป เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท