
รัฐอย่าเพิกเฉย
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุกับนักปั่นจักรยานจนเสียชีวิตจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาตกเป็นข่าวทุกวัน
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดอุบัติเหตุกับนักปั่นจักรยานจนเสียชีวิตจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาตกเป็นข่าวทุกวันตั้งแต่ที่ จ.เชียงใหม่ นักศึกษาสาวเมาแล้วขับ พุ่งชนกลุ่มผู้สูงอายุปั่นจักรยานออกกำลังกาย ริมถนนสายเชียงใหม่ดับ 3 ราย ตามด้วยที่กรุงเทพฯ หนุ่มซิ่งขับชนกลุ่มนักปั่นจักรยานบริเวณถนนรัชดาฯ-รามอินทรา กวาดจักรยานล้มไป 3 คัน สาวนักปั่นเสียชีวิต 1 ราย ถัดมา “ลุงอู๊ด” นักปั่นจักรยานแขนเดียวรอบโลก ถูกรถมอเตอร์ไซค์ชนจนบาดเจ็บขณะขี่จักรยานเลียบทางด่วนมอเตอร์เวย์
ความจริงแล้ว อุบัติเหตุมีขึ้นกับกลุ่มนักปั่นแทบทุกวัน เพียงแต่ไม่เป็นข่าวต่อเนื่องเหมือนตอนนี้ ปัจจุบันต้องยอมรับว่า ประเทศไทยมีผู้ขี่จักรยานเพิ่มขึ้นทุกปี จากการปลุกกระแสของภาคเอกชนและภาครัฐที่สนับสนุนตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถือว่าประสบความสำเร็จ ประชาชนตื่นตัว เกิดกระแสขี่จักรยานเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงการใช้จักรยานเป็นทางเลือกเดินทางมาทำงาน กระทั่งมีรายการจัดแข่งขันขี่จักรยานหลายแห่งทั่วทุกพื้นที่ในประเทศกันอย่างคึกคัก
แม้ปัจจุบันภาครัฐยังคงรณรงค์ให้คนไทยใช้จักรยานโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เป็นประธานเปิดงานจักรยานหลายเวที เน้นให้ประชาชนใช้จักรยานเพื่อสุขภาพ กระทั่งเปิดเส้นทางจักรยานเขาใหญ่ หรือในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ และสนับสนุนจัดทำช่องทางจักรยาน แต่อีกด้านภาครัฐกลับไม่ตระหนักถึงผลกระทบ อันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้จักรยานบนท้องถนน ซึ่งประเทศไทยโดยเฉพาะ กทม.ถูกจัดให้เป็นพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ไม่ว่าจากเหตุเมาแล้วขับ กฎจราจรหย่อนหยาน กระทั่งความมักง่าย ไร้ระเบียบวินัยของผู้ใช้ถนนด้วยกัน
อย่าลืมว่าพื้นที่ถนนใน กทม.ส่วนใหญ่คับแคบ ไม่พอกับจำนวนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ที่เพิ่มขึ้น และไม่สามารถขยายถนนมารองรับ “ไบค์เลน” ได้อีกแล้ว บางเส้นที่พอจะแบ่งได้ กลับเจอปัญหาการไม่เคารพกฎกติกา กลายเป็นที่จับจองของเหล่าวินมอเตอร์ไซค์ ถ้าจะขี่จักรยานก็ต้องออกไปเกยถนนใหญ่เสี่ยงอุบัติเหตุอีก ดังนั้น หากนักปั่นจะขี่จักรยานมาทำงานในช่วงรุ่งสาง กลับดึก ต้องพึงระวัง และยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น จากความไร้กฎระเบียบของผู้ใช้รถใช้ถนน
ถึงเวลาที่ภาครัฐต้องให้ความสำคัญกับมาตรการความปลอดภัยของนักปั่นจักรยานอย่างจริงจัง ควบคุมการเปิด-ปิดสถานบริการที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้ตรงตามเวลา มีป้ายแจ้งเตือนที่ชัดเจน ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจะต้องก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับผู้ใช้ถนนทุกประเภท ไม่เฉพาะกับจักรยาน แต่รวมถึงทุกยานพาหนะ สิ่งสำคัญคือ ทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายก็ช่วยแก้ปัญหาได้มาก







