posttoday
โกงจำนำข้าว

โกงจำนำข้าว

09 พฤษภาคม 2558

คดีทุจริตจำนำข้าวปิดฉากไปอีกคดี เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน “บุญทรง เตริยาภิรมย์”

คดีทุจริตจำนำข้าวปิดฉากไปอีกคดี เมื่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลงมติถอดถอน “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ “ภูมิ สาระผล” อดีต รมช.พาณิชย์ และ “มนัส สร้อยพลอย” ออกจากตำแหน่ง กรณีการทุจริตการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ฐานร่วมกันกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ (พ.ร.บ.ฮั้วประมูล) และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

“บุญทรง” เสียงถอดถอน 180 ต่อ 6 คะแนน ไม่ออกเสียง 4 คะแนน “ภูมิ” เสียงถอดถอนสูงถึง 182 ต่อ 5 ไม่ออกเสียง 2 และบัตรเสีย 1 ขณะที่ “มนัส” ให้ถอดถอน 158 ต่อ 25 ไม่ออกเสียง 1 และบัตรเสีย 1 ส่งผลให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 3 คน ถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง 5 ปี

หากพิจารณาตามร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 111 ซึ่งบัญญัติเกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ระบุห้ามไม่ให้ผู้ที่เคยถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งหรือถูกตัดสิทธิในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส. ดังนั้นหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ประกาศใช้ย่อมทำให้ “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” ถูกตัดสิทธิทางการเมืองตลอดชีวิต

“สมชาย แสวงการ” เลขานุการคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญประจำ สนช. วิเคราะห์การลงมติครั้งนี้ว่า สมาชิกพิจารณาจากสำนวนคดีที่ยื่นโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งมีความชัดเจนว่ามีการทุจริตในการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ

ส่วน “มนัส” ที่ถูกคาดการณ์ก่อนลงคะแนนว่าจะไม่ถูกถอดถอนเพราะเป็นข้าราชการ แต่ สนช.กลับเห็นชอบให้ถอดถอน เพราะเห็นว่า “มนัส” ไม่ยอมเข้าตอบข้อซักถามในสัปดาห์ที่ผ่านมา อีกทั้งเห็นว่า “มนัส” ยอมที่จะดำเนินการตามคำสั่งของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในขณะนั้น ซึ่งสามารถหลีกเลี่ยงได้

“สนช.ส่วนใหญ่ที่เป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการอาวุโส เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหากระทำผิดชัดเจน” สมชาย ระบุ

วิบากกรรมในคดีทุจริตระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐยังไม่จบเพียงเท่านั้น ทั้ง 3 คนยังต้องรับมือกับคดีอาญาในชั้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง “บุญทรง-ภูมิ-มนัส” พร้อมพวกรวม 21 ราย ซึ่งศาลฎีกาฯ ได้ประทับรับคำฟ้องแล้ว และนัดพิจารณาคดีครั้งแรก ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาแทบไม่มีเวลาพักยกต้องขึ้นชกในศึกต่อไป

แถมยังเป็นศึกหนัก เพราะโทษของจำเลยทั้ง 21 ราย ในความผิดตาม พ.ร.บ.ฮั้วประมูล, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 151 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นั้นมีโทษสูงสุดจำคุกตลอดชีวิต

ยิ่งกว่านั้น อัยการสูงสุดยังขอให้สั่งปรับจำเลยทั้งหมด 3.5 หมื่นล้านบาทเศษ ซึ่งเป็นมูลค่าครึ่งหนึ่งตามสัญญาระบายข้าว 4 ฉบับ จาก 8 ฉบับที่กระทำผิด

นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบให้กระทรวงพาณิชย์เป็นโจทก์เรียกค่าเสียหายจากการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ เบื้องต้นมีการตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่ง ประกอบด้วย อธิบดีกรมบัญชีกลาง ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ฯลฯ เพื่อพิจารณาค่าเสียหายก่อนฟ้องแพ่งต่อไป

กระบวนการเอาผิดโครงการรับจำนำข้าวเริ่มต้นขยับเป็นลำดับหลังจากเมื่อวันที่ 23 ม.ค. “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ​ถูก สนช.พิจารณาถอดถอนในคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ฐานไม่ระงับยับยั้งความเสียหายของโครงการด้วยมติท่วมท้น ​190 ต่อ 18 คะแนน งดออกเสียง 8 และบัตรเสีย 3

กระทั่งวันที่ 19 มี.ค. คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีคำสั่งรับฟ้องคดี “ยิ่งลักษณ์” ละเลยไม่ดำเนินการยับยั้งโครงการรับจำนำข้าว ทำให้รัฐเสียหายกว่า 6 แสนล้านบาท โดยศาลฎีกาฯ นัดพิจารณาครั้งแรก วันที่ 19 พ.ค.นี้

ในขณะที่ ครม.มีมติมอบให้กระทรวงการคลังเป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งกับ “ยิ่งลักษณ์” อีก ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าเสียหาย เช่นเดียวกับคดี “บุญทรง” และพวก

ค่าเสียหายเบื้องต้นในโครงการรับจำนำข้าว ป.ป.ช. ได้ส่งหนังสือถึงกระทรวงการคลังและกระทรวงพาณิชย์ เพื่อพิจารณาเรียกค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท

นับจากนี้ การดำเนินการไล่เอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าวจะค่อยๆ ชัดขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะคดีอาญาที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลฎีกาฯ เพราะเมื่อดูองค์คณะผู้พิพากษา 9 คนแล้ว ทั้ง “ยิ่งลักษณ์-บุญทรง” หนาวแน่

นี่ยังไม่นับรวมคดีแพ่งที่จะมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายอีกกว่า 6 แสนล้านบาท

งานนี้ต้องจับตา ไม่หนี ก็ต้องสิ้นอิสรภาพ แถมอาจโดนยึดทรัพย์อีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท