posttoday
ตลาดเกิดใหม่กระอัก ทุนไหลออกแรง-ศก.ผันผวน

ตลาดเกิดใหม่กระอัก ทุนไหลออกแรง-ศก.ผันผวน

08 พฤษภาคม 2558

ตลาดเกิดใหม่กำลังจะเผชิญกับภาวะทุนไหลออกรุนแรงที่สุด ซึ่งส่อเค้าจะรุนแรงมากกว่าช่วงทุนไหลออกในวิกฤตการเงินปี 2009 ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นอย่างยิ่ง

ตลาดเกิดใหม่กำลังจะเผชิญกับภาวะทุนไหลออกรุนแรงที่สุด ซึ่งส่อเค้าจะรุนแรงมากกว่าช่วงทุนไหลออกในวิกฤตการเงินปี 2009 ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เป็นอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้ รายงานจากบริษัทบริหารการลงทุน เอ็นเอ็น อินเวสต์เมนต์ พาร์ตเนอร์ส หรือ ไอเอ็นจี อินเวสต์เมนต์ แมเนจเมนต์ เดิม ระบุว่า การไหลออกของเม็ดเงินจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่ 15 ประเทศ มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็นราว 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 19.2 ล้านล้านบาท) ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ซึ่งนับว่าสูงกว่าสัดส่วนทุนไหลออกในช่วงไตรมาสแรกของปี 2009 ที่ 5.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 17.44 ล้านล้านบาท)

ที่ตลาดเกิดใหม่กำลังจะเสี่ยงต่อภาวะทุนไหลออกรุนแรงเช่นนี้ แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญเกิดจากเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่เริ่มชะลอตัวกันถ้วนหน้า อันเกิดจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจซึ่งในไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้นขยายตัวเพียง 7% ซึ่งต่ำที่สุดในรอบ 2 ทศวรรษ กลายเป็นการฉุดเศรษฐกิจของตลาดเกิดใหม่รายอื่นให้ชะลอตัวตามไปด้วย เนื่องจากจีนมีสภาพเศรษฐกิจที่ร้อยรัดกับเศรษฐกิจทั่วโลก และมีฐานะเป็นประเทศผู้บริโภคสินค้าโภคภัณฑ์ขนาดใหญ่

ขณะเดียวกัน ทั้งภาวะราคาน้ำมันดิ่งลงยังส่งผลกระทบต่อรายได้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่ต้องพึ่งพาการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์อีกด้วย โดยเฉพาะรัสเซียซึ่งยังต้องเผชิญกับภาวะคว่ำบาตรจากซีกโลกตะวันตกและภาวะค่าเงินรูเบิ้ลอ่อนค่าลงอย่างรุนแรง

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้เศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อยู่ในทิศทางขาลงกันถ้วนหน้า และกลายเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้นักลงทุนขนย้ายการลงทุนออกไปหาแหล่งที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งที่เป็นตัวจุดชนวนภาวะทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่อย่างแท้จริง กลับเป็นการส่งสัญญาณทิศทางนโยบายทางการเงินที่เข้มงวดขึ้นของเฟด หลังจากที่เฟดได้ยุติการใช้คิวอีไปเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว และกำลังอยู่ในภาวะพิจารณาช่วงเวลาการปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2008 เลยทีเดียว

การปรับดอกเบี้ยขึ้น หมายความว่าการลงทุนในสหรัฐซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยสูงอยู่แล้ว จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นหลังจากที่สหรัฐดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์มาตลอดหลังจากช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ซึ่งกรณีดังกล่าวเท่ากับเป็นการดูดเม็ดเงินลงทุนที่เคยไหลออกจากสหรัฐไปลงทุนทั่วโลกในช่วงวิกฤตให้กลับมาลงทุนในสหรัฐอีกครั้ง

แน่นอนว่า ผลกระทบจากภาวะทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่จะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในโลกการเงินเท่านั้น แต่สร้างผลกระทบในวงกว้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ โดยเฉพาะในด้านอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการไหลออกของทุนกอปรกับภาวะขาดดุลการค้า ซึ่งเกิดขึ้นอยู่ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขณะนี้ จะทำให้ค่าเงินอ่อนค่าอย่างรุนแรง ซึ่งส่งผลให้อัตราแลกเปลี่ยนไม่มีเสถียรภาพในที่สุด

ในกรณีของจีน สำนักการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เปิดเผยว่า มียอดเงินทุนไหลออกจากแดนมังกรเฉพาะในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ราว 2.38 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.61 แสนล้านบาท) ซึ่งนับเป็นสัดส่วนเงินทุนไหลออกในเดือนเดียวที่มากที่สุด

ที่เป็นเช่นนี้ เพราะเม็ดเงินลงทุนในจีนที่เกิดจากการ “แครีเทรด” เงินเหรียญสหรัฐกำลังไหลกลับ โดยภาวะแครีเทรดนั้น คือ สภาพที่นักลงทุนต่างกู้เงินในสหรัฐที่มีดอกเบี้ยมาลงทุนในจีนเพื่อหวังผลตอบแทนที่ดีกว่า กรณีนี้อาจสร้างกำไรให้นักลงทุนอย่างมหาศาล แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน และเคยเป็นตัวจุดชนวนให้เกิดวิกฤตการเงินเอเชียปี 1997 มาแล้ว

สภาพเช่นนี้ถือว่าอันตรายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จีนต้องการผลักดันเงินหยวนให้เป็นหนึ่งในสกุลเงินสำหรับทุนสำรองระหว่างประเทศตามกำหนดของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งหมายความว่า จีนต้องทุ่มทุนสำรองมหาศาลเพื่อรักษาเสถียรภาพให้กับเงินหยวน

สำหรับจีนที่เป็นประเทศที่ถือเงินสำรองมากที่สุดในโลก อาจไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ กรณีนี้อาจเป็นการบีบให้ต้องใช้ทุนสำรองจนหมดเลยก็เป็นได้ ยืนยันได้จากสัดส่วนการถือเงินทุนสำรองของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ 15 ประเทศ ซึ่งร่วงลงมาอยู่ที่ 3.74 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11.96 ล้านล้านบาท) ซึ่งนับเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนนับตั้งแต่วิกฤตตการเงินเอเชียปี 1997 

นอกจากนี้ สำหรับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ที่มีสัดส่วนหนี้สูงมาก ทั้งในภาครัฐและเอกชนซึ่งกู้ยืมในช่วงที่ทุนไหลเข้าจากสหรัฐ กำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการชำระหนี้ที่ยากมากขึ้น เนื่องจากบรรดาสถาบันการเงินมีแนวโน้มจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพื่อสร้างมนต์เสน่ห์ในการลงทุนช่วงภาวะเงินทุนไหลออก

ภาวะทุนไหลออกจากตลาดเกิดใหม่ในขณะนี้ จึงกำลังสร้างความเสี่ยงให้กับกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างยิ่งและมีแนวโน้มจะรุนแรงกว่านี้ หากเฟดเริ่มต้นการปรับขึ้นดอกเบี้ยซึ่งจะกลายเป็นฝันร้ายที่บั่นทอนเสถียรภาพทางการเงินของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ และนับเป็นสัญญาณช่วงขาลงของกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ท่ามกลางการผงาดกลับขึ้นมาของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท