
หมายจับค้ามนุษย์เพิ่ม10ราย
ตำรวจออกหมายจับขบวนการค้ามนุษย์เพิ่ม 10 ราย ผงะพบหลุมศพอีก 30 แห่ง
ตำรวจออกหมายจับขบวนการค้ามนุษย์เพิ่ม 10 ราย ผงะพบหลุมศพอีก 30 แห่ง
ความคืบหน้าคดีโรฮิงยา เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการค้ามนุษย์เพิ่มเติมอีก 10 ราย รวมทั้งสิ้นมีการออกหมายจับทั้งหมดแล้ว 18 ราย
พล.ต.ต.พุทธิชาต เอกฉันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 (รอง ผบช.ภ.9) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ออกหมายจับคดีค้ามนุษย์ที่ จ.สงขลา ไปแล้ว 18 ราย ในจำนวนนี้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 3 ราย ซึ่งสามารถจับกุมตัวได้หมดแล้ว นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นอีก 2 ราย จับได้เพียง 1 ราย ขณะที่ข้าราชการอีก 2 ราย และประชาชนอีก 11 ราย อยู่ระหว่างการติดตามตัว
วันเดียวกัน นายประสิทธิ์ เหล็มหล๊ะ รองนายกเทศมนตรีตำบลปาดังเบซาร์ 1 ใน 8 ผู้ต้องหาตามหมายจับรอบแรกได้เข้ามอบตัวแล้ว
พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ.9 ได้เปิดยุทธการปิดปลายทาง โดยสนธิกำลังตำรวจภูธรภาค 9 กับตำรวจตระเวนชายแดน และทหาร เพื่อตรวจสอบพื้นที่ระหว่างเทือกเขาแก้วและเส้นทางขึ้นเขา โดยจะเพิ่มกำลังสกัดกั้นไม่ให้ขึ้นไปบนเขาได้ โดยยืนยันว่าจะต้องไม่มีชาวโรฮิงยาอีก
ขณะที่การตรวจสอบพื้นที่สุสานมุสลิม (กุโบร์) บริเวณบ้านฉลุง ต.ฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นรอยต่อกับพื้นที่ อ.รัตภูมิ และถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 40 ปี โดยพบหลุมฝังศพต้องสงสัยประมาณ 30 หลุม ในลักษณะเดียวกันกับที่พบบนยอดเขาแก้ว อ.สะเดา เบื้องต้นชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันตรงกันว่าเดิมภายในกุโบร์มีหลุมฝังศพเพียง 6 หลุมเท่านั้น
นอกจากนี้ จากการลาดตระเวนพื้นที่หมู่ 10 บ้านคลองต่อ ต.กำแพงเพชร อ.รัตภูมิ ใกล้กับที่พบหลุมฝังศพต้องสงสัยแห่งใหม่ ยังพบร่องรอยแคมป์เก่าที่เคยใช้พักชาวโรฮิงยาซึ่งถูกทิ้งร้างมานาน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ระหว่างที่คดียังไม่พิจารณา ประเทศไทยต้องดูแลและหาอาหารให้ชาวโรฮิงยาตามหลักศาสนา ซึ่งถือว่าเป็นภาระ และต่างชาติก็จับตาดูอยู่ การประโคมข่าวมากๆ จึงไม่เป็นผลดี เรื่องนี้เป็นขบวนการข้ามชาติที่ไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จึงต้องแก้ที่ต้นทาง







