
ชงสนช.แก้ปิโตรเลียมใช้หลายระบบลดขัดแย้ง
กมธ.สนช. สรุปผลศึกษาแก้กฎหมายปิโตรเลียม ลดความขัดแย้ง คาดเสนอรัฐบาลเร็วๆ นี้
กมธ.สนช. สรุปผลศึกษาแก้กฎหมายปิโตรเลียม ลดความขัดแย้ง คาดเสนอรัฐบาลเร็วๆ นี้
พล.อ.สกนธ์ สัจจานิตย์ ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 และ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการได้สรุปผลศึกษาปัญหาการบังคับใช้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมแล้ว หลังจากใช้เวลาประมาณ 90 วัน ทั้งนี้จะรวบรวมความคิดเห็นทุกภาคส่วน และรายงานต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก่อนที่จะเสนอไปยังรัฐบาลเร็วๆ นี้
“เชื่อว่ารัฐบาลจะรับฟังสิ่งที่ได้ศึกษามา โดยหลังจากนั้นจะต้องนำร่างกฎหมายกลับมาเสนอที่ประชุม สนช.อีกครั้ง เพื่อไปสู่แนวทางการเปิดสำรวจแหล่งปิโตรเลียมรอบใหม่ได้ภายในปีนี้ โดยเชื่อว่าจากนี้ไปจะช่วยลดความขัดแย้งทางสังคมลงได้” พล.อ.สกนธ์ กล่าว
พล.ท.อำพน ชูประทุม ประธานอนุกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 กล่าวว่า ผลการศึกษาระบบสัญญาสำรวจปิโตรเลียมที่เหมาะสมกับประเทศไทยนั้น รัฐควรมีเครื่องมือที่หลากหลายให้เหมาะกับสภาพของแปลงปิโตรเลียม ที่กระจายตัวในหลายพื้นที่ของประเทศ มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ต่างกัน ดังนั้นจะต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาศึกษารูปแบบของระบบสัญญา ทั้งระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต และระบบจ้างผลิต
ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อนุกรรมาธิการวิสามัญ พ.ร.บ.ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม กล่าวว่า ข้อสรุปแนวทางปรับปรุงกฎหมาย เสนอให้ทบทวนมาตรการยกเว้นค่าภาคหลวงให้เฉพาะในส่วนที่มีความจำเป็นอย่างแท้จริง โดยการคำนวณมูลค่าปิโตรเลียม การกำหนดมูลค่าหรือราคาจะต้องกำหนดจากราคาขายหรือจำหน่าย ณ แหล่งผลิต โดยอาจอ้างอิงราคาปิโตรเลียมในตลาดที่ยอมรับ และใช้เป็นมาตรฐานกันโดยทั่วไปในธุรกิจการผลิตและจำหน่ายปิโตรเลียม
นอกจากนี้ ยังกำหนดให้ค่าภาคหลวงที่ได้ชำระแล้ว ไม่อาจนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้อีกต่อไป และให้มีการกำหนดในกรณีค่าเสียหายในการบำบัดหรือแก้ไขเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะ หรือผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนที่เกิดขึ้นจากการประกอบกิจการให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเช่นเดียวกัน และให้ชำระค่าภาคหลวงและภาษีเป็นเงินไทย ไม่ใช่เงินตราต่างประเทศ







