กทม.ให้รร.ในสังกัดร่วมโครงการเด็กไทยซ้อนใส่หมวก
ผู้ว่าฯกทม.เผยพร้อมสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดร่วมโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – 7% Project”
ผู้ว่าฯกทม.เผยพร้อมสนับสนุนให้โรงเรียนในสังกัดร่วมโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – 7% Project”
เมื่อวันที่7 พ.ค. องค์กรผู้เชี่ยวชาญพร้อมตัวแทนผู้ปกครอง ครู เด็ก และนักเรียน เข้าพบ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมยื่นรายชื่อประชาชนจำนวน 12,000 คน เพื่อเสนอให้นำโรงเรียนในสังกัดร่วมโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – 7% Project” ซึ่งรณรงค์โดย มูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย (API foundation)ประเทศไทย และ องค์การช่วยเหลือเด็ก(Save the Children)
ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ได้รับรายชื่อพร้อมร่วมลงนามสนับสนุนสัปดาห์ความปลอดภัยทางถนน สหประชาชาติซึ่งตรงกับวันที่ 4 - 10 พ.ค.
โดยตัวแทนผู้เชี่ยวชาญและกลุ่มผู้ปกครอง ครู และนักเรียน ได้เสนอให้ผู้ว่ากทม.นำโรงเรียนในสังกัดเข้าร่วมโครงการนำร่อง ที่มุ่งเน้นการให้การศึกษาเพื่อปรับพฤติกรรมของเด็ก รวมทั้งการอบรมครูและผู้ปกครองโดยมีโรงเรียน กทม. เป็นศูนย์กลางในการขับเคลื่อนให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยในชุมชนอย่างแท้จริง
นางรัตนวดี เหมนิธิ วินเธอร์ ประธานกรรมการมูลนิธิป้องกันอุบัติภัยแห่งเอเชีย ประเทศไทย กล่าวว่า เป้าหมายของโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก - 7% Project” นี้ คือ ภายในปี 2560 สามารถป้องกันเด็กกว่า 2,000 คนจากการเสียชีวิต และอีก 50,000 คนจากการบาดเจ็บร้ายแรง จากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์
ดังนั้น เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริง The 7% Project จึงมุ่งเน้นการแก้ปัญหาอย่างบูรณาการทั้ง เรื่องการศึกษา การสื่อสารกับมวลชน การบังคับใช้ และ การสร้างนวัตกรรม
น.ส.อรุณรัตน์ วัฒนผลิน ผู้ประสานงานโครงการจากองค์การช่วยเหลือเด็ก ประจำประเทศไทย กล่าวว่า เหตุที่เราทำงานกับโรงเรียน เนื่องจากเห็นว่าการเดินทางจากบ้านไป -กลับโรงเรียน คือ เส้นทางหลักสำหรับครอบครัว ซึ่งผู้ปกครองส่วนใหญ่ใช้จักรยานยนต์ในการรับ-ส่งบุตรหลาน
“The 7% Project จึงเริ่มต้นทำงานร่วมกับโรงเรียนประถมศึกษาเพื่อรณรงค์ให้หมวกนิรภัยเป็นส่วนหนึ่งของชุดนักเรียน โดยจะทำงานร่วมกับชุมชน เด็กๆ ผู้ปกคอง และประชาชนทั่วไปที่สนใจเพื่อร่วมกันสร้างสรรค์วัฒนธรรมความปลอดภัยที่ยั่งยืน”นางรัตนวดี กล่าว
จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยในแต่ละปี มีเด็กกว่า 2,600 คนเสียชีวิต หรือมากกว่า 7 คนต่อวัน และอีกเกือบ 200 คนต่อวันได้รับบาดเจ็บหรือพิการ หรือกว่า 72,000 คนต่อปี
มีเด็กในวัยเรียน ทุกๆวันราว 1.3 ล้านคนที่เดินทางโดยการซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ แต่กลับมีเพียง 7% เท่านั้นที่สวมหมวกนิรภัย จึงเป็นที่มาของชื่อโครงการ “เด็กไทยซ้อนท้ายใส่หมวก – The 7% Project” ซึ่งริเริ่มโดยทั้งสององค์กรเมื่อปลายปี2557







