
โชว์หยุดโลก
ผมไม่ได้สนใจ ไม่คิดจะดูและไม่ได้ดูมวยที่ได้ชื่อว่าเป็นศึกแห่งศตวรรษหรือไฟต์หยุดโลก เพราะนึกภาพไม่ออกว่าคนแก่ 2 คนชกต่อยกันจะน่าดูได้อย่างไร แต่แปลกใจที่มีคนรู้จักบางคนไม่ยอมรับนัดในช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้องอยู่เฝ้าหน้าจอทีวี เกรงว่าหากชกครบยกจะทำให้มาไม่ทันนัด
ผมไม่ได้สนใจ ไม่คิดจะดูและไม่ได้ดูมวยที่ได้ชื่อว่าเป็นศึกแห่งศตวรรษหรือไฟต์หยุดโลก เพราะนึกภาพไม่ออกว่าคนแก่ 2 คนชกต่อยกันจะน่าดูได้อย่างไร แต่แปลกใจที่มีคนรู้จักบางคนไม่ยอมรับนัดในช่วงเที่ยงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่าต้องอยู่เฝ้าหน้าจอทีวี เกรงว่าหากชกครบยกจะทำให้มาไม่ทันนัด
ที่จริงในทางสังคมอายุของคนทั้ง 2 ไม่ถือว่าแก่ เพิ่งย่างเข้าสู่วัยกลางคนเท่านั้น แต่สำหรับการเป็นนักกีฬาอาชีพระดับโลก ทั้ง 2 ได้ผ่านจุดสูงสุดของอาชีพมาหลายปีแล้ว โอกาสที่กำลังวังชาจะสู้หนุ่มๆ ที่อายุน้อยกว่าเป็นเรื่องยาก
แต่กีฬามวยทุกวันนี้มีความเป็นกีฬาน้อยลง มีความเป็นโชว์หรือการแสดงมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับชิงแชมป์โลกซึ่งมีเรื่องเงินทองเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก
ผมจะไม่ขอพูดเรื่องการชกนะครับ แต่อยากพูดเรื่องเศรษฐกิจและการเงินของศึกดวลกำปั้นระหว่างฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ กับแมนนี ปาเกียวที่ลาสเวกัสในคืนวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งตรงกับเช้าวันอาทิตย์ในบ้านเรา มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ ดังนี้
หนึ่ง วงการมวยได้ชื่อว่าเป็นวงการที่สกปรกกว่ากีฬาประเภทอื่น เพราะมีเงินหมุนเวียนและมีการพนันขันต่อมาก ในขณะที่การเล่นกลับตุกติกง่ายเนื่องจากมีผู้เล่นเพียงข้างละคน การควบคุมด้านจริยธรรมทำได้ยาก หากมีการสมยอมกันก็แทบจะสามารถเขียนสคริปต์ได้ล่วงหน้า มีความเสี่ยงอยู่บ้างแต่ไม่มากนัก เช่นเกิดแตกจนเลือดไหลไม่หยุด หรือโดนหมัดหลงจนหลับหรือเสียรูปมวยไปเลย เป็นต้น
สอง เริ่มตั้งแต่การเลือกคู่ชก กีฬามวยมีความยืดหยุ่นมากกว่ากีฬาอาชีพชนิดอื่นมาก ไม่มีตารางกำหนดไว้ล่วงหน้าว่าจะต้องชกกับใครบ้าง เมย์เวเธอร์ในฐานะแชมป์
มีสิทธิเลือกจะชกกับใครก็ได้ ส่วนคนที่ได้รับเลือกก็อาจรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณเพราะเป็นการช่วยให้ได้ค่าตอบแทนหรือค่าตัวสูงลิ่ว
เมย์เวเธอร์มีสถิติไม่เคยแพ้ใคร จึงต้องพยายามรักษาสถิตินี้ไว้ต่อไป จะได้มีโอกาสทำเงินให้มากยิ่งขึ้นไปอีกในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้จะทำลายสถิติเดิม ก็ยิ่งแพ้ไม่ได้ การเลือกคู่ชกจึงต้องเลือกประเภท
ที่มีโอกาสเอาชนะได้ง่ายหน่อย และมีความเสี่ยงต่ำ ซึ่งบางครั้งอาจหมายถึงคู่ชกที่อายุใกล้เคียงกัน หากเลือกคู่ชกที่หนุ่มกว่ามาก และมีกำลังวังชามากกว่า โอกาสเกิดอุบัติเหตุก็อาจจะสูงขึ้น
มีอีกแง่มุมหนึ่งในการเลือกคู่ชกครั้งนี้ นั่นก็คือผลในการประชาสัมพันธ์และการดึงดูดคนดูจากทั่วโลก เพื่อให้การชกครั้งนี้ดูยิ่งใหญ่กว่าหรือไม่แพ้คู่หยุดโลกอื่นๆ ในอดีต เช่น ระหว่างอาลีกับเฟรเชีย เป็นต้น
ปาเกียวจึงเป็นคู่ชกที่เหมาะสมด้วยประการทั้งปวง ประกอบแรงจูงใจหลักของปาเกียว น่าจะเป็นเรื่องเงินมากกว่าอย่างอื่น โอกาสที่จะไม่ให้ความร่วมมือจึงแทบมองไม่เห็น
สาม การบริหารจัดการชกต้องคำนึงถึงความเป็นโชว์มากกว่าสมัยก่อน เพราะมีเรื่องของทีวีและเรื่องของโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น จะน็อกเร็วไม่ได้ เพราะจะทำให้เสียรายได้จากโฆษณา รวมทั้งหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ เจ้าของสถิติต้องเป็นผู้ชนะ เพื่อที่แผนธุรกิจและแผนการเงินในอนาคตจะได้ไม่สะดุด
ผมยังจำสมัยที่ผมเรียนมหาวิทยาลัยในสหรัฐได้ สมัยนั้นหากมีนักกีฬาหรือทีมกีฬาไหนใกล้จะทำลายสถิติ คู่แข่งแต่ละรายในช่วงนั้นจะพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะให้ได้ชื่อว่าเป็นผู้หยุดยั้งสถิตินั้น ต่างกันอย่างลิบลับกับแนวคิดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการมวย
หลังการชกครั้งนี้ ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เมย์เวเธอร์เป็นฝ่ายชนะ อาจรู้สึกตะขิดตะขวงใจบ้างที่รูปมวยของเมย์เวเธอร์ไม่สวยเท่าที่ควร ดูไม่ใคร่สมศักดิ์ศรีแชมป์ จนถูกค่อนขอดต่างๆ นานา ส่วนปาเกียวก็ยินดีที่ถูกตัดสินให้แพ้ ที่สำคัญกว่าคือการรักษารูปมวยให้ดูสูสีหรือดีกว่าเมย์เวเธอร์เล็กน้อย จะได้เพิ่มโอกาสมีไฟต์แก้มือในอนาคต
สี่ การเลือกกรรมการ สังเกตว่ากรรมการให้คะแนนทั้ง 3 คนเป็นคนอเมริกัน ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนรู้หน้าที่ว่าต้องเข้าข้างเมย์เวเธอร์ กรณีนี้จะเห็นว่ากรรมการมวยในประเทศอื่นก็มีพฤติกรรมคล้ายกัน คือผู้มาเยือนแทบไม่มีโอกาสชนะคะแนน อยากชนะต้องน็อกอย่างเดียว
กรณีนี้ กรรมการอาจเข้าข้างเมย์เวเธอร์เกินไปจนน่าเกลียด หากกรรมการแต่ละคนให้เมย์เวเธอร์ชนะสูสีเพียง 2-3 คะแนน แทนที่จะชนะขาดลอย 4-8 คะแนน ภาพที่ออกมาจะสวยกว่านี้ และเสียงค่อนขอดจะน้อยกว่านี้
ห้า เรื่องการฝึกซ้อมและการเตรียมความพร้อมของนักมวยก่อนขึ้นชก ในทางทฤษฎี ทั้ง 2 ฝ่ายน่าจะฟิตตัวมาอย่างเต็มที่ให้สมกับการเป็นไฟต์หยุดโลก แต่ในทางปฏิบัติ ผมเข้าใจว่าเมย์เวเธอร์อ่อนซ้อม อาจเป็นเพราะรู้ล่วงหน้าว่าถึงอย่างไรก็ไม่ถูกน็อก และเมื่อยืนครบ 12 ยกก็จะได้รับการชูมือเป็นผู้ชนะ
คนในวัยอย่างเมย์เวเธอร์ อ่อนซ้อมเพียงนิดเดียวแรงปะทะก็คงหายไปเยอะ ทำให้ต้องเป็นฝ่ายถอย และบ่อยครั้งถอยไม่ทันก็ต้องเข้าไปกอดรัดคู่ต่อสู้เพื่อซื้อเวลา และเพื่อให้หายใจได้ทั่วท้อง ส่วนปาเกียวแม้อายุจะใกล้เคียงกัน แต่คงซ้อมมาหนักกว่า เพราะหากรูปมวยออกมาไม่สวย ไฟต์ที่ 49 ของเมย์เวเธอร์อาจหันไปเลือกคู่ชกคนอื่นแทน
ผลที่ออกมาคือ เมย์เวเธอร์ทำให้คนดูผิดหวัง และถูกวิจารณ์เสียๆ หายๆ ทำให้ต้องมีการแก้เกมด้วยการออกมาประกาศว่า ชกอีกครั้งเดียวก็จะแขวนนวม ซึ่งมีความหมายว่า การชกครั้งต่อไปพลาดไม่ได้ เพราะจะเป็นการสั่งลา
แต่ส่วนตัวผมเชื่อว่าเมย์เวเธอร์จะไม่หยุดที่ 49 ครั้ง เพราะครั้งที่ 50 จะมีผลในทางประชาสัมพันธ์และทางการเงินสูงมาก เพียงแต่อาจต้องรอประกาศหลังครั้งที่ 49
ข้อสุดท้าย เรื่องการพนัน การพนันได้เข้ามามีบทบาทสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการมวยระดับโลก สำหรับศึกครั้งนี้กาสิโนในลาสเวกัสและในเมืองอื่นๆ มีการประกาศราคาต่อรอง ซึ่งเคลื่อนไหวขึ้นลงตามปริมาณเงินที่เลือกแทงแต่ละข้าง
ตามข่าวบอกว่า เมย์เวเธอร์เริ่มต้นด้วยการเป็นต่อปาเกียวมาก ทำให้คนทั่วไปรู้สึกไม่ใคร่คุ้มที่จะแทงข้างเมย์เวเธอร์ เงินพนันจึงไหลไปข้างปาเกียว ดึงราคาต่อรองให้ค่อยๆ ลดต่ำลงมา
ส่วนตัวผมเชื่อว่าคนที่แทงข้างปาเกียวเป็นเหมือนแมลงเม่าในตลาดหุ้น คนเหล่านี้ตกเป็นเหยื่อของขาใหญ่เซียนปั่นหุ้นที่ทราบผลประกอบการล่วงหน้า







