posttoday
‘บุญทรง’ ไม่รอด ถอดตอกย้ำคดีจำนำข้าว

‘บุญทรง’ ไม่รอด ถอดตอกย้ำคดีจำนำข้าว

07 พฤษภาคม 2558

ถนนการเมืองทุกสายกำลังพุ่งตรงมาที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกครั้ง เพราะในวันที่ 7-8 พ.ค.

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

ถนนการเมืองทุกสายกำลังพุ่งตรงมาที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกครั้ง เพราะในวันที่ 7-8 พ.ค. จะมีการพิจารณาคดีถอดถอนโครงการรับจำนำข้าวในส่วนของการทุจริตการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)

ย้ำกันอีกครั้ง คดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 3 คน ประกอบด้วย “บุญทรง เตริยาภิรมย์” อดีต รมว.พาณิชย์ “ภูมิ สาระผล” อดีต รมช.พาณิชย์ และ “มนัส สร้อยพลอย” อดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ

ตามคิวทั้งสามคนจะต้องมาแถลงปิดคดีต่อ สนช.ในวันที่ 7 พ.ค. แต่มีรายงานว่าจะมีเพียง “บุญทรง-ภูมิ” เท่านั้นที่เดินทางมา ส่วนอดีตอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศขอใช้สิทธิแถลงผ่านทางเอกสารแทน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการนี้แล้วจะเข้าสู่การลงมติถอดถอนหรือไม่ถอดถอนในวันที่ 8 พ.ค.

ทั้งนี้ การถอดถอนจะเป็นผลสำเร็จต่อเมื่อ สนช.มีมติ 3 ใน 5 หรือ 132 เสียง จากสมาชิก สนช.ทั้งหมด 220 คน ผลของการถอดถอนจะทำให้ทั้งสามคนห้ามดำรงตำแหน่งทางการเมืองและถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี

มองถึงความเป็นไปได้ของการลงมติถอดถอนทั้งสามคนนั้นถ้าวิเคราะห์ในเชิงสถิติและเชิงปริมาณถือว่าโอกาสเกิดการถอดถอนน่าจะมีน้อย

ฝ่ายนิติบัญญัติของไทยทั้ง สนช.และวุฒิสภา เพิ่งถอดถอนบุคคลสำเร็จได้เพียง 2 ครั้ง ได้แก่ 1.กรณีของ จรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ และ 2.กรณีของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เมื่อมองในบริบทนี้มีความเป็นไปได้ไม่น้อยที่ทั้งสามคนจะรอด

ในทางกลับกัน หากวิเคราะห์บนตรรกะทางการเมืองมีน้ำหนักพอสมควรที่จะทำให้มีอดีตผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกถอดถอนเป็นครั้งที่สองติดต่อกัน โดยมีปัจจัย 3 ประการ

1.การถอดถอนที่มีฐานมาจากการทุจริต โครงการรับจำนำข้าวเป็นปัญหาแรกๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เข้ามาสะสางหลังจากยึดอำนาจมาจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ คนในรัฐบาลและ คสช.หลายคนต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “มีการทุจริตครั้งใหญ่” กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สนช.ไม่อาจปล่อยผ่านไปเหมือนกับคดีถอดถอนอดีต สว.จำนวน 38 คน

คดีถอดถอน 38 สว. สนช.ส่วนใหญ่มองว่าเป็นเรื่องการทำหน้าที่ในสภาในฐานะสมาชิกรัฐสภา ซึ่งมีเอกสิทธิ์และความชอบธรรมในการทำงานด้านนิติบัญญัติ หาก สนช.ลงมติถอดถอนอดีต สว.บนบริบทนี้อาจมีผลให้การทำงานของรัฐสภาในอนาคตมีความตึงตัวมากเกินไป

ต่างกับคดีการถอดถอนในกรณีการระบายข้าว เพราะรายงานที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ส่งมาให้ สนช.นั้นได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการทุจริต

โดยเฉพาะมีพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดการฮั้วจากกรณีที่พบว่าเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชนจีนสองบริษัท ซึ่งไม่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขาย แต่กลับได้ทำสัญญาซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ โดยไม่ต้องแข่งขันราคากับผู้เสนอราคารายอื่น อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นฐานความผิดสำคัญที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

2.การไม่ยอมมาชี้แจงต่อ สนช. จริงอยู่การจะมาหรือไม่ตอบข้อซักถามของ สนช.เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา แต่นั่นเท่ากับว่าเป็นการปิดโอกาสตัวเองในการทำให้ สนช.ได้เห็นว่าการระบายข้าวแบบจีทูจีในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีข้อเท็จจริงอย่างไร

เมื่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสามคนปฏิเสธการต่อสู้คดีตามกระบวนการโดยอ้างว่าไม่อยากให้กระทบต่อคดีในศาลฎีกาฯ ก็เท่ากับทำให้ สนช.จำนวนหนึ่งเข้าใจว่าการระบายข้าวผ่านระบบจีทูจีมีความไม่โปร่งใสจริงตามหลักฐานของ ป.ป.ช.

แม้ผู้ถูกกล่าวหาจะใช้ช่องทางการแถลงปิดคดีด้วยวาจาและลายลักษณ์อักษรจะมีเนื้อหาตอบคำถามของ สนช. แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยให้ สนช.เข้าใจว่าการทำจีทูจีเป็นไปโดยสุจริต และเพียงพอที่จะให้สมาชิก สนช.ลงมติไม่ถอดถอน

3.บรรทัดฐานจากคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ ต้องยอมรับว่าคดีจีทูจีกับคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์มีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งในส่วนของยิ่งลักษณ์เป็นความผิดเชิงนโยบายที่ปล่อยให้สร้างความเสียหายในทางการเงินและการคลัง โดยที่ตัวเองไม่ใช้อำนาจหัวหน้ารัฐบาลสั่งระงับยับยั้ง

ขณะที่การระบายข้าวแบบจีทูจี เป็นส่วนของภาคปฏิบัติที่สืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลมีนโยบายรับจำนำข้าว

ดังนั้น ในเมื่อยิ่งลักษณ์มีความผิดและถูก สนช.ถอดถอนไปแล้ว สนช.จำนวนมากจึงมองว่าไม่อาจลงมติเป็นอย่างอื่นได้นอกจากการถอดถอน เพราะหากไม่ทำเช่นนั้นจะเป็นการกระทำที่ย้อนแย้งกันของ สนช.

จากปัจจัยเหล่านี้ จึงพอสรุปได้ว่าสามอดีตบิ๊กกระทรวงพาณิชย์น่าจะมีชะตากรรมเดียวกับอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์  และเหนืออื่นใดผลของการถอดถอนที่จะมีในวันที่ 8 พ.ค.นี้ อาจตัวชี้วัดคดีจำนำข้าวฐานอาญาที่อยู่ในศาลฎีกาฯ อย่างมีนัยสำคัญด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท