
‘ถูกโบยตี-งานหนักไม่มีวันพัก’ ภาพสะท้อนชีวิตทาสบนเรือ
แม้กระทั่งในโลกศิวิไลซ์ปัจจุบันที่มีการกล่าวอ้างมนุษยธรรมไปทุกหย่อมหญ้า แต่ซอกหลืบอีกหลายแห่ง ขบวนการ “ทำนาบนหลังคน”
โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์
แม้กระทั่งในโลกศิวิไลซ์ปัจจุบันที่มีการกล่าวอ้างมนุษยธรรมไปทุกหย่อมหญ้า แต่ซอกหลืบอีกหลายแห่ง ขบวนการ “ทำนาบนหลังคน” ยังคงมีอยู่มากมาย จนแทบไม่อาจเชื่อได้ว่ามนุษย์เราจะกระทำความเลวร้ายต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเองได้ถึงขนาดนี้
สำหรับกรณีของประเทศไทยที่ผ่านๆ มา กลุ่มลูกเรือประมงที่ออกทะเลหาปลาในน่านน้ำประเทศเพื่อนบ้าน หลายคนต้องจ่ายค่าหัวคิวให้นายหน้าตั้งแต่อยู่เมืองไทย อยู่บนเรือก็ต้องเจอกับสภาพการทำงานที่หนักหนาสาหัสเกินจะทนทาน และพอเรือไปถึงต่างประเทศก็ได้ค่าจ้างไม่ครบตามที่ตกลงกันหรือไม่ได้เงินเลย เป็นเสมือนทาสบนเรือไม่สามารถมีปากเสียงได้ เพราะหากหืออือขึ้นมา นั่นย่อมหมายถึงอันตรายต่อชีวิตของพวกเขาเอง
“ผมเคยคิดจะกระโดดเรือหนี หรือไม่ก็ให้ตายกันไปเลยถ้าหนีแล้วไม่รอด เพราะบางครั้งเราป่วยหนักและงานมันก็ไม่ไหวแล้ว ยกปลาขึ้นมาเป็นตัน แล้วมาคัดแยกอย่างไม่หยุดหย่อน ค่าแรงพวกผมได้กันวันละ 100-150 บาท ลงเรือไป 3 เดือนได้เข้าฝั่ง แต่หลายครั้งเงินก็ไม่ได้ เขาจะอ้างว่าต้องเก็บเงินเอาไว้กรณีที่จะกลับไทย แต่พอแจ้งว่าขอกลับก็ไม่ให้กลับและเงินก็ไม่ได้ หลายคนก็ไม่กล้าจะทิ้งเรือ เพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงิน” สามารถ เสนาสุข เหยื่อที่หนีตายกลับมายังแผ่นดินไทย เปิดฉากเล่าในวงเสวนาหัวข้อ “การค้ามนุษย์กับการตีโจทย์ปฏิรูปประเทศไทย” ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 6 พ.ค.
สามารถ บอกอีกว่า เมื่อมาถึงฝั่งหากกลับไปขึ้นเรือไม่ทันเขาจะทิ้งทันที เพราะเอกสารต่างๆอยู่กับเขา แถมมารู้ทีหลังว่าเอกสารก็ถูกคนอื่นมาสวมด้วยเพื่อออกไปทำงาน พอกลับบ้านไม่ได้ เอกสารก็ไม่มี ต้องรับจ้างรายวันหรือขอข้าวเขากินตามเรือประมง ตกเรืออยู่ได้ 1 เดือนก็ไม่ไหวแล้ว เพราะถูกทิ้งแน่ๆ จึงหาทางประสานขอกลับไทยและได้กลับบ้านหลังจากรอคอยมานาน
“ผมมาถึงก็มีการเจรจากับนายจ้างจากไทยที่ส่งตัวผมไปตามกระบวนการ สรุปผมไปทำงาน 5 ปี กลับมาเมืองไทยได้รับเงิน 1.3 แสนบาท ยุติธรรมหรือไม่” สามารถ ย้ำ
ปรีชา ศรีเมืองรัตน เหยื่ออีกราย กล่าวเสริมว่า ไต๋เรือจะสั่งงานอย่างเดียวและควบคุมงานอย่างที่ต้องการ หากใครไม่ลุกมาทำงานตามรอบ ก็จะเอาน้ำร้อนมาสาด หรือกระชากลุกจากที่นอน หรือหากทำงานผิดพลาดก็จะโดนหางปลากระเบนฟาดหรือสั่งให้ลูกเรือรุมตีก็มี
“พวกผมถือว่าโชคดีมากที่หลุดออกมาได้ แต่ยังมีคนไทยอีกไม่น้อยที่ต้องลำบากทำงานอย่างไม่ยุติธรรมอย่างที่ผมบอกไป” ปรีชา กล่าว
เสียงที่สะท้อนของเหยื่ออีกหลายคนในวงเสวนา พูดเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือระบบทาส ข้าวเช้ากินเที่ยง ข้าวเย็นกินดึก วันหยุดก็ไม่ต้องนึกถึงเพราะไม่มี เวลาพักผ่อนเต็มที่มากที่สุดคือ 5 ชั่วโมง และไม่ต่อเนื่องกัน อีกทั้งต้องทำงานตลอดทั้งวัน ทางออกที่จะได้พักผ่อนคือต้องเร่งทำงาน ทั้งลากอวน คัดปลาในแต่ละรอบให้รวดเร็วมากที่สุด จะได้ยืดเวลาการพักผ่อนให้นานมากกว่าเดิม
ด้าน สมพงษ์ สระแก้วผู้อำนวยการมูลนิธิเครือข่ายส่งเสริมคุณภาพชีวิตแรงงาน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่เข้าไปช่วยแรงงานไทยที่ลำบากกลับมาได้แล้ว มีหลายอย่างผิดสังเกต เพราะดีเอสไอเข้ามาสอบสวนทั้ง 68 คน ว่ามีกรณีใดที่เข้าข่ายการค้ามนุษย์บ้าง สรุปว่ามี 28 คนที่เข้าข่ายต้องตรวจสอบ แต่เมื่อตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ (ปคม.) เข้ามาสอบบ้าง กลับพบว่ามีกรณีที่เข้าข่ายค้ามนุษย์อยู่เพียงแค่ 2 ราย ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้
“ภาครัฐไม่ชอบการดำเนินการของพวกเราเท่าไหร่ เพราะเหมือนกับไปแทรกแซงการทำงานของเขา แต่จริงๆ แล้วแรงงานไทยกลับเสียเปรียบอย่างไม่ยุติธรรม คือเขาต้องการทำปัญหาให้เสร็จเร็วที่สุด ปรากฏเป็นข่าวน้อยที่สุด และให้จบลงเร็วที่สุด ซึ่งไม่ถูกต้องเพราะมีแรงงานที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอยู่ด้วย” สมพงษ์ ย้ำ







