posttoday
คน งาน เงิน...ตัวแปรทุจริต

คน งาน เงิน...ตัวแปรทุจริต

06 พฤษภาคม 2558

นโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ/ เอกชัย จั่นตอง

นโยบายปราบปรามทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ถึงขนาดใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 มาใช้ล้างบางข้าราชการที่พัวพันการทุจริตภาครัฐ

โดยเตรียมแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการนอกฤดูกาลล็อตใหญ่ตามโผบัญชีรายชื่อ 100 กว่าคน ตามที่ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอ.ตช.) นำเสนอ

โอกาสนี้หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ได้สัมภาษณ์พิเศษทิศทางการทำงานของ “ประยงค์ ปรียาจิตต์” เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะเลขานุการ ศอ.ตช. ถือเป็นคนทำงานและกลไกสำคัญในการทำงานเชิงรุกของกระทรวงยุติธรรม ในการเดินหน้าเอาผิดข้าราชการที่ทุจริตคอร์รัปชั่นมาลงโทษ

ประยงค์ กล่าวว่า ตั้งแต่ คสช.เข้ามาบริหารประเทศ มีเรื่องร้องเรียนการทุจริตคอร์รัปชั่นเข้ามาจำนวนมาก เนื่องจากประชาชนมั่นใจการทำงานของ คสช.ว่าผลของการร้องเรียนจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นวันนี้งาน ป.ป.ท.จึงหนักมาก เพราะมีหลายหน่วยงานเข้ามาร่วมกันทำงานเป็นทีม จึงส่งผลให้มีผลงานการปราบปรามการทุจริตออกมาเป็นจำนวนมาก และที่สำคัญกำหนดให้เป็นปีแห่งการกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างเด็ดขาด 

“วันนี้ผลงานทุจริตก้าวหน้ากว่าช่วงที่ผ่านมา เพราะเราทำงานมาถูกทางโดยมีดัชนีชี้วัดความโปร่งใสของประเทศไทยดีขึ้น โครงการต่างๆ ที่ถูกร้องเรียนและเมื่อเข้าไปตรวจ มีการแก้ไข เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินการ ซึ่งแตกต่างจากสถานการณ์ก่อนเกิดการรัฐประหาร 22 พ.ค. 2557 ผลงานน้อยและแต่ละคดีทุจริตใช้เวลานานกว่าจะออกมาสักครั้งหนึ่ง จึงไม่แปลกที่ก่อนหน้านี้คนจึงหมดหวังกับการแก้ไขปัญหาทุจริตภาครัฐ” เลขานุการ ศอ.ตช. กล่าว

เลขานุการ ศอ.ตช. กล่าวถึงเหตุผลและภารกิจของ ศอ.ตช. คือ 1.ขับเคลื่อนให้ส่วนราชการ 420 หน่วยงานให้ทำหน้าที่ในการดูแลป้องกันและเฝ้าระวังการทุจริตภายในหน่วยงานของตัวเองพร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนการทำงานตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ และ 2.บูรณาการหน่วยงานที่มีอำนาจปราบปรามการทุจริต คือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปราบการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ให้ทำงานร่วมกันและเป็นไปในทิศทางเดียวกันเพื่อให้เห็นผลงานเป็นรูปธรรม ดังนั้นจึงส่งผลให้เกิดแรงขับเคลื่อนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ

“หลักการแก้ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นให้เห็นผลเป็นรูปธรรม คือ 1.คนโกงต้องหมดไป 2.คนโกงรายใหม่ต้องไม่เกิด และ 3.ไม่เปิดโอกาสให้ทุจริตได้ง่ายๆ เพราะฉะนั้นสรุปได้ว่า วันนี้ทำงานมาถูกทิศถูกทางแล้ว คือ มีกลไกในการขับเคลื่อนให้ทุกส่วนราชการทำงานพร้อมกันตามหน้าที่ของตัวเอง” 

ทั้งนี้ ขอยืนยันว่าการที่นายกฯ นำมาตรการการปกครองทางวินัยมาใช้ หรือมาตรา 44 สามารถลงโทษได้ทันที เมื่อพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐเกี่ยวข้องทุจริตย่อมต้องถูกลงโทษ หรือถูกโยกย้ายและยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนโปร่งใสและไม่ได้ไปแกล้งใคร เพราะเป็นกระบวนการทำงานตามปกติของหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบทุจริต ที่ต้องทำตามกรอบของกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่ให้หน่วยงานดังกล่าวเสนอรายชื่อให้นายกรัฐมนตรีใช้มาตรการทางปกครองเท่านั้น เพราะถ้าไม่ใช้มาตรา 44 จะไม่เกิดผลการดำเนินการ และในท้ายที่สุดต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมปกติที่ใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะดำเนินการเอาผิดลงโทษได้ แต่การดำเนินการครั้งนี้สิ่งที่จะได้เห็นทันที คือ การโยกย้ายและลงโทษทางวินัย ซึ่งในเชิงนโยบาย พล.อ.ไพบูลย์ เน้นย้ำว่าต้องเสนอรายชื่อข้าราชการที่พัวพันการทุจริตขึ้นมาทุกๆ เดือน

ประยงค์ยังได้ชำแหละปัญหาการทุจริตภาครัฐว่ามีตัวแปรสำคัญของปัญหา 3 ประการ คือ “คน-งาน-เงิน” เมื่อรวมกันจะนำไปสู่ “การทุจริต” เพราะเมื่อคนไม่อยู่กับร่องกับรอย การทำงานย่อมไม่ยึดหลักธรรมาภิบาลและปัญหาเหล่านี้ที่ผ่านมาไม่ได้มีการแก้ไขอย่างจริงจัง แต่ปัญหากลับถูกขยายให้ใหญ่ขึ้น แต่เมื่อมีคำสั่ง คสช. ที่ 69/2557 เรื่อง มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบ ย่อมทำให้เกิดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจนมากขึ้น 

“องค์กรใดที่มักเข้าไปเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบการทุจริตของประเทศไทย ที่ถูกตั้งขึ้นภาพที่เห็นคือการล้วงลูกจากภาคการเมือง ผู้ปฏิบัติงานถูกโยกย้าย การทำงานไม่ราบเรียบ ถ้าโชคร้ายมากก็จะถูกยุบไปโดยปริยาย และจับคดีอะไรไม่ได้” เลขาฯ ป.ป.ท. กล่าว

สำหรับทิศทางการทำงานของ ศอ.ตช.ในระยะอนาคต ประยงค์ ย้ำว่าอนาคตของ ศอ.ตช. ขึ้นอยู่กับผลงานของ ศอ.ตช.เองที่ต้องมีประสิทธิภาพและจะต้องทำให้ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา ที่สำคัญต้องผลักดันการปฏิรูปวิธีการดำเนินการจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในวงราชการให้เห็นผลเป็นรูปธรรม พร้อมกับการยึดหลักนำเอา 3 ตัวแปร คน งาน เงิน เป็นโจทย์หลักทำงาน คือ 1.การพิจารณาคนเข้าสู่ตำแหน่ง ต้องไม่ปล่อยให้คนมีอำนาจเล่นพรรคพวกตัวเองที่ชอบไถเงินไถทองขึ้นมามีอำนาจไม่ได้ 2.ระบบงานต้องทำตามกฎหมาย ตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และ 3.จะต้องไม่ปล่อยให้นักการเมืองแปรญัติงบประมาณได้ง่ายและเตรียมเสนอให้คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 69/2557 ออกมาเป็นกฎหมาย

“ถ้านักการเมืองเข้ามาจะทำอย่างไร เมื่อได้คนไม่ดีเข้ามา ถ้าในสภาไม่ไปแก้การเลือกตั้ง ทำแบบเดิมก็เอาไม่อยู่ ปรับแก้ทุกอย่างแล้วยังซื้อเสียงกันมาได้อีก เพราะฉะนั้นต้องไปจัดการระบบเลือกตั้งให้เป็นเครื่องมือที่ี่คัดคนดีเข้ามาได้และสกัดกั้นคนไม่ดีได้ ยึดเอาพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นตัวตั้งว่าจะต้องสนับสนุนคนดีให้ได้ปกครองบ้านเมืองและช่วยกันคนไม่ดีอย่าได้เข้ามา” ประยงค์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท