
คลังบี้สำนักงบตั้งจ่ายหนี้3%
คลังเดินหน้าผลักดันสำนักงบฯ ตั้งงบชำระหนี้ปี 2559 ไม่ต่ำกว่า 3% ก่อนมีปัญหาหนี้พอกสูง
คลังเดินหน้าผลักดันสำนักงบฯ ตั้งงบชำระหนี้ปี 2559 ไม่ต่ำกว่า 3% ก่อนมีปัญหาหนี้พอกสูง
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบชำระหนี้เงินต้นในปีงบประมาณ 2559 ไว้ 6.19 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 2.3% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ เมื่อเร็วๆ นี้ นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง จึงได้ลงนามในหนังสือที่มีถึงสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เห็นชอบในหลักการการตั้งงบชำระคืนต้นเงินกู้ตามหลักวินัยทางการเงินการคลัง คือไม่น้อยกว่า 3% ของงบประมาณแต่ละปี
โดยหนังสือดังกล่าวได้ให้ สบน.ไปผลักดันให้มีการจัดสรรงบชำระต้นเงินกู้ โดยไม่รวมเงินกู้ของรัฐวิสาหกิจไม่น้อยกว่า 3% ซึ่งจะส่งผลดีกับการบริหารหนี้สาธาณะในภาพรวม ทำให้จำนวนหนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว และเป็นประโยชน์กับการจัดสรรงบชําระหนี้ในอนาคต
ทั้งนี้ สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบชำระหนี้เงินต้นต่ำกว่า 3% ของงบรายจ่ายทั้งปีมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ที่มีการจัดสรรงบชำระต้นเงินกู้เพียง 3.96 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 1.5% ของงบประมาณรายจ่าย ซึ่งถือว่าต่ำเกินไป ส่งผลให้หนี้สาธารณะในภาพรวมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง และเป็นภาระงบประมาณในการจ่ายดอกเบี้ยจำนวนมาก โดยในปีงบประมาณ 2558 ต้องตั้งงบชําระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมถึง 1.21 แสนล้านบาท
นอกจากนี้ ในปีงบประมาณ 2559 สบน.ได้ประสานงานกับสํานักงบประมาณ เพื่อส่งคําขอการตั้งงบประมาณชําระต้นและดอกเบี้ยตามหลักวินัยทางการคลัง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาและติดตามการจัดสรรงบชําระหนี้ของรัฐบาลกับสํานักงบประมาณ เบื้องต้นสํานักงบประมาณจัดสรรงบชําระต้นเงินกู้ 6.19 หมื่นล้านบาท งบชําระดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม 1.31 แสนล้านบาท
“รัฐบาลทุกรัฐบาลกู้เงินเพื่อนำมาใช้จ่ายตลอด แต่ทุกรัฐบาลก็ชำระหนี้ไม่ครบ เดิมในอดีตการตั้งงบใช้หนี้จะจ่ายเงินต้นที่ครบกำหนดทั้งหมด รวมทั้งดอกเบี้ยจ่ายทั้งหมด แต่ช่วงหลังๆ มีการชำระเงินต้นไม่ครบ โดยให้มีการยืดอายุหนี้ออกไป ทำให้เกิดภาระต้องจ่ายดอกเบี้ยจำนวนมาก และจำนวนหนี้ของประเทศเป็นดินพอกหางหมูเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” แหล่งข่าวเปิดเผย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2559 ได้ผ่านการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และรอเข้าพิจารณาในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งหากร่าง พ.ร.บ.งบประมาณผ่าน สนช.ในวาระแรกแล้ว กระทรวงการคลังจึงต้องไปผลักดันการตั้งงบชำระหนี้เงินต้นให้ได้ 3% ของงบประมาณรายจ่ายในชั้นกรรมาธิการอีกครั้ง
สำหรับหนี้สาธารณะ คงค้าง ณ วันที่ 28 ก.พ. 2558 มีจำนวน 5.72 ล้านล้านบาท หรือ 46.83% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 6.23 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น หนี้ของรัฐบาลเพิ่มขึ้น 7.33 หมื่นล้านบาท จากการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 5.08 หมื่นล้านบาท การออกตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารดุลเงินสด 1.5 หมื่นล้านบาท การกู้เงินเพื่อการลงทุน 2,512 ล้านบาท และการกู้เงินเพื่อปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลล่วงหน้าที่จะครบกำหนดในวันที่ 22 พ.ค. 2558 จำนวน 1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ สบน. คาดว่าระดับหนี้สาธารณะยังทรงตัว หากปีนี้จีดีพีขยายตัว 3.5% ระดับหนี้สาธารณะสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 48.9% ของจีดีพี หากขยายตัวต่ำกว่านั้น สัดส่วนหนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นได้ ขณะที่ก่อนหน้านี้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ลดคาดการณ์จีดีพีปีนี้โต 3.7% จากเดิม 3.9%







