posttoday
การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (10)

การปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ (10)

05 พฤษภาคม 2558

มีสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่มีบทบาทในการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ แน่นอนผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด คือ สส.เดวิด สตีล ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นลอร์ด แห่งไอค์วูด (The Lord Steel of Aikwood) สส.สังกัดพรรคเสรีนิยม ตั้งแต่ พ.ศ. 2509-2540

มีสมาชิกรัฐสภาหลายท่านที่มีบทบาทในการปฏิรูปกฎหมายทำแท้งในอังกฤษ แน่นอนผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุด คือ สส.เดวิด สตีล ซึ่งต่อมาได้รับการสถาปนาเป็นลอร์ด แห่งไอค์วูด (The Lord Steel of Aikwood) สส.สังกัดพรรคเสรีนิยม ตั้งแต่ พ.ศ. 2509-2540

เดิม เดวิด สตีล รู้เรื่องการทำแท้งน้อยมาก เมื่อลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งแรก พ.ศ. 2507 สมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้งได้ไปติดต่อเพื่อล็อบบี้ โดยเริ่มจากสอบถามถึงทัศนะต่อเรื่องนี้ เดวิด สตีล รับว่าถ้าได้รับเลือกตั้งจะสนับสนุนเรื่องนี้ แต่เขาไม่ได้รับเลือกตั้งครั้งนั้น จนกระทั่งต่อมา มีการเลือกตั้งซ่อม เขาจึงได้รับเลือกตั้งเข้าสู่สภาเป็นครั้งแรก และได้เป็น สส.ติดต่อกันมาจนถึง พ.ศ. 2540

อันที่จริง เดวิด สตีล ถูกล็อบบี้จากบุคคลจำนวนมาก เขาจึงเริ่มศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจัง ได้อ่านหนังสือชื่อ “กฎหมายสำหรับคนรวย” (A Law for the Rich) ของอลิซ เจนกินส์ (Alice Jenkins) สส.อาวุโสสังกัดพรรคแรงงานซึ่งรณรงค์เรื่องนี้มานาน และมีความเห็นว่ากฎหมายที่มีอยู่ในขณะนั้น เป็นกฎหมายที่เปิดโอกาสให้แก่คนรวยเท่านั้น ที่สำคัญ เดวิด สตีล ยังได้พบกับรัฐมนตรีมหาดไทยซึ่งกระตือรือร้นที่จะผลักดันการปฏิรูปกฎหมายซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาขุนนางหรือวุฒิสภาแล้ว เดวิด สตีล ได้อ่านคำอภิปรายในสภาขุนนาง และตัดสินใจเป็นผู้เสนอร่างกฎหมายนี้เพราะเห็นเป็นเรื่องที่มีคุณค่าที่จะผลักดัน

ขณะนั้นมีตัวเลขสถิติของกระทรวงมหาดไทยระบุมีคนตายจากการทำแท้งปีละ 30-50 ราย ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงยอดของภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น วอร์ดคนไข้ในโรงพยาบาลรัฐบาลทุกแห่งมีคนไข้ที่ตกเลือดจากการทำแท้ง ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาสังคมอย่างแท้จริง ในรายงานของกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่ช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีข้อเสนอให้แก้ไขกฎหมายนี้ เพื่อเปิดให้มีการทำแท้งถูกกฎหมายกว้างขึ้น และมีร่างกฎหมายเพื่อปฏิรูปการทำแท้งเสนอต่อสภาโดย สส.มาแล้วถึง 6 ฉบับ แต่ไม่ผ่านเลย

เดวิด สตีล มิได้มองปัญหานี้ว่าเป็นประเด็นเรื่องผู้หญิง ขณะนั้นขบวนการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรียังไม่เข้มแข็งอย่างทุกวันนี้ แม้สมาคมปฏิรูปกฎหมายทำแท้งจะมีผู้หญิงเป็นผู้นำ แต่ก็มีผู้ชายเข้าไปร่วมขับเคลื่อนจำนวนมาก เดวิด สตีล มองปัญหานี้ในมุมกว้างว่าเป็นปัญหาเรื่องความยุติธรรม และปัญหาของการหน้าไหว้หลังหลอก ดังที่อลิซ เจนกินส์ได้เขียนไว้ในหนังสือของเธอว่า ถ้าใครมีเงินมากพอก็สามารถหลบเลี่ยงกฎหมายได้ โดยไปขอรับบริการจากคลินิกแพทย์เอกชนที่รับทำให้ แล้วเรียกชื่อเสียใหม่ เป็นโรคหรืออาการอื่นแทน

เดวิด สตีล ชี้ชัดว่า สิ่งที่ทุกคนผลักดันขณะนั้นมิใช่การทำแท้งเสรี แต่คือการปฏิรูปกฎหมายเพื่อสร้างสมดุลระหว่าง สิทธิที่เด็กจะเกิดมากับสิทธิของหญิงที่จะมีสิ่งที่กล่าวไว้ในคัมภีร์ไบเบิล นั่นคือ “ชีวิตที่อุดม” (“abundant life”) โดยให้แพทย์เป็นผู้ใช้ดุลพินิจ ในร่างกฎหมายจึงมีคำว่า “โดยสุจริต” (good faith) และให้แพทย์สองคนร่วมกันพิจารณา

แน่นอนว่า สิ่งที่สภาผู้แทนตัดสินใจออกมาเป็นกฎหมายขณะนั้น แตกต่างจากกฎหมายอีกหลายประเทศในยุโรปที่ออกมาภายหลังที่ให้สิทธิแก่หญิงในการตัดสินใจ โดยเฉพาะในกรณีตั้งครรภ์อ่อนๆ แต่เดวิด สตีล เชื่อว่าการพิจารณาของสภาขณะนั้น ถูกต้อง และสอดคล้องกับความเห็นของประชาชนส่วนใหญ่

เดิมร่างกฎหมายที่ เดวิด สตีล เสนอ เป็นร่างเดียวกับที่ผ่านสภาขุนนางของลอร์ด ซิลคิน ซึ่งมีข้อเสนอให้ทำแท้งได้ด้วยเหตุผลทางสังคม รวมทั้งมีเรื่องกรณีหญิงถูกข่มขืน กรณีเด็กในครรภ์พิการ และเหตุผลเรื่องสุขภาพ ต่อมาเดวิด สตีล เห็นด้วยกับ ศ.ดูกัลด์ แบร์ดและคณะในกรุงอเบอร์ดีนว่า ข้อความเหล่านั้นไม่ควรปรากฏในกฎหมาย ควรตัดออก และกำหนดเพียงให้เป็นดุลพินิจของแพทย์เป็นหลัก ร่างกฎหมายจึงมีการแก้ไขปรับปรุงต่อมาในวาระสองและในชั้นกรรมาธิการ

แม้จะเป็น สส.สมัยแรก แต่เดวิด สตีล ก็เรียนรู้ว่า หากระบุกรณีที่ให้ทำแท้งได้ไว้ในร่างกฎหมาย เมื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภา ย่อมมีโอกาสถูก “สับเละ” จึงแทนที่กฎหมายจะเปิดกว้างให้เป็นดุลพินิจของแพทย์สองคน จะกลับถูกบีบให้แคบเข้า หรือตัดกรณีให้ทำแท้งได้ออกไปเรื่อยๆ ซึ่งการณ์ก็เป็นเช่นนั้น การตัดสินใจของเดวิด สตีล เรื่องนี้จึงเป็นการตัดสินใจที่แยบคาย และทำให้กฎหมายผ่านสภาออกไปด้วยสาระสำคัญที่น่าพอใจ สามารถเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาได้ตรงจุด และมีประสิทธิภาพดีตามสมควร

เดวิด สตีล เห็นว่า การอภิปรายเรื่องนี้ในสภาถือว่าเป็นการอภิปรายที่ดียิ่ง ทุกคนอภิปรายโดยอิสระ ไม่มีข้อกำหนดจากพรรคหรือวิป มีการอภิปรายอย่างเต็มที่จากทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและคัดค้าน ทุกคนสามารถแสดงทัศนะโดยเปิดเผยและเต็มที่ เดวิด สตีล เชื่อว่าหลังกฎหมายผ่านสภา ไม่มีความแค้นเคืองระหว่างสองฝ่าย ไม่มีการประณามกันโดยเฉพาะในเรื่องความเชื่อทางศาสนา

สิ่งที่มีส่วนช่วยอย่างมากในเวลานั้นคือเอกสารแสดงจุดยืนของคริสตจักรแห่งอังกฤษ ที่ออกมาเมื่อ พ.ศ. 2509 สนับสนุนให้สามารถทำแท้งโดยถูกกฎหมายได้กว้างขึ้น คริสตจักรแห่งสกอตแลนด์ที่เดวิด สตีลสังกัดก็สนับสนุนการปฏิรูป

ดังนั้น แม้คริสตจักรโรมันคาทอลิกจะคัดค้านเรื่องนี้ แต่ในอังกฤษเวลานั้น ทั้งคริสตจักรและประชาชนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปฏิรูป และเดวิด สตีลเองก็ทำงานเรื่องนี้ได้ง่ายขึ้น เพราะทัศนะของทั้งคริสตจักรแห่งอังกฤษและสกอตแลนด์ ต่างสนับสนุน เดวิด สตีล จึงไม่ต้องเผชิญปัญหาขัดแย้งระหว่างงานในหน้าที่กับความเป็นคริสเตียนของตนเอง

เรื่องทำแท้งเป็นเรื่องที่หาฉันทามติ (Consensus) ไม่ได้ จะมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและคัดค้านเสมอ ผลงานอันยิ่งใหญ่ของเดวิด สตีล เรื่องนี้ ได้รับการสรรเสริญและชื่นชมอย่างมากทั้งในอังกฤษและนานาชาติ แต่สำหรับฝ่ายที่เห็นต่าง ไม่ใช่เช่นนั้น แม้เวลาผ่านไปแล้วเนิ่นนาน เดวิด สตีล ยังคงได้รับจดหมายหรือเมลประณามอยู่เป็นประจำทุกเดือน เรียกเขาว่าเป็นพวก “2 ฮ” คือ ฮิตเลอร์ กับ เฮรอด (Herod) จักรพรรดิแห่งโรมัน ผู้ทำให้พระเยซูถูกประหารด้วยการถูกตรึงไม้กางเขน!

ข่าวล่าสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด

นิด้าโพล ชี้ “อภิปรายไม่ไว้วางใจ” มหาดไทย รับศึกหนักสุด