posttoday
ปฏิรูปประเทศไทย เดินหน้าหรือถอยหลัง

ปฏิรูปประเทศไทย เดินหน้าหรือถอยหลัง

04 พฤษภาคม 2558

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

โดย...สุวิทย์ คุณกิตติ

ประเทศไทยจะไปทางไหน?

คำตอบก็ชัดเจนว่า “ตราบใดที่คนไทยยังมีอคติ ไม่รู้รัก สามัคคี ยังแตกแยก แบ่งสีแบ่งพวกกันอยู่อย่างนี้ การแก้ไขปัญหาโดยไม่ฟังเสียงที่แท้จริงของประชาชน ประเทศไทยก็ไม่ต้องเดินหน้าไปไหน มีแต่จะถอยหลังเข้าคลองและจะรุนแรงขึ้นอย่างไร้ทิศทาง”

ก่อนการปฏิวัติรัฐประหารประเทศไทยซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้นำอาเซียนก็หยุดอยู่กับที่ จนประเทศในกลุ่มอาเซียนแซงหน้าไปเกือบหมดแล้ว การหยุดอยู่กับที่ก็เท่ากับเป็นการถอยหลัง เพราะคนอื่นเขาเดินหน้าพัฒนากันอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษา สังคม การเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน

หลังการปฏิวัติรัฐประหารแล้วประชาชนส่วนใหญ่ก็มีความหวังที่จะเห็นประเทศไทยมีการแก้ไขปัญหา จัดระบบระเบียบกันใหม่ เพื่อให้สามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพราะ คสช.และรัฐบาลทหารมีอำนาจเต็มไม่มีฝ่ายค้าน ควรจะแก้ไขปัญหาได้ทันทีและดีกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่มีทั้งรัฐสภา องค์กรอิสระ และฝ่ายค้าน คอยควบคุมตรวจสอบ จะออกระเบียบหรือกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาก็ต้องใช้เวลา ไม่สามารถตัดสินใจสั่งการหรือออกกฎหมายและระเบียบได้ทันที ไม่มีเครื่องมือและอำนาจเด็ดขาดเหมือน คสช.ที่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้ทันที

ประเทศไทยมีศักยภาพและพื้นฐานดีอยู่แล้ว หากแก้ไขปัญหาอย่างเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาได้จริง ประเทศไทยก็จะกระโดดกลับมาเป็นผู้นำอาเซียนได้อย่างรวดเร็ว

แต่การแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ได้แก้ไขปัญหาแบบองค์รวมและที่ต้นเหตุของปัญหา ซึ่งทำให้ต้องมีการปฏิวัติรัฐประหารแบบซ้ำซาก

ตราบใดที่เราไม่สร้างภูมิคุ้มกันให้ประเทศชาติและประชาชนตามแนวพระราชดำริแล้ว การแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศก็จะไม่ยั่งยืน ผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอกประเทศก็ไม่สามารถป้องกันบรรเทาได้

ความอ่อนแอของประชาชนทำให้เกิดความอ่อนแอทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเป็นพื้นฐานของความมั่นคงทางการเมือง ประชาชนคนไทยต้องมีการศึกษาดี อยู่ดี กินดี มีสุขภาพแข็งแรง มีสวัสดิการที่ดี มีงานทำและมีรายได้ที่มั่นคง

ต้นเหตุที่ทำให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารซ้ำซากไม่ได้มาจากรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย แต่เกิดจากการตีความและใช้กฎหมายโดยไม่ชอบเพื่อประโยชน์ส่วนตนและพรรคพวกมากกว่าประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน มีการทุจริตประพฤติมิชอบและการใช้อำนาจอย่างไม่ละอายและไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

“ปัญหาจึงอยู่ที่คน ไม่ใช่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย”

การปฏิรูปประเทศที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปการศึกษา ระบบราชการ กระบวนการยุติธรรม การเมือง การกระจาย อำนาจ รัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็นการปฏิรูปอะไรก็ตาม ผลที่ออกมามีแต่แย่ลง ไม่เห็นมีอะไรดีขึ้น

ยิ่งปฏิรูปก็ยิ่งแย่ลง

ปฏิรูปทุกครั้งก็พวกเดิมที่เคยทำกันมาหลายครั้ง แต่ละครั้งก็ให้เหตุผลเหมือนเดิม ซึ่งแสดงว่าที่พวกนี้ทำกันมาไม่ดีขึ้นแล้วยังแย่ลงไปอีก จึงต้องหาแพะมารับผิดชอบแทนในสิ่งที่ทำไม่ถูก เพราะพวกนี้ไม่กล้าพอที่จะรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำไป

การปฏิรูปการศึกษาที่ทำมาหลายครั้งแล้วเป็นตัวอย่างที่สามารถจะชี้ให้เห็นได้ว่า การปฏิรูปโดยออกกฎหมายการศึกษามาบังคับให้ทำตามอย่างเป็นขั้นตอนที่ผ่านมานั้นไม่บังเกิดผล เพราะการประเมินทั้งภายในและภายนอกประเทศแสดงให้เห็นว่าคุณภาพการศึกษาของไทยนั้นตกต่ำลงไปกว่าเดิมจนสู้ประเทศด้อยพัฒนาไม่ได้แล้ว ไม่เห็นคณะที่จัดทำกฎหมายการศึกษาและคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาตามกฎหมายออกมาแสดงความรับผิดชอบเลยสักคนเดียว ก็พวกเก่าหน้าตาเดิมทั้งนั้นทำแล้วทำอีก เห็นแต่เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ไม่ฟังเสียงทักท้วงของคนอื่นที่เขารู้จริงแล้วยังพูดจาดูหมิ่นว่าเขาโง่ไม่รู้เรื่อง ยังมีหน้าจะมากระทำชำเราการศึกษาจนทำให้ชาติล่มจมก่อนถึงจะหยุดกันหรืออย่างไร

รัฐธรรมนูญที่เคยใช้มาก็ไม่มีปัญหาอะไร ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากการต่อสู้ทางการเมืองที่ไม่เคารพกติกา เกิดปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในรัฐบาล ใช้เสียงข้างมากลากไป ปิดปากฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อพูดในสภาผู้แทนราษฎรไม่ได้ทำให้ต้องออกมานอกสภา อาจารย์ นักศึกษาที่เห็นแก่ชาติบ้านเมืองก็ออกมาร่วม ประชาชนที่รักความเป็นธรรมเห็นเช่นนั้นก็ออกมาสมทบ จนในที่สุดก็มาถึงทางตันทางการเมือง ทหารก็ออกมาปฏิวัติรัฐประหาร

วิธีการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองก็ยังทำเหมือนเดิมคือ เขียนรัฐธรรมนูญใหม่

ร่างรัฐธรรมนูญที่เขียนใหม่ นอกจากจะไม่ได้แก้ปัญหาของประเทศแล้วยังจะเป็นเงื่อนไขที่จะนำประเทศไปสู่วิกฤตที่หนักกว่าเดิม

หลักการที่สำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยคือ การปกครองของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชนที่โปร่งใส มีกลไกในการตรวจสอบ คาน และดุลอำนาจ ที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติโดยรวม

รัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ไม่ใช่ประมวลกฎหมายวิธีปกครองประเทศ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ยึดหลักการดังกล่าว ตัวอย่างเช่น

นายกรัฐมนตรีไม่ต้องมาจากการลือกตั้ง ซึ่งเคยเป็นเหตุให้เกิดเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 มีการประท้วงอย่างรุนแรงเพราะการสืบทอดอำนาจของคณะปฏิวัติ จนเป็นเหตุให้มีคนตายจำนวนมากมาแล้ว ก็ยังนำกลับมาบัญญัติไว้ในร่างนี้อีก

ที่มาของสมาชิกรัฐสภาก็ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนทั้งหมด สมาชิกและคณะกรรมการในองค์กรตามรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้มาจากประชาชน ไม่มีความเชื่อมโยงหรือต้องรับผิดชอบกับประชาชน กรรมการสรรหาสมาชิกและกรรมการเหล่านี้ก็เป็นตัวแทนของกลุ่มคนไม่กี่คนที่ไม่ต้องมีความรับผิดชอบอะไร หรือมีความเชื่อมโยงกับประชาชนแต่อย่างใด

ร่างรัฐธรรมนูญระบุไว้ว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง แต่ในร่างนั้นแบ่งแยกคนไทยออกเป็นหลายชนชั้น มีสถานภาพและสิทธิที่แตกต่างกัน
มีทั้งประชาชน พลเมือง วิญญูชน ผู้แทนกลุ่มและองค์กรต่างๆ ที่มีสิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค การได้รับการคุ้มครองที่แตกต่างกัน

กลไกในการตรวจสอบ คานและดุลอำนาจ ที่ต้องเชื่อมโยงและรับผิดชอบกับประชาชนก็เลือกปฏิบัติ

ประเด็นที่มีการนำมาวิเคราะห์และที่มีการท้วงติงตามสื่อมวลชนนี้เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งเท่านั้น ถ้าเจาะลึกลงไปและไล่ดูกลไกของร่างรัฐธรรมนูญแล้วจะน่าตกใจมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าวตามสื่อสาธารณะ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเขียนรัฐธรรมนูญและกฎหมายให้คนเป็นคนดี วิญญูชนทุกคนรู้ว่ามันขัดธรรมชาติ กฎหมายจะดีอย่างไรหากคนไม่ดีแล้วก็ไม่มีประโยชน์

ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะทำให้บ้านเมืองเดินถอยหลัง เพราะมีการสร้างเงื่อนไขมากมายในร่างรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งล้วนเป็นระเบิดเวลาที่รอการระเบิด ระเบิดลูกนี้จะทำให้เกิดวิกฤตการณ์ที่ไม่สามารถควบคุมได้ และจะทำให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายมากกว่าก่อนที่จะมีการปฏิวัติรัฐประหารเสียอีก

หากจะให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ขอให้ทบทวนร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ยังพอมีเวลาและทุกฝ่ายก็พร้อมที่จะให้ขยายเวลาออกไป

ถ้าจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้ได้ตามที่ คสช.ได้ประกาศไว้ว่าจะคืนความสุขให้ประชาชน จะทำได้ไม่ใช่เอาชนะใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่รัฐบาลต้องเอาชนะใจประชาชนให้ได้ โดยการทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีความสุข มีอาชีพและรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท