posttoday
ยังไม่สายเกินไป

ยังไม่สายเกินไป

04 พฤษภาคม 2558

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังเข้ามาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอคำขอแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 บัญญัติเอาไว้

การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กำลังเข้ามาถึงช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ คือ การเปิดโอกาสให้สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เสนอคำขอแก้ไขเนื้อหาในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญได้พิจารณาเสร็จแล้ว ซึ่งเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 บัญญัติเอาไว้

กระบวนการยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญจะมีกรอบเวลาทั้งสิ้น 30 วัน ซึ่งจะสิ้นสุดประมาณปลายเดือน พ.ค.นี้ จากนั้นคณะ กมธ.ยกร่างฯ จะนำความคิดเห็นจาก สปช. ครม. และ คสช.มากลั่นกรองเพื่อพิจารณาว่าจะนำไปสู่การแก้ไขเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ต่อไป โดยคณะ กมธ.ยกร่างฯ สามารถแก้ไขเนื้่อหาหรือไม่ก็ได้จนถึงวันที่ 23 ก.ค. ก่อนส่งให้ที่ประชุม สปช.ลงมติในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เพื่อให้ความเห็นชอบ

ทั้งนี้ การทำงานของคณะ กมธ.ยกร่างฯ ในขั้นตอนนี้ ไม่ควรยึดเฉพาะความคิดเห็นของ สปช. ครม. และ คสช.เป็นหลัก แม้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 จะกำหนดให้ไว้เป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม เนื่องจากรัฐธรรมนูญคือกฎหมายสูงสุดที่บังคับใช้กับประชาชนทั้งประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่คณะ กมธ.ยกร่างฯ ต้องนำเสียงสะท้อนจากที่อื่นนอกจากแม่น้ำ 3 สายมาพิจารณาไตร่ตรองด้วย

นับตั้งแต่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับแรกได้เผยแพร่ออกมาสู่สาธารณะ ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีทั้งเสียงชื่นชมและเสียงท้วงติง ในด้านเสียงชื่นชมมุ่งไปที่บทบัญญัติรับรองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งมีหลายประเด็นที่พัฒนามากกว่ารัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 เช่น การให้พลเมืองมีสิทธิเท่าเทียมกันในการรับการศึกษาที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็นต้น

ขณะเดียวกัน เสียงท้วงติงก็มีไม่น้อยทั้งจากพรรคการเมือง นักวิชาการ ส่วนใหญ่พุ่งไปที่ประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างของสถาบันทางการเมือง เช่น การเปลี่ยนระบบเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. การให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถเลือกบุคคลที่ไม่ได้เป็น สส.มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมถึงการตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมาจำนวนมาก

ข้อห่วงใยเหล่านี้ไม่ได้มีแต่เพียงนักการเมืองเท่านั้นที่ออกมาเรียกร้องให้คณะ กมธ.ยกร่างฯ มีการทบทวน เพราะแม้แต่ใน สปช. ซึ่งผ่านการอภิปรายเมื่อปลายเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นในทำนองว่าหากดึงดันให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาเป็นเช่นนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในอนาคต

ดังนั้น ในเมื่อขณะนี้คณะ กมธ.ยกร่างฯ ยังมีเวลาที่สามารถปรับแก้ไขเนื้อหาทุกตัวอักษรของร่างรัฐธรรมนูญ 315 มาตราได้ ก็สมควรใช้ให้อย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศ เพื่อนำไปสู่การปฏิรูปและการสร้างความปรองดองให้สมกับเจตนารมณ์ของคณะ กมธ.ยกร่างฯ

จะมีประโยชน์อะไร ถ้ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่สวยงามในทุกตัวอักษร แต่กลับนำมาซึ่งวงจรความขัดแย้งอีกครั้งในอนาคตอันใกล้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท