posttoday
แกนนำชุมชนมองทำประชามติร่างรธน.มีผลดีมากกว่าผลเสีย

แกนนำชุมชนมองทำประชามติร่างรธน.มีผลดีมากกว่าผลเสีย

04 พฤษภาคม 2558

มาสเตอร์โพลล์เผยแกนนำชุมชนมองการทำประชามติร่างรธน.ให้ผลดีมากกว่าผลเสีย ไม่ขัดข้องหากต้องแก้ร่างรธน.ให้สมบูรณ์ก่อนเลือกตั้ง

มาสเตอร์โพลล์เผยแกนนำชุมชนมองการทำประชามติร่างรธน.ให้ผลดีมากกว่าผลเสีย ไม่ขัดข้องหากต้องแก้ร่างรธน.ให้สมบูรณ์ก่อนเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. ชมรมนักวิจัยไทยเพื่อความสุขชุมชน เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจมาสเตอร์โพลล์เกี่ยวกับความคิดเห็นของแกนนำชุมชนต่อร่างรัฐธรรมนูญใหม่และการทำประชามติ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 1,080 ตัวอย่าง จาก 19 จังหวัดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1-3 พ.ค.

ผลสำรวจพบว่า แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 55.4% เห็นด้วยกับการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะยังมีบางประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน เปิดโอกาสให้ประชาชนรากหญ้าได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งในอนาคตได้ และเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ประชาชนทุกฝ่ายยอมรับได้จริงๆ ขณะที่มีแกนนำชุมชนอีก 39.4% กลับไม่เห็นด้วย เพราะไม่อยากให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันอีก เชื่อมั่นการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีมากกว่าอย่างอื่น และคิดว่าการออกมาเคลื่อนไหวในขณะนี้มีวาระซ่อนเร้นอย่างอื่นๆ

โดยแกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 79.2% เห็นว่าการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่นั้นมีผลดีมากกว่าผลเสีย เพราะประชาชนจะได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่แรก ได้ความคิดเห็นที่หลากหลายไปแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้สมบูรณ์มากที่สุด เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะสามารถควบคุมการทำประชามติให้โปร่งใสและเป็นธรรมได้ และทำตอนนี้ดีกว่าทำหลังเลือกตั้งอาจจะวุ่นวายมากกว่านี้

ขณะที่ 9.7% เห็นว่ามีผลเสียมากกว่า เพราะอาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองอีก ไม่แน่ใจในความโปร่งใสของการทำประชามติ เกรงว่าจะยืดเวลาการเลือกตั้งออกไปอีก อาจทำให้เกิดการแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่ายอีก เกรงว่ารัฐบาลจะคุมสถานการณ์ไม่อยู่ บ้านเมืองเพิ่งจะเริ่มสงบ ไม่อยากให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีก และต้องการความสงบจึงยังไม่อยากให้มีการทำประชามติตอนนี้

สำหรับหน่วยงานที่มีความเชื่อมั่นว่าจะเป็นเจ้าภาพในการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมานั้น แกนนำชุมชน 42.6% ระบุเชื่อมั่นในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) รองลงมา 18.9% ระบุเชื่อมั่นในรัฐบาล ตามด้วย 14.7% ระบุเชื่อมั่นในสภาปฏิรูปแห่งชาติ, 13.8% ระบุเชื่อมั่นในคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.), 6.3% ระบุเชื่อมั่นในคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ และ 7.7% ระบุเชื่อมั่นในหน่วยงานอื่นๆ อาทิ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.), ใครก็ได้ที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย, ตั้งหน่วยงานขึ้นมาเพื่อรับผิดชอบโดยตรง

พร้อมกันนี้แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 83.3% ระบุว่ายอมรับได้หากต้องดำเนินการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยและประกาศใช้ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่ เพราะอยากให้บ้านเมืองเรียบร้อยและพร้อมจริงๆ, อยากให้บ้านเมืองเข้าที่เข้าทางก่อน, การเลือกตั้งจะได้ไม่มีปัญหาจะได้ไม่เกิดความขัดแย้งอีก, ให้มีกฎกติกาที่ชัดเจนก่อนบ้านเมืองจะได้ก้าวหน้าไปจริงๆ, รัฐธรรมนูญเป็นหลักสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดิน ต้องทำให้สมบูรณ์ที่สุด ขณะที่มีแกนนำชุมชนเพียง 2.5% เท่านั้นที่ระบุยอมรับไม่ได้ เพราะอยากได้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งจริงๆ, เลือกตั้งแล้วค่อยแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ได้, เกรงว่าจะใช้เวลานานเกินไป ส่วนแกนนำชุมชนอีก 14.2% ระบุไม่มีความคิดเห็นในประเด็นนี้

ขณะที่แกนนำชุมชน 38.2% มีความรู้สึกสนใจติดตามเรื่องร่างรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับแรกมากที่สุด รองลงมาอีก 33.9% รู้สึกชื่นชมมากที่สุด ตามด้วย 10.0% ระบุรู้สึกเบื่อหน่ายมากที่สุด, 5.6% ระบุรู้สึกตำหนิมากที่สุด และ 12.3% ระบุเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกอะไร

นอกจากนี้ แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 94.7% เห็นด้วยว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่สุดของประเทศตอนนี้, แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 48.1% วิตกกังวลต่อผลกระทบจากเคลื่อนไหวคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญ, แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 56.2% เครียดเรื่องการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ, แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 75.7% ไม่เห็นว่าเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งกับคนในครอบครัว, แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 76.8% ไม่เห็นว่าเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งกับเพื่อนบ้าน, แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 74.0% ไม่เห็นว่าเป็นประเด็นที่สร้างความขัดแย้งกับคนอื่นๆในที่ทำงาน และแกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 51.8% ไม่รู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศการเมืองขณะนี้ แต่แกนนำชุมชนส่วนใหญ่ 56.45 รู้สึกอึดอัดกับพฤติกรรมของนักการเมืองขณะนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท