เผยชาวโรฮิงญาถูกฆ่าโหดในแคมป์กลางป่าใช้ไม้ทุบ-ปืนยิง
พยานเผยชาวโรฮิงญาถูกสังหารโหดในแคมป์กักขังกลางป่าทั้งใช้ไม้ทุบตี-ปืนยิง ระบุมีชาวโรฮิงญาตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
พยานเผยชาวโรฮิงญาถูกสังหารโหดในแคมป์กักขังกลางป่าทั้งใช้ไม้ทุบตี-ปืนยิง ระบุมีชาวโรฮิงญาตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก
เมื่อวันที่ 3 พ.ค. นายกูราเมีย ชาวโรฮิงญา ที่ทำงานอยู่ในจังหวัดนครศรีธรรมราช น้าชายของนายคาซิม หนึ่งในชาวโรฮิงญาที่ถูกฆ่าและฝังอยู่ในแคมป์โรฮิงญากลางป่าในพื้นที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา รวมทั้งพยานชาวโรฮิงญารายหนึ่งที่เห็นเหตุการณ์สังหารได้เปิดเผยข้อมูลกับผู้สื่อข่าวถึงพฤติกรรมของแก๊งค้ามนุษย์ที่สังหารชาวโรฮิงญาในแคมป์กลางป่าโดยทุบตีด้วยไม้ขนาดใหญ่และใช้อาวุธปืนยิง
นายกูราเมีย กล่าวผ่านล่ามว่า เมื่อหลายเดือนก่อนนายอานัว ซึ่งเป็นผู้ต้องหาชาวโรฮิงญาที่พาชาวโรฮิงญามาอยู่ในแคมป์ได้ติดต่อมาบอกว่า คุมตัวหลานชายของตนไว้ และขอค่าไถ่เป็นเงินจำนวน 95,000 บาท หลังจากโอนเงินไปแล้วปรากฏว่ายังไม่ยอมปล่อยตัวหลายชาย และไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย จนกระทั่ง 15 วันผ่านไปได้เรียกเงินเพิ่มอีก 120,000 บาท แต่ตนไม่มีเงินแล้ว จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จนนายอานัว รู้ว่าถูกแจ้งความ จึงได้ฆ่าหลานชายของตน
ขณะที่ชาวโรฮิงญาที่เห็นเหตุการณ์นายอานัว และลูกน้องรุมฆ่านหลานของนายกูราเมีย ได้เปิดเผยผ่านล่ามว่า ตนเองเดินมาจากยะไข่ โดยถูกหลอกว่าจะนำไปทำงานในมาเลเซียราว 6 เดือนก่อน หลังจากนั้นได้ถูกกักตัวอยู่ที่บริเวณแคมป์ที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นพบหลุมศพ และที่หลุดออกมาได้เพราะมารดาที่อยู่ในพม่ายอมขายที่ดินนำเงินโอนมาไถ่ตัว 6,000 พันริงกิตมาเลเซีย จึงออกมาได้
"ขณะที่อยู่ในแคมป์นั้นรู้ว่ามีการตายเกิดขึ้นมากกว่า 500 คน ที่อาศัยอยู่ในแคมป์ทุกแคมป์ตามแนวชายแดนไทยมาเลเซีย โดยแคมป์ที่เจ้าหน้าที่ค้นพบหลุมศพนั้น มีชาวโรฮิงญาราว 700-800 คนถูกคุมตัวอยู่ที่นั่น แต่หลังจากรู้ว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าไปตรวจค้น ชาวโรฮิงญาทั้งหมดได้หลบเข้าไปในแนวป่าฝั่งประเทศมาเลเซียห่างจากฝั่งไทยประมาณ 200-300 เมตร ซึ่งมีชาวโรฮิงญาอยู่อีกนับพันคนที่รอให้ญาติไถ่ตัวหรือซื้อขายแรงงานกัน"ชาวโรฮิงญารายนี้กล่าว
ชาวโรฮิงญากล่าวอีกว่า ช่วงที่อยู่ในแคมป์ มีคนถูกฆ่าตายอย่างไร้ความปราณี โดยฆ่าด้วยการใช้ท่อนไม้ขนาดใหญ่ทุบตีจนตาย หรือใช้อาวุธปืนยิงประมาณ 17-20 ศพ แต่ไม่รู้ว่านำศพไปฝังที่ไหน ส่วนกรณีของหลานของนายกูราเมีย นั้นถูกนายอานัว ตีจนตายแล้วสั่งให้ลูกน้อง 2 คน นำไปฝัง หลังจากนั้นนายอานัว ได้ลงจากภูเขา ส่วนคนอื่นๆ ที่ไม่มีเงินไถ่ตัวหรือไม่มีญาติจะถูกตีจนบาดเจ็บสาหัสและตายไปเองหรือป่วยตาย
ทั้งนี้ในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมาขณะที่มีชาวโรฮิงญาถูกกักอยู่ที่นี่ และมีเจ้าหน้าที่หน่วยงานหนึ่งได้เข้าจับกุมแล้ว แต่หลังจากที่มีการเจรจากัน ปรากฏว่าทั้งหมดถูกปล่อยไป ส่วนผู้ที่เป็นเจ้าของแคมป์ดังกล่าวเป็นสามีภรรยาชาวไทยมุสลิมทราบชื่อเล่นว่า “บังฉี” และ “ฟารีดา” โดยเป็นผู้เข้ามาติดตามความเคลื่อนไหวตรวจสอบทั้งจำนวนคนและเป็นผู้รับยอดเงินที่ได้มาจากการไถ่ตัวกลุ่มชาวโรฮิงญาดังกล่าว
ส่วนความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินคดีนายอานัว ผู้ต้องหารายนี้ทางตำรวจ สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ได้ตั้งข้อกล่าวหาทั้งคดีฉ้อโกง คดีเรียกค่าไถ่ และจะรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ต่อไป พร้อมกับมีการประสานงานกับตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาเพื่อดำเนินการทางกฏหมายกับผู้เกี่ยวข้องต่อไปด้วย







