
พระมหากรุณาธิคุณต่อพระธรรมปัญญาบดี
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนชั้นเครื่องเกียรติยศประกอบศพพระธรรมปัญญาบดี
โดย...สมาน สุดโต
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนชั้นเครื่องเกียรติยศประกอบศพพระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม จากโกศแปดเหลี่ยม เป็นโกศไม้สิบสอง เสมอด้วยสมเด็จพระราชาคณะเป็นกรณีพิเศษ
พระธรรมปัญญาบดี (ถาวร) มรณภาพวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ค. 2557 เวลา 06.30 น. ที่กุฏิคณะใต้ ต. 34 วัดพระเชตุพนฯ ด้วยชราภาพโดยอาการอันสงบ สิริรวมอายุ 98 ปี 2 เดือน พรรษา 78
การที่พระธรรมปัญญาบดี พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ ได้รับพระราชทานโกศไม้สิบสอง ด้วยเหตุว่าท่านเป็นผู้ประกอบด้วยคุณสมบัติอันควรได้รับเกียรติยศและการยกย่องเชิดชูเป็นกรณีพิเศษ ดังนี้
1.อาวุโสโดยอายุ คือมีอายุมากถึง 98 ปี
2.อาวุโสโดยสมณศักดิ์ คือเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ อันดับที่ 1 ในคณะสงฆ์มหานิกาย
3.อาวุโสโดยพรรษา คือ 78 พรรษา
4.เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอกอุ (ในประเทศไทยมี 6 วัด) และเป็นเจ้าอาวาสวัดประจำรัชกาลที่ 1 นับตั้งแต่เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น) สิ้นพระชนม์ เมื่อปี พ.ศ. 2516 วัดพระเชตุพนฯ ก็ร้างสมเด็จพระราชาคณะมานาน ซึ่งวัดนี้นับว่าเป็นวัดใหญ่ เป็นพระอารามสำคัญของกรุงรัตนโกสินทร์5.ถวายการรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ ในการเสด็จฯ ไปถวายผ้าพระกฐิน ณ พระอารามนี้ ตลอดระยะเวลาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ มาถึง 20 ปีเศษ
6.เพราะมีอาจาระและจริยาวัตรเรียบร้อย เป็นที่น่าเคารพแก่ผู้พบเห็น
กำหนดออกเมรุ
ส่วนกำหนดการบำเพ็ญกุศลออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส กรุงเทพมหานคร วันที่ 9-10-11 พ.ค. 2558 โดยเสด็จพระราชกุศล และในพระบรมราชานุเคราะห์
วันเสาร์ที่ 9 พ.ค. 2558 เวลา 09.30-19.30 น. ช่วงเช้า พระสงฆ์รับทักษิณานุประทาน สวดพระพุทธมนต์ ฉันภัตตาหารเพล ช่วงบ่าย สวดมาติกา-บังสุกุล สวดพระพุทธมนต์ และพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 ในพระบรมราชานุเคราะห์ และตอนเย็น เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม ในพระบรมราชานุเคราะห์
วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. 2558 ช่วงเช้า พระสงฆ์ 10 รูป ที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน รับพระราชทานฉัน และพระสงฆ์อีก 500 รูป ฉันภัตตาหารเพล ช่วงบ่าย พระสงฆ์ 250 รูป รับทักษิณานุประทาน พระสงฆ์ 10 รูป บังสุกุล จากนั้นเชิญโกศศพขึ้นรถวอจัตุรมุขจากโรงเรียนสุขุมาลธัมมุทิส วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ไปยังเมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส แห่เวียนเมรุ แล้วเชิญขึ้นตั้งบนจิตกาธานเวลา 17.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ไปในการพระราชทานเพลิงศพ
วันจันทร์ที่ 11 พ.ค. 2558 เวลา 07.00 น. พระราชทานผ้าไตรและภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ ในพระบรมราชานุเคราะห์ พระสงฆ์ 10 รูป เจริญพระพุทธมนต์ รับพระราชทานฉัน แล้วบังสุกุลฉลองอัฐิ ในพระบรมราชานุเคราะห์ และพระสงฆ์ 300 รูป ฉันเพล ตามด้วยพระสงฆ์ 30 รูป สวดมาติกา-บังสุกุล
ประวัติย่อ
พระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร ป.ธ.4) อดีตเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ นามเดิม ถาวร นามสกุล เจริญพานิช เกิดวันเสาร์ที่ 27 พ.ค. 2459 ตรงกับวันแรม 11 คํ่า เดือน 6 ปีมะโรง บ้านเลขที่ 5 ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี
บรรพชา วันเสาร์ที่ 24 เม.ย. 2474 อุปสมบท วันศุกร์ที่ 5 มิ.ย. 2479 ณ วัดตราชู ต.บ้านหม้อ อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ได้รับฉายาว่า “ติสฺสานุกโร”
โดยมีพระธรรมปิฎก (เผื่อน ติสฺสทตฺโต ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ (ต่อมาเป็นสมเด็จพระวันรัต) เป็นอุปัชฌาย์
งานปกครองนั้น ท่านรับภาระงานพระศาสนามาตั้งแต่ พ.ศ. 2486 เริ่มจากตำแหน่งเลขานุการเจ้าคณะแขวงนอก ธนบุรี จนกระทั่ง พ.ศ. 2536 ได้รับพระบัญชาเป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ
เป็นประธานกรรมการมูลนิธิ “ทุนพระพุทธยอดฟ้า” ในพระบรมราชูปถัมภ์
เป็นเจ้าคณะเขต เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร และที่ปรึกษาตามลำดับ
ส่วนงานการศึกษา เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม เป็นกรรมการตรวจธรรมสนามหลวง
และเป็นเจ้าสำนักเรียนวัดพระเชตุพนฯ
ในด้านงานสาธารณูปการและการสงเคราะห์นั้น นับตั้งแต่เป็นเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ มาตั้งแต่ พ.ศ. 2534 ได้บูรณปฏิสังขรณ์พระอารามทั้งในเขตพุทธาวาสและสังฆาวาส จนกระทั่งมีความมั่นคงถาวร และสดใสงดงามตลอดปี โดยไม่ลืม อ.พรหมบุรี และวัดตราชู จ.สิงห์บุรี แหล่งที่ให้กำเนิดชีวิตและสมณเพศ โดยท่านได้ส่งเสริมมอบทุนการศึกษาให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และบูรณปฏิสังขรณ์ สร้างสาธารณสถาน ถาวรวัตถุไว้มากมายทั้งวัด โรงเรียน และโรงพยาบาล
คณะสงฆ์วัดพระเชตุพนฯ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่โปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนชั้นเครื่องเกียรติยศประกอบศพพระธรรมปัญญาบดี (ถาวร ติสฺสานุกโร) จากระดับเจ้าคณะรอง เป็นระดับสมเด็จพระราชาคณะ นับเป็นเกียรติยศแก่วัดพระเชตุพนฯ และวงศ์ตระกูลแห่งพระธรรมปัญญาบดี เป็นอย่างยิ่ง







