posttoday
เร่งรับมือไวรัสมรณะ

เร่งรับมือไวรัสมรณะ

03 พฤษภาคม 2558

ทวีปแอฟริกามีผู้ติดเชื้ออีโบลาหลายพันคน ราว 7 ใน 10 ของผู้ป่วยเสียชีวิต แถมไวรัสนี้ยังกลายพันธุ์ไปแล้วถึง 395 ครั้ง

ทวีปแอฟริกามีผู้ติดเชื้ออีโบลาหลายพันคน ราว 7 ใน 10 ของผู้ป่วยเสียชีวิต แถมไวรัสนี้ยังกลายพันธุ์ไปแล้วถึง 395 ครั้งภายในระยะเวลา 10 ปี นักวิทยาศาสตร์ทุ่มสุดกำลังเพื่อหาวิธีรักษาก่อนไวรัสจะกลายพันธุ์อีกครั้ง

นพ.เคนท์ แบรนท์ลีย์ รู้สึกท้อแท้เมื่อผลตรวจระบุว่า เขาไม่ได้เป็นมาลาเรีย เขามีไข้ตั้งแต่เช้าเนื่องจากเขาอยู่ในประเทศไลบีเรียของแอฟริกาตะวันตก จึงมีคำวินิจฉัยได้สองอย่างสำหรับอาการนี้ ดังนั้น ถ้าเขาไม่ได้เป็นมาลาเรีย อีกโรคที่เขาเป็นได้คือ อีโบลา เขาเป็นแพทย์ในโรงพยาบาลมิชชั่นมา 9 เดือนแล้ว ช่วง 6 สัปดาห์หลังนี้ แม้จะใช้สรรพกำลังทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยจากไวรัสมฤตยู แต่มีผู้ป่วยเพียงคนเดียวที่รอดชีวิตจากโรคอันน่ากลัวนี้

สายวันนั้น ไข้เขาขึ้นสูงถึง 38.6 องศาเซลเซียส แบรนท์ลีย์ถูกนำไปห้องกักโรคของโรงพยาบาลเพื่อรอผลตรวจเป็นระยะเวลา 3 วัน ระหว่างนี้เขาท้องเดินและวิงเวียน ไข้สูงถึง 40.5 องศาเซลเซียส ในที่สุดแบรนท์ลีย์ก็ได้รับผลการวินิจฉัยซึ่งออกมาแย่อย่างที่เขากลัว นั่นคือผลตรวจเป็นบวก เขาติดเชื้ออีโบลา!

เมื่อ เคนท์ แบรนท์ลีย์ ล้มป่วยในวันที่ 23 ก.ค. 2014 เขาไม่ได้เป็นรายแรกที่ติดเชื้อ ตอนนั้นมีผู้เสียชีวิตจากอีโบลาแล้ว 660 ราย ในประเทศแถบแอฟริกาตะวันตก 3 ประเทศ คือ กินี ไลบีเรีย และเซียร์ราลีโอน ขณะนั้นยังไม่สามารถควบคุมการระบาดครั้งนี้ได้ โรคเริ่มระบาดเมื่อ 7 เดือนก่อน ในเดือน ธ.ค. 2013 เมื่อเด็กชายวัย 2 ขวบคนหนึ่งล้มป่วยและเสียชีวิตในหมู่บ้านหนึ่งของกินีตะวันตก ก่อนหน้านั้นอีโบลาระบาดเฉพาะในแอฟริกากลางเท่านั้น ฉะนั้นแพทย์ในประเทศแอฟริกาตะวันตกจึงไม่ได้ระแวดระวังอีโบลาเลย ดังนั้นเด็กชายดังกล่าวจึงไม่ถูกแยกตัวไว้ และแพร่เชื้อต่อไปยังแม่ น้องสาว และยายของเขา ซึ่งเสียชีวิตหมด หากสถานการณ์เป็นเหมือนการระบาดของอีโบลา 23 ครั้งก่อน ไวรัสมรณะจะทำลายล้างทั้งหมู่บ้านและบริเวณใกล้เคียง แล้วการระบาดจึงจะสงบลง แต่หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ชายแดนติดกับประเทศไลบีเรียและเซียร์ราลีโอน

ผู้คนสัญจรไปมาระหว่างชายแดนทั้ง 3 ประเทศเปิดโอกาสให้ไวรัสอีโบลาแพร่ออกไป แต่ตอนนั้นก็ยังไม่มีใครฉุกคิดว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจะเกี่ยวข้องกับอีโบลา ดังนั้นจึงยังไม่มีการควบคุมการระบาดจนกระทั่งวันที่ 18 มี.ค. กระทรวงสาธารณสุขของกินีประกาศว่า การเสียชีวิตปริศนาทั้ง 23 รายในหลายเดือนที่ผ่านมาอาจจะเป็นอีโบลา หลังจากนั้นสถานการณ์พัฒนาอย่างรวดเร็ว อีก 1 สัปดาห์ต่อมา พบการระบาดของเชื้ออีโบลาใน 4 เขตของประเทศกินี และพบอีโบลาในไลบีเรียอีกสัปดาห์ต่อจากนั้น

เลือด อาเจียน อุจจาระ

วันที่ 11 เม.ย. เมื่อเคนท์แบรนท์ลีย์ ยังไม่ป่วย โรงพยาบาลของเขาได้รับโทรศัพท์จากกระทรวงสาธารณสุขของไลบีเรีย เชื้ออีโบลาระบาดไปถึงเมืองหลวงมันโรเวีย และเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลผู้ป่วยสองรายแรก คนหนึ่งเสียชีวิตในรถพยาบาล อีกคนหนึ่งไปรักษาในห้องกักโรคเพราะไม่มียารักษาอีโบลา แพทย์จึงพยายามจำกัดการติดเชื้อและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นติดเชื้อ ผู้ป่วยต้องได้รับการวินิจฉัยและกักโรคโดยเร็วที่สุด แพทย์ต้องระบุตัวทุกคนที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยโดยเฉพาะครอบครัวและญาติมิตรและกักโรคคนเหล่านี้เช่นกัน

ในโรงพยาบาล ทุกคนต้องระมัดระวังไม่ให้แพทย์และพยาบาลติดเชื้อ และแพร่เชื้อไปยังผู้ป่วยอื่น เมื่อแบรนท์ลีย์ตรวจดูอาการผู้ป่วยของเขาในห้องกักโรค เขาต้องสวมชุดป้องกัน รองเท้าบู๊ต หน้ากาก แว่นตาป้องกัน และถุงมือหลายชั้นทุกครั้ง โรคนี้ต่างจากไข้หวัดใหญ่ตรงที่มันติดต่อทางอากาศ อีโบลาจะติดต่อโดยการสัมผัสกับเลือด อาเจียน หรืออุจจาระเท่านั้น ผู้ป่วยอีโบลาหลั่งของเหลวทั้ง 3 อย่างในปริมาณมาก แพทย์ พยาบาล มีความเสี่ยงเป็นพิเศษเมื่อล้างตัวผู้ป่วย

ไวรัสชนิดนี้รูปร่างเป็นสายยาวกว้างประมาณ 80 นาโนเมตร ยาวประมาณ 150 เท่าของความกว้าง หรือบางกว่าเส้นผมมนุษย์ประมาณ 1,000 เท่า โดยไวรัสจู่โจมเม็ดเลือดขาวในระบบภูมิคุ้มกัน เซลล์ที่เรียกว่าแมโครเฟจ ซึ่งเป็นเหยื่อที่เชื้อชื่นชอบ กลยุทธ์นี้ฉลาดแกมโกงเพราะเหตุผลสองข้อ ข้อแรก ไวรัสอีโบลาผ่านไปตามระบบไหลเวียนโลหิตและระบบน้ำเหลืองได้ตามสะดวก จึงแพร่เชื้อไปทั่วร่างกายได้รวดเร็ว ข้อสองไวรัสโจมตีแมโครเฟจ ซึ่งทำหน้าที่ต่อต้านโรค

วงจรอุบาทว์ภูมิคุ้มกัน

การโจมตีทำให้เซลล์ที่ติดเชื้อปล่อยสารไซโตไคน์ปริมาณมหาศาล ปฏิกิริยานี้กระตุ้นให้การติดเชื้อแพร่ไปทั่วร่างกายอย่างรั้งไม่อยู่ เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ ยิ่งกว่านี้ไวรัสอีโบลายังก่อกวนระบบภูมิคุ้มกันด้วยวิธีอื่น โปรตีน VP24 ของไวรัสอีโบลาก่อกวนการส่งสัญญาณ ขอความช่วยเหลือของเซลล์ภูมิคุ้มกัน โปรตีน VP35 ของไวรัสก็ให้ผลคล้ายกัน ปล่อยให้อีโบลาจู่โจมขั้นที่สองได้โดยอิสระ นั่นคือไวรัสจะค้นหาเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด โดยอีโบลาใช้โปรตีน GP ทำให้เซลล์หลุดออกจากกัน หลอดเลือดจะพรุนเหมือนตะแกรง ทำให้เลือดออกภายใน เมื่อถึงขั้นนี้ (ประมาณ 7-10 วัน) ผู้ป่วยเริ่มจะมีเลือดไหลจากทวารในร่างกายจนเสียชีวิต โดยประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ติดเชื้อทั้งหมดจะเสียชีวิตในขั้นนี้

ยาช่วยชีวิตแบรนท์ลีย์

เมื่ออยู่ในห้องกักโรคได้ 5 วัน แบรนท์ลีย์ยังมึนงง ตัวสั่น และชีพจรเต้นเร็วจากพิษไข้ เขาวิงเวียนตลอดเวลา หายใจติดขัดเพราะมีน้ำในปอด แต่ยังคงมีหวัง เพราะโรงพยาบาลเพิ่งได้รับยาขนานใหม่ ในตอนนั้นยายังไม่มีชื่อเรียก แต่ต่อมาเรียกกันว่า “ZMapp” ยานี้ยังไม่เคยทดลองใช้กับมนุษย์ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐอเมริกาชื่อลีฟไบโอ (LeafBio) ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิต เชื่อว่ามีโอกาสสูงที่ยาจะต่อสู้ไวรัสมรณะนี้ได้ แบรนท์ลีย์และนางพยาบาลชื่อ แนนซี ไรต์โบล ซึ่งติดเชื้ออีโบลาเช่นกัน ได้รับข้อเสนอให้เป็นมนุษย์คู่แรกที่ได้ทดลองยาทั้งสองจึงตอบตกลง ภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากแบรนท์ลีย์ได้รับการฉีดยา เขารู้สึกดีขึ้น และอีก 2-3 วันต่อมาอาการของเขาดีพอที่จะบินกลับไปสหรัฐอเมริกาได้ 3 สัปดาห์ต่อมา เขาหายเป็นปกติ และออกจากโรงพยาบาลได้พร้อมกับนางพยาบาลคนนั้น

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์