
ซีอีโอในดวงใจ
ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สุภัค ศิวะรักษ์ นายแบงก์อาวุโสที่คร่ำหวอดในแวดวงการเงิน
ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย สุภัค ศิวะรักษ์ นายแบงก์อาวุโสที่คร่ำหวอดในแวดวงการเงินนานกว่า 3 ทศวรรษ เป็นลูกหม้อของธนาคารทหารไทย หนึ่งในลูกรักของ ทนง พิทยะ อดีตกรรมการผู้จัดการธนาคารทหารไทย และ รมว.คลัง
สุภัคสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี เศรษฐศาสตร์และภาษาอังกฤษ Georgetown University U.S.A. ปริญญาโท ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ Tufts University U.S.A. และระดับปริญญาเอก เศรษฐศาสตร์ จาก Pennsylvania University U.S.A.
ช่วงแรกของชีวิตทำงาน สุภัคอยู่ในสายงานสินเชื่อโครงการขนาดใหญ่มาตลอด จึงมีความเชี่ยวชาญด้านโปรเจกต์ไฟแนนซ์มากเป็นพิเศษ แต่เมื่อวิกฤตต้มยำกุ้ง ทนงลาออกไปเป็น รมว.คลัง ก็ได้ สมชาย สกุลสุรรัตน์ ขึ้นมาเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารทหารไทย เพื่อแก้ไขปัญหาของธนาคาร โดยกระทรวงการคลังมีนโยบายให้รวมบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) และธนาคารไทยทนุ เข้ากับธนาคารทหารไทย เมื่อภารกิจรวมธนาคารสำเร็จ สมชายก็ลาออกเปิดทางให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ ธนาคารดีบีเอสจากสิงคโปร์ และกระทรวงการคลัง เลือกผู้บริหารเอง
ผู้ถือหุ้นมีมติแต่งตั้งสุภัคเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารทหารไทย ตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2546-ก.ค. 2551 ซึ่งเป็นการบริหารงานบนความแตกต่างทางวัฒนธรรมองค์กรของ 3 สถาบัน ที่ได้ถูกนำมาหลอมรวมกัน โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งสุภัคขอไม่ต่ออายุและยุติชีวิตนายแบงก์ไปพักผ่อนช่วงหนึ่ง
แต่ในที่สุด สุภัคก็ต้องกลับมาเป็นนายแบงก์อีกครั้ง เมื่อ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ทาบทามให้เข้ามาฟื้นฟูธนาคารไทยธนาคารที่กำลังมีปัญหาหนี้เสียเพิ่มขึ้น ขาดทุนสะสมเป็นเวลานาน และได้ซื้อตราสารที่มีความเสี่ยงสูงในตลาดสหรัฐ หรือซีดีโอ ที่สุดท้ายธนาคารขาดทุนไปจำนวนมาก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นชอบให้สุภัคดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 17 มี.ค. 2522 เป็นการบริหารเพื่อพยุงฐานะของไทยธนาคารไว้ก่อนท่ามกลางการทำงานที่ยาก เพราะไทยธนาคารเองก็มีพนักงานที่รวมมาจากหลายไฟแนนซ์ และพนักงานกลุ่มเดิมของธนาคารสหธนาคาร
หลังจากที่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินตัดสินใจขายหุ้นทั้งหมดที่ถืออยู่ในธนาคารไทยธนาคารให้กับธนาคารซีไอเอ็มบีจากมาเลเซียแล้ว ก็มีการปรับโครงสร้างการบริหาร ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ตัดสินใจเลือกให้สุภัคบริหารธนาคารต่อไปจนถึงปัจจุบัน
หากเทียบขนาดสินทรัพย์เฉพาะธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กับธนาคารพาณิชย์อื่นๆ ในประเทศไทย ถือว่าซีไอเอ็มบีเป็นแบงก์เล็ก แต่หากย่างก้าวออกไปนอกประเทศจะรู้ว่าซีไอเอ็มบี ใหญ่กว่าธนาคารพาณิชย์ของไทยมาก แต่ในไทยถือว่าซีไอเอ็มบีไม่ใช่เจ้าตลาด
สุภัคสร้างทีมบริหารงานใหม่ ดึงมืออาชีพจากหลายสถาบันมาร่วมงาน เสริมทัพให้แข็งแกร่ง และดูเหมือนเขาจะเหมาะสมที่จะบริหารธนาคารที่ไม่ใหญ่ แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากกว่า ทำให้ผลงานการบริหารธนาคารแห่งนี้โดดเด่นเข้าตาของผู้ถือหุ้นใหญ่อย่างซีไอเอ็มบีมาก และมอบหมายให้เป็นผู้ประสานงานขยายธุรกิจของซีไอเอ็มบีในอาเซียนอีกด้วย
สำหรับสุภัค สูตรสำเร็จในการบริหารไม่มี การจะขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายต้องใช้ใจ ความอดทน และการปรับตัวยืดหยุ่นให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสุภัคทำได้ดีจนพนักงานของซีไอเอ็มบีเทใจให้เป็นซีอีโอในดวงใจ ไม่มีภาพของนายแบงก์ขี้โมโห เอาแต่ใจอีกต่อไป







