posttoday
กมธ.ไม่ขัดแย้ง แค่ความเห็นต่าง

กมธ.ไม่ขัดแย้ง แค่ความเห็นต่าง

03 พฤษภาคม 2558

การพิจารณารายงานศึกษาการปฏิรูปกิจการตำรวจของ สปชในวันที่ 28 เมยที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อน

การพิจารณารายงานศึกษาการปฏิรูปกิจการตำรวจของ สปชในวันที่ 28 เมยที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นร้อน หลังจากเกิดการวิวาทะกันเองกลางสภาระหว่างคณะอนุ กมธปฏิรูปตำรวจ

กล่าวคือ ในครั้งนั้น พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป ประธานอนุกมธปฏิรูปตำรวจ แถลงสนับสนุนการแยกสอบสวนออกจาก สตชขณะที่ พลตทอาจิณ โชติวงศ์รองอนุ กมธปฏิรูปตำรวจ ในฐานะอนุ กมธฯ เสียงข้างน้อย แถลงคัดค้านไม่เห็นด้วยอย่างเผ็ดร้อนจนที่ประชุม สปชต้องเลื่อนวาระการประชุมดังกล่าวออกไปอย่างไม่มีกำหนด ก่อนจะมีตั้งคณะ กมธชุดใหม่เพื่อมาดูงานปฏิรูปโดยเฉพาะ

ทั้งหมดนี้จึงนำมาซึ่งการถูกจับจ้องว่ากำลังเกิดความขัดแย้งใน สปชครั้งใหญ่

“ไม่ใช่ความขัดแย้ง” เสรีปฏิเสธข้อครหา พร้อมอธิบายว่าการทำงานร่วมกันของสมาชิก สปชย่อมมีเอกสิทธิ์ที่จะคิดหรือนำเสนอเรื่องใดเห็นไม่ตรงกันไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะการทำงานในสภามีภารกิจเป็นพันเรื่อง ไม่ใช่ภารกิจเดียว การทำงานของอนุ กมธปฏิรูปตำรวจก็เช่นกัน เรื่องนี้แค่ปมเดียวในการปฏิรูปกิจการตำรวจ ถ้าคนภายนอกจะเรียกว่าความขัดแย้งก็แล้วแต่ความคิดส่วนบุคคล

ระหว่างการถกเถียงที่เกิดขึ้นประธานอนุ กมธปฏิรูปตำรวจ ได้กล่าวพาดพิงตัวประธานคณะ กมธในเชิงลบ สะท้อนความไม่ลงรอยในคณะ กมธฯ หรือไม่? เสรี ปฏิเสธอีกครั้งว่า “ไม่ใช่ความไม่ลงรอยการพูดถึงกันหรือเห็นไม่ตรงกันเป็นเรื่องธรรมดา อย่าไปคิดว่าเป็นความขัดแย้งระหว่างบุคคล เพราะแต่ละคนคุยแต่เรื่องการทญำงานทั้งสิ้น ต่อให้รู้สึกไม่ดีต่อกัน พอพ้นไปแล้วทุกอย่างก็จะจบลง”

ไม่ว่าข้อยุติกรณีจะเป็นเช่นใดย่อมหลีกไม่พ้นข้อครหาว่าเกิดการล็อบบี้ หรือมีใบสั่ง ซึ่งประธานกมธรายนี้ ยืนยันหนักแน่นว่า “ไม่มีใบสั่ง ใครก็สั่งไม่ได้ เพราะหากสั่งได้ตั้งแต่แรก ผลของรายงานในชั้นอนุ กมธฯ และ กมธฯ คงไม่ปรากฏเป็น 2 แนวทางเช่นนี้ แต่เหตุที่ยังไม่เลือกทางใดทางหนึ่งเพราะตระหนักดีว่าการแยกอำนาจสืบสวนและสอบสวน จะส่งผลกระทบต่อประชาชนและการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ฉะนั้นจะต้องรับฟังข้อคิดเห็นอย่างรอบด้านก่อนการตัดสินใจ”

“แม้ผมจะอยู่ในแวดวงกฎหมายมานานพอสมควร สัมผัสการทำคดีและไม่พึงพอใจกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำมาก่อน แต่การตัดสินใจเรื่องนี้ยิ่งมาดูให้ชัดเจน และต้องมีเหตุผลมากที่สุด”

อย่างไรก็ตาม ในฐานประธานกมธปฏิรูปกฎหมาย มองวาระปฏิรูปกิจการตำรวจ ว่า ประเด็นนี้ยังผลักดันต่อไปได้ เพราะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยที่เกิดขึ้นใน สปช เพราะท้ายที่สุด สปชไม่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะให้มีการปฏิรูปตำรวจหรือไม่ แต่เป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช) ว่าจะเห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าวหรือไม่ รวมถึงอำนาจของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช) ที่จะออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการบังคับในทางปฏิบัติ

“คสชคือผู้รับผิดชอบ นี่คือคำตอบสุดท้าย สิ่งที่เกิดขึ้นใน สปชเกิดจากความเห็นไม่ตรงกัน จึงเถียงกันอย่างที่เห็น แต่มันเป็นส่วนเดียว ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เพราะสุดท้ายก็ไม่มีอำนาจตัดสินใจ” เสรีทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท