
ทางรอดบนท้องถนน
ภาวะอารมณ์แห่งความรุนแรงมักจะเกิดขึ้นได้แทบจะทุกสถานที่ และไม่เลือกสถานการณ์
โดย...ไซเรน
ภาวะอารมณ์แห่งความรุนแรงมักจะเกิดขึ้นได้แทบจะทุกสถานที่ และไม่เลือกสถานการณ์ หากแต่ต้นตอของกำเนิดความรุนแรงที่ปะทุจากความไม่พอใจจากสิ่งใดก็ตามแต่ ซึ่งถูกถ่ายทอดออกมาด้วยความรุนแรงผ่านร่างกาย ผลลัพธ์สุดท้ายคงหนีไม่พ้นได้เป็นคดีความ หรือต้องบาดเจ็บจากภาวะชั่ววูบแห่งอารมณ์
ดังจะได้เห็นอยู่บ่อยครั้งผ่านคลิปวิดีโอในโลกออนไลน์ ความเดือดบนท้องถนนที่คนไม่ยอมกัน ขับรถไม่ถูกใจ ควักปืน ควักมีด หรือลงมาจากรถด้วยอารมณ์ถมึงทึงจะเอาเรื่องคู่กรณี หลายครั้งจบลงด้วยการขอโทษขอโพยเพราะความเกรงกลัว แต่ก็หลายครั้งเช่นกันที่ต้องจบลงด้วยความตาย
เช่น กรณีล่าสุดที่ชายขับรถหรูพกปืนลงจากรถสปอร์ตหรูเดินมาเอาเรื่องรถคู่กรณีที่อ้างว่าขับปาดหน้ากัน หรือแม้แต่กลุ่มวัยรุ่นที่เดือดดาลเพราะมีรถเลี้ยวขวาและขวางทางรถจักรยานยนต์ของพวกเขา ถึงกับจอดขวางชักมีดลงมาฟันรถยนต์ และทุบตีรอบๆ รถด้วยความเดือดดาล
เพราะพฤติกรรมทั้งสาดไฟ เปิดไฟสูงแช่ แย่งเบียดกันบนท้องถนน แม้จะเป็นเรื่องปกติที่จะขอกันได้อยู่แล้ว แต่สำหรับบางคนอาจไม่สบอารมณ์เอาได้ง่ายๆ จึงเกิดเรื่องราวมากมายที่น่าเสียใจบนท้องถนน
กระนั้นแล้ว เหยื่อแห่งอารมณ์ด้วยความไม่ตั้งใจและไม่อยากจะให้เหตุที่รุนแรงต้องเกิดขึ้น รวมถึงผู้ที่ถูกกระทำเองก็เช่นกัน จะมีวิธีควบคุมอารมณ์ตัวเองได้อย่างไรบ้าง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีวิธีมานำเสนอ
1.ไม่ขับจี้ท้ายคันหน้า เพื่อให้เพียงพอที่จะหยุดรถได้อย่างปลอดภัยเมื่อคันหน้าเกิดอุบัติเหตุหรือหยุดอย่างกะทันหัน หมายความว่าถ้าขับตามกันมาแล้วคุณไปชนท้ายเขาก็หมายความว่าคุณผิดเต็ม ๆ หลายครั้งหลังการชนผู้ที่มาชนท้ายกลับลงมาโวยวายว่ารถคันหน้าเบรกกะทันหันทำไม ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายผิด แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนใหญ่ที่แม้แต่มือเก่าก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง
2.ต้องให้รถทางขวาไปก่อน เช่น วิ่งอยู่ถนนคู่ขนานแล้วจะเบี่ยงขวาเข้าช่องหลัก ก็ต้องชะลอให้รถที่มาทางตรงไปก่อน เช่นกัน พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าจะเปลี่ยนจากช่องทางเดิมไปช่องทางคนอื่นก็ต้องหาจังหวะและให้รถทางหลักไปก่อน กรณีที่คุณวิ่งทางหลักแล้วจะออกถนนคู่ขนานก็ต้องระวังรถทางซ้ายให้ดี เพราะเข้ากรณีที่เปลี่ยนไปใช้ช่องทางของคนอื่นเขา
3.รักษาเลนของตัวเองเวลาเลี้ยว หลายครั้งเจอคนที่ไม่รู้ หลังจากเลี้ยวเสร็จไม่รักษาเลนของตัวเองไว้ เช่นจากเลนที่สองจากขวาเมื่อเลี้ยวแล้วก็ปาดมาขวาสุดทันใด ทำให้เกิดการเบียดเสียดกลางแยก เกิดอุบัติเหตุและเกิดมีเรื่องมีราวกันบนถนน
4.ไม่ขับไปคุยไป เพราะอุบัติเหตุบ่อยครั้งเกิดจากความไม่มีสมาธิ รวมถึงไม่ระมัดระวังรถรอบด้าน จุดนี้เองทำให้เกิดเรื่องทะเลาะวิวาทได้เช่นกัน
5.ไฟตัดหมอก หลายคนคิดว่าเป็นไฟแฟชั่นเปิดวิ่งเพราะคิดว่าสวยดี แต่การเปิดโดยไม่จำเป็นจะเป็นการบกวนสายตาของรถที่วิ่งตามหลังมาอย่างมาก ควรจะต้องเลือกใช้ให้ถูกกาลเทศะด้วย ถ้าเปิดตอนฝนตกหนักหรือหมอกลงจัดจะเป็นการช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับตนเอง
6.ใจเย็นและปล่อยวาง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อชีวิตและทรัพย์สินควรใจเย็นและปล่อยวาง ใครจะปาดจะแทรกก็ปล่อยไปอย่าไปแลก มันไม่คุ้มที่จะเอาเวลาและชีวิตอันมีค่าเข้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็น อย่าปล่อยให้ตัวเองกลายเป็นปัญหาสังคมเช่นคนเหล่านั้นเลย หลายครั้งการทะเลาะวิวาทจนบาดเจ็บล้มตายซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลย







