posttoday
แก้ประมงผิดกฎหมายส่อรุนแรง ชาวประมงโวยรัฐหลอกมาเชือด

แก้ประมงผิดกฎหมายส่อรุนแรง ชาวประมงโวยรัฐหลอกมาเชือด

02 พฤษภาคม 2558

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลั่นวาจาจะแก้ไขปัญหาใบเหลืองจากสหภาพยุโรป

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลั่นวาจาจะแก้ไขปัญหาใบเหลืองจากสหภาพยุโรปที่ไม่พอใจกับการแก้ไขปัญหาสินค้าประมงของไทยให้ได้ภายใน 6 เดือน และระหว่างรอ พ.ร.บ.ประมงที่ผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็จะใช้อำนาจตามมาตรา 44 ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

เมื่อวานนี้ พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ทำหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ) และ ผบ.ทร.ได้ทำพิธีเปิดศูนย์ ศปมผ อย่างเป็นทางการ

พล.ร.อ.ไกรสร กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางการดำเนินการไว้ ดังนี้ 1.การทำความเข้าใจกับสหภาพยุโรป ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายให้เป็นมาตรฐานสากล 2.ควบคุม กำกับดูแล บังคับใช้กฎหมายให้ผู้ประกอบการเรือประมงที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป หรือตามที่ ศปมผ ประกาศกำหนด

ขณะเดียวกัน ต้องดำเนินการจัดทำสมุดบันทึกการทำประมง ติดตั้งระบบติดตามเรือประมง ห้ามเรือประมงออกไปทำประมงในน่านน้ำของรัฐต่างประเทศและในทะเลหลวง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก ศปมผ รวมทั้งการจัดการแรงงานของประเทศให้ถูกต้องตามกฎหมาย และรายงานผลการปฏิบัติให้ทราบทุกสัปดาห์

แต่ทว่าสิ่งที่ ศปมผ จะทำเป็นสิ่งที่กลุ่มชาวประมงส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วย โดยเห็นว่ามาตรการนี้สร้างความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมกับชาวประมงรายย่อย

มงคล สุขเจริญคณา นายกสมาคมประมงเรือลากคู่สมุทรสงคราม และรองประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในประกาศข้อ 8 วรรค 1 และ 2 ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ได้สร้างปัญหาให้กับชาวประมงอย่างมาก เนื่องจากกรมประมงได้ประกาศให้คนที่ใช้เครื่องมือทำการประมงผิดประเภทมาจดแจ้ง เปรียบเสมือนการเรียกรายงานตัว

ทั้งนี้ มีเรือประมงพาณิชย์ขนาด 20 ตันกรอสขึ้นไปมาจดแจ้งกว่า 3,000 ลำ หรือประมาณ 1 ใน 3 ของเรือประมงพาณิชย์ทั้งหมด เมื่อมาจดแจ้งแล้วกลับเข้าข่ายความผิดตามประกาศข้อ 18 ต้องระวางโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ทำให้ไม่สามารถนำเรือออกทำการได้ หากนำเรือออกไปทำการประมงก็จะถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

“ถามว่าแบบนี้มันเป็นธรรมกับชาวประมงไหม มาหลอกลวงบอกให้มาจดแจ้ง พอมาจดแจ้งก็กลายเป็นผิดกฎหมาย คนที่ให้ความร่วมมือกับรัฐ รัฐมาทำแบบนี้ไม่ได้ เรือพวกนี้ไม่ใช่เรือเถื่อน ถ้ามาจดแจ้งแล้วทำไมไม่มีมาตรการแก้ไขให้ถูกต้องก่อน มันเหมือนเรียกคนมารายงานตัว พอมารายงานตัวปุ๊บก็บอกว่าคนนี้ผิด เอาไปยิงหัวเลย แล้วแบบนี้ประชาชนจะเชื่อถือรัฐได้อีกไหม” มงคล กล่าว

มงคล กล่าวอีกว่า การที่เรือประมงกว่า 3,000 ลำ ไม่สามารถออกเรือได้ จะส่งผลกระทบกับครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรือกว่า 1-2 หมื่นคน ยังไม่รวมคนงานประจำเรือ ซึ่งแต่ละลำจะมีคนงานอีกประมาณ 5-20 คน

ดังนั้น ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ ทางสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จะเรียกประชุมวิสามัญสมาชิกชาวประมงทั่วประเทศ เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวต่อปัญหาดังกล่าว ซึ่งในเบื้องต้นอาจทำหนังสือคัดค้านและชี้แจงเหตุผลต่อรัฐบาล

แหล่งข่าวจากกรมประมง ระบุว่า กรมกำลังสำรวจผู้ทำประมงรายย่อยว่าจะได้รับความเดือดร้อนจากการทำประมงให้ถูกกฎหมายอย่างไร และมีข้อเสนออะไรให้รัฐบาลช่วยเหลือ

“ข้อเท็จจริงคือมีชาวประมงรายย่อยที่มีเรือลำเดียวอยู่ส่วนน้อย แต่ส่วนใหญ่เป็นเรือของนายทุนที่มีเรือมากกว่า 5 ลำ มีการจ้างไต้ก๋งเรือที่เป็นชาวกัมพูชา เวียดนาม พม่า ซึ่งผิดกฎหมายที่ระบุให้เป็นคนไทยเท่านั้น ลูกเรือประมง 95% ก็เป็นชาวต่างชาติ เพราะคนไทยไม่ทำอาชีพนี้แล้ว” แหล่งข่าวเปิดเผย

สถิติที่กรมประมงจัดเก็บได้มีเรือที่จดทะเบียนประมาณ 50,900 ลำ แต่มีเรือที่ทำประมงจริง 47,000-48,000 ลำ ในจำนวนนี้มีใบอนุญาตทำประมง 28,000 ลำ ที่เหลือไม่มีใบอนุญาต ซึ่งเป็นเรือขนาดใหญ่ 30 ลำ“ปัญหาคือวันนี้ชาวบ้านหาว่ารัฐบาลรังแกคนจน แต่ชาวประมงที่ทำผิดก็รังแกธรรมชาติ จนกำลังจะถูกนานาชาติลงโทษด้วยการไม่ซื้อสินค้า หากพบการทำผิดกฎหมายและไม่ยอมแก้ไข ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะนายทุนมาประท้วง เราจะปล่อยให้ถูกใบแดงไม่ได้เพราะความเสียหายจะมากมายกว่าการขึ้นทะเบียนเรือมาก” แหล่งข่าวเปิดเผย

ปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ระบุว่า ได้สั่งให้กรมประมงยกร่างกฎหมายประมงและกฎหมายควบคุมการทำประมงที่ผิดกฎไอยูยูใน 2 ประเด็นให้เสร็จใน 2 สัปดาห์ คือ การกำหนดบทลงโทษผู้กระทำผิดด้านประมงนอกน่านน้ำและหลบหนีหรือมาขึ้นท่าเรือไทย และการเพิ่มมาตรการป้องกันทำประมงที่เกินศักยภาพของท้องทะเล หรือจับปลามากเกินไป เพื่อส่งเสริมการทำประมงที่ยั่งยืน

ขณะที่การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้ให้ความเห็นชอบอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยพล.อ.สุรศักดิ์กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน ชี้แจงตอนหนึ่งว่า การให้สัตยาบันรองรับอนุสัญญาดังกล่าวจะทำให้ไทยเป็นที่ยอมรับ และยกระดับการคุ้มครองสภาพการทำงาน ความเป็นอยู่บนเรือ คนประจำเรือไทย

รวมทั้งจะทำให้เรือไทยมีใบรับรองแรงงานทางทะเลใช้แสดงต่อรัฐเจ้าท่าที่อยู่ในอนุสัญญาไม่ต้องถูกตรวจแรงงานบนเรือ ทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินเรือเข้าออก ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเดินเรือและแรงงานที่ทำงานบนเรือ

ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ 174 เสียง ให้ความเห็นชอบ​​อนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 จากนั้นเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแรงงานทางทะเล พ.ศ.... ซึ่งที่ประชุมมีมติรับหลักการ 172 เสียง พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญฯ จำนวน 17 คน พิจารณาต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท