posttoday

เผยศพโรฮิงญา32หลุมฝังบนเขาสงขลาป่วยตาย

01 พฤษภาคม 2558

สงขลา-ตำรวจเผยสุสานฝังศพชาวโรฮิงญา 32 หลุม บนยอดเขาชายแดนไทย-มาเลเซีย คาดเสียชีวิตจากอาการป่วยระหว่างถูกนำตัวมากักไว้รอส่งไปยังประเทศ ที่ 3

สงขลา-ตำรวจเผยสุสานฝังศพชาวโรฮิงญา 32 หลุม บนยอดเขาชายแดนไทย-มาเลเซีย คาดเสียชีวิตจากอาการป่วยระหว่างถูกนำตัวมากักไว้รอส่งไปยังประเทศ ที่ 3

เมื่อวันที่ 1 พ.ค.  พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 พร้อมพล.ต.ต.อำพล บัวรับพร ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และตำรวจสภ.สะเดา ทหารร้อย ร.5021 เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจ.สงขลา ตำรวจกองปราบและฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา เจ้าหน้าที่จากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน9 รวมทั้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกว่า 100 นายทั้งในพื้นที่อ.สะเดาและอ.หาดใหญ่ ได้เข้าพื้นที่ตรวจสอบแคมป์ที่พักชาวโรฮิงญาซึ่งตั้งอยู่บนยอดเขาแก้ว บ้านตะโล๊ะ หมู่8 ต.ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ห่างจากสันปันน้ำฝั่งรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซียประมาณ 300 เมตร ลักษณะยังเป็นป่าดิบมีการเปิดพื้นที่ตั้งแคมป์ชั่วคราวประมาณ2 ไร่ มีสิ่งปลูกสร้าง39 หลัง แยกเป็นโรงนอน 26 หลัง ที่เหลือเป็นโรงครัว ที่อาบน้ำ ห้องน้ำ รวมทั้งหอคอยสังเกตการณ์ ลักษณะเป็นแคมป์เก่าถูกสร้างมานานบางหลังเหลือเพียงโครงไม้  ห่างจากแคมป์ออกไปประมาณ50 เมตร พบว่าถูกแผ้วถางสำหรับใช้เป็นสุสานฝั่งศพ เนื้อที่ประมาณ1 ไร่แบบเดียวกับหลุมฝังศพของชาวมุสลิม มีการน้ำไม้และปลูกต้นไม้มาปักหัวท้ายหลุมฝังศพเพื่อเป็นเครื่องหมาย ซึ่งมีทั้งหลุมใหม่และเก่าประมาณ30 หลุม และยังพบคันหามศพที่สร้างแบบง่ายๆโดยใช้กระสอบมาขึงกับไม้วางอยู่ด้วย หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภายในแคมป์ยังพบศพผู้เสียชีวิตอยู่ภายในแคมป์ 1 รายเป็นชายทราบชื่อ นายคูตันซา และนอนล้มป่วยอยู่ในแคมป์ซึ่งเป็นชายอีก 1 รายซึ่งเสียชีวิตราว 1-2 วัน เจ้าหน้าที่ได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลปาดังเบซาร์

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานได้เข้าตรวจสอบเก็บหลักฐานทั้งเสื้อผ้าและเครื่องใช้ที่ยังหลงเหลืออยู่ภายในแคมป์เพื่อนำไปเป็นหลักฐานประกอบการสอบสวนหลังเจ้าหน้าที่ได้เคลียร์พื้นที่บริเวณโดยรอบเสร็จทางที่กู้ภัยได้ทำการขุดหลุมศพจำนวน 5 หลุม แต่พบศพเพียง 4 ศพ ซึ่งลักษณะศพที่พบเสียชีวิตมาหลายวันเริ่มเน่า ส่วนหลุมศพมีทั้งขุดลึกลงไปตั้งแต่ความลึกระดับหัวเข่า  1- 2 เมตร  และต้องยุติการขุดชั่วคราวเพราะเกรงว่าอาจจะทำลายหลักฐานต้องรอให้เจ้าหน้าที่นิติเวชเข้าตรวจสอบเอกลักษณ์บุคคลก่อน ส่วนศพทั้ง 4 ศพได้ส่งไปเก็บไว้ที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์เพื่อรอการพิสูจน์

พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9  กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบหลุมฝังศพจำนวน 32 หลุม แต่ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่ามีศพอยู่กี่ศพ และต้องมีการขุดศพขึ้นมาตรวจพิสูจน์ถึงสาเหตุการตาย โดยได้ประสานไปยังฝ่ายนิติเวชน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่มาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง   เบื้องต้นคาดว่าสาเหตุการตายน่าจะมาจากอาการป่วยหรือสภาพร่างกายอ่อนแอ ระหว่างที่ถูกนำมาพักอยู่ที่แคมป์เพื่อรอการส่งต่อไปยังประเทศที่3 เนื่องจากลักษณ์เป็นแคมป์เก่าห่างจากฝั่งรัฐเปอร์ลิส มาเลเซีย เพียง300 เมตร และเป็นเพียงแคมป์เดียวในบริเวณนี้หลังจากที่ทหารออกลาดตระเวนก็ไม่พบชาวโรงฮิงญาเพิ่มเติม ส่วนในทางคดีเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนในรายละเอียดของที่มาที่ไปของชาวโรฮิงญากลุ่มนี้รวมทั้งกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้ามา

ด้านพล.ต.ต.ธัชชัย  ปิตะนีละบุตร ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง6  กล่าวว่า จากการสอบสวนในเชิงลึกของขบวนการนำชาวโรฮิงยาเข้า ในจ.สงขลามีอยู่ 3 กลุ่มใหญ่ แต่เป็นลักษณะของการนำเข้ามาและกักไว้ชั่วคราวเพื่อรอส่งต่อไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งเจ้าหน้าที่มีข้อมูลอยู่แล้ว  โดยแคมป์ที่พบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเป็นของกลุ่มใด

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. กดดันอิหร่าน ขณะยังไม่ทราบชะตากรรมนักบินที่ถูกยิงตก