
สนช.เห็นชอบหลักการพรบ.แรงงานทางทะเล
สนช.ให้ความเห็นชอบ อนุสัญญาแรงงานทางทะเล พร้อมไฟเขียว หลักการ พรบ.แรงงานทางทะเล คุ้มครองแรงงาน ยกระดับมาตรฐาน ปลอดภัย สุขอนามัย สากล
สนช.ให้ความเห็นชอบ อนุสัญญาแรงงานทางทะเล พร้อมไฟเขียว หลักการ พรบ.แรงงานทางทะเล คุ้มครองแรงงาน ยกระดับมาตรฐาน ปลอดภัย สุขอนามัย สากล
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 174 เสียง ให้ความเห็นชอบอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล พ.ศ. 2549 9k,ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ (ตามมาตรา 23 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557)
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนารัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวชี้แจงว่าการให้สัตยาบรรณรองรับอนุสัญญาดังกล่าว จะทำให้ไทยเป็นที่ยอมรับ และยกระดับการคุ้มครองสภาพการทำงาน ความเป็นอยู่บนเรือคนประจำเรือไทย รวมทั้งจะทำให้เรือไทยมีใบรับรองแรงงานทางทะเลใช้แสดงต่อรัฐเจ้าท่าทีอยู่ในอนุสัญญาไม่ต้องถูกตรวจแรงงานบนเรือ
นอกจากนี้ ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเอกฉันท์ 172 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.แรงงานทางทะเล ซึ่ง คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ 17 คน พิจารณารายละเอียด 60 วัน
พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนารัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลระบุว่า เนื่องจากสภาพงานแตกต่างจากการทำงานทั่วไป ทั้งมีความเสี่ยงทางทะเลและทำงานต่อเนื่องยาวนาน และกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานทั่วไปไม่อาจคุ้มครองให้ได้รับความเป็นธรรม ตามมาตรฐาน อีกทั้งสภาพการจ้างการทำงาน ความปลอดภัย สุขอนามัย ต้องมีกฎมายแรงงานทางทะเล โดยเฉพาะ
นอกจากนี้ ตามอนุสัญญาว่าด้วยแรงงานทางทะเล2549 กำหนดให้ต้องมีกฎหมายกำหนดมาตรฐาน คำต่อใบอนุญาตแก่เรื่อขนส่งทางทะเลที่ชักธงไทย ซึ่งจะทำให้ได้รับการการปฏิบัติเป็นธรรม และป้องกันมาตรการจากรัฐเจ้าของท่าเรือต่อเรืองไทย ที่เดินเรือระหว่างประเทศ เช่น ไม่ถูกกักเรือ ตรวจเรือ หรือให้แก้ไขข้อบกพร่อง และประโยชน์ในการวางมาตรการ ควบคุม กำกับดูแล และ บริหารจัดการในการออกใบรับรองด้านแรงงานทางทะเล ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
สำหรับเนื้อหาในกฎหมาย อาทิ หมวดทั่วไปมาตรา 13 กำหนดให้เจ้าของเรือต้องไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนประจำเรือเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา หรือความคิดเห็นทางการเมือง ส่วนมาตรา 14 กำหนดว่าบรรดาคดีที่เกิดจากข้อพิพาทระหว่างเจ้าของเรือกับคนประจำเรือหรือทายาท หรือระหว่างบุคคลดังกล่าวกับเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานของรัฐ อันเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ตามพรบ.นี้ให้อยู่ในอำนาจของศาลแรงงาน
ในเรื่องเงื่อนไขการทำงานบนเรือ กำหนดว่า ห้ามเจ้าของเรือให้บุคคลอายุต่ำกว่าสิบหกปีบริบูรณ์ทำงานบนเรือ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรือซึ่งอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ทำงานที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือความปลอดภัยของคนประจำเรือ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรือทำงานบนเรือ โดยที่คนประจำเรือไม่มีใบรับรองแพทย์มาแสดงว่ามีความพร้อมด้านสุขภาพ ห้ามเจ้าของเรือให้คนประจำเรือทำงานบนเรือ เว้นแต่คนประจำเรือได้รับการฝึกอบรมตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกรมเจ้าท่ากำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
ในเรื่องสภาพการจ้าง กำหนดให้เจ้าของเรือต้องจัดให้มีข้อตกลงการจ้างงานของคนประจำเรือเป็นหนังสือ พร้อมลายมือชื่อ โดยจัดทำเป็นคู่ฉบับโดยเก็บไว้บนเรือและให้คนประจำเรือเก็บไว้ รวมถึงห้ามเจ้าของเรือจ่ายค่าจ้างต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่รมว.แรงงานประกาศกำหนด หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกิน 2แสนบาท
ส่วนประเด็นการจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานเป็นคนประจำเรือ กำหนดว่าห้ามผู้ใดจัดหางานให้คนหางานเพื่อไปทำงานเป็นคนประจำเรือเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เป็นต้น







