posttoday
"ตู่"จ่อฟ้องศาลปกครองพีซทีวีถูกปิด

"ตู่"จ่อฟ้องศาลปกครองพีซทีวีถูกปิด

01 พฤษภาคม 2558

“จตุพร” ลั่น เดินหน้าฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมหลังพีซทีวีถูกสั่งปิด ลั่นพร้อมสู้ทุกทางทำรายงานออกโซเชียลมีเดียทุกอย่าง

“จตุพร” ลั่น เดินหน้าฟ้องศาลปกครองขอความเป็นธรรมหลังพีซทีวีถูกสั่งปิด  ลั่นพร้อมสู้ทุกทางทำรายงานออกโซเชียลมีเดียทุกอย่าง

วันที่ 1 พ.ค. ที่สถานีพีซทีวี ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าว นายจตุพร พรหมพันธ์ ประธานนปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ แกนนำนปช. พร้อมกับผู้บริหารพีซทีวีแถลงข่าวถึงกรณีกสทช.เพิกถอนใบอนุญาติการออกอากาศสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี

โดยนายจตุพรกล่าวว่า กสทช.ทำหนังสือมายังพีซทีวีโดยอ้างเรื่องโทษทางปกครอง โดยว่ากสท. กสทช ได้รับเรื่องร้องเรียน รายการมองไกล เมื่อ18เม.ย. ขัดกฎหมายกสทช.มาตรา37 ประกาศคสช. 97/2557และ 103/2557  โดยช่วงนาที15ที่อ้างว่ามีปัญหาต่อความมั่นคงนำมาสู่การปิดพีซทีวี ตนพูดในรายการครั้งนั้นว่า ‘อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู บรรยากาศบ้านเมืองจะมีความน่ารักมากกว่านี้ ไม่ใช่พอพูดแบบนี้จะหาเรื่องปิดโทรทัศน์กันอีก’ อยากให้เสียงนี้ได้ยินไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ว่า ในนาที15ที่พูดไปมีปัญหา ซึ่งคำนี้เป็นคำที่กระทบกระเทือนของชาติที่ร้ายแรงหรือ และในนาที20 มีการอุปโลกน์ ยกเมฆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน โดยตนไม่ได้พูด แต่มีการยัดเยียดว่าพูดถึงเหตุการณ์วางระเบิดเกาะสมุยและเหตุไฟไหม้สหกรณ์โคออฟ จ.สุราษฎร์ธานี ‘เป็นการสร้างสถานการณ์ของฝ่ายบ้านเมืองและนักการท้องถิ่น เพื่อใส่ร้ายคนเสื้อแดง’ ซึ่งเป็นข้อความที่ตนไม่ได้พูด รีบถอดคำพูดจนตกคำว่า ‘เมือง’ เป็น’นักการท้องถิ่น’ 

นายจตุพรกล่าวว่า ข้อความนาที 15และ20 ถามว่ามีข้อความใดเป็นภัยร้ายแรง เป็นภัยมั่นคง สร้างความแตกแยกในราชอาณาจักร ถามว่าข้อความเหล่านี้ประเทศไทยจะไปอธิบายกับนานาชาติได้อย่างไร ที่บอกอย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู ถือเป็นการสร้างความแตกแยก ยุยงปลุกปั่น เป็นภัยต่อราชอาณาจักรอย่างนั้นหรือ โดยคนที่ทำหนังสือมาแจ้ง แล้วเลขาธิการกสทช.เห็นว่าเป็นการยั่วยุ สร้างความแตกแยกอย่างไร  ถ้าอยากจะปิดก็บอกมาดีๆก็ได้ แต่มีเหตุอะไรต้องปิดทั้งสถานี ทั้งที่เป็นภาคเอกชน มีพนักงานกว่า100ชีวิต ที่อ้างเหตุระเบิดเกาะสมุยและสหกรณ์โคออป ก็เป็นข้อความอันเป็นเท็จ เมื่อเท็จจึงไม่เข้ากฎหมายมาตรา37ของกสทช.และประกาศคสช. 97/2557 และ 103/2557 การปิดสถานีโดยอ้างความมั่นคง เอาข้อความเท็จมาตั้งข้อกล่าวว่า จะมีความภาคภูมิใจหรือ นอกจากนี้น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.ยังอ้างว่า จะมีการแจ้งการปิดสถานีทราบสัปดาห์หน้า แต่กลับมีการปิดไปก่อนแล้วค่อยแจ้งทีหลัง

“การปิดสถานีเป็นไปอย่างไม่ยุติธรรม ขอยกกลอนศรีปราชญ์ ธรณีนี่นี้เป็นพยาน เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง เราผิดท่านประหาร เราชอบ เราบ่ผิด ท่านมล้าง ดาบนั้นคืนสนอง และการที่กสทช.เอาเหตุการณ์สุราษฎร์ธานีมาปิดโดยข้อความอันเป็นเท็จ จากนี้ไปจะใช้ช่องทางกฎหมายกับ4บุคคลและเลขากสทช. โดยทางสถานีจะสู้กันในทางศาลปกครอง และสิ่งที่ได้เห็นตลอดระยะเวลาคือฝ่ายที่ใช้อำนาจ ไม่ว่าเป็นองค์กรใดก็ตาม เราได้รับความอยุติธรรมอยู่เสมอ แค่ถ้อยคำเหล่านี้ต้องทำลายคนกว่า 100ชีวิต ทำลายความสุขเดียวของพี่น้องประชาชนที่ได้ฟังรายการ” นายจตุพร กล่าว

นายจตุพร กล่าวว่า อะไรที่คิดว่ามีอำนาจแล้วทำได้ ไม่ใช่ ถ้าการใช้อำนาจโดยมิชอบ แม้มีอำนาจ ผมก็ใช้ช่องทางกฎหมายโดยไม่ไหวหวั่น เพราะฉะนั้นการต่อสู้ทางศาลปกครอง ในวิกฤติย่อมมีสิ่งดีและโอกาสอยู่เสมอ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ขบวนการประชาธิปไตยเรายังไม่แข็งแรงในโลกโซเชียลมีเดียล สถานีแห่งนี้ยังอยู่ครบและทำหน้าที่เหมือนเดิม จะเผยแพร่ผ่านยูทูป เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม บ็อกซ์ และทุกวิถีทาง การเคลื่อนไหวของนปช.ก็ยังดำเนินการต่อ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงความเห็น ไม่เห็นด้วยต่อรัฐธรรมนูญ การสร้างความเจ็บช้ำให้ประชาชนเจ็บปวดหรือจะบีบบังคับให้เราออกมาต่อสู้ ทั้งที่เราอยู่อย่างเจียมตัว สู้นั้นสู้อยู่แล้วถ้ามีลมหายใจกัน แต่จะเดินหากระบวนการยุติธรรม ไม่นอนรอวันตาย จะเดินหาความยุติธรรมทุกที่ เมื่อปิดสถานี ปิดทุกช่องทาง โลกโซเชียลมีเดียมีขบวนการผลิตอย่างต่อเนื่อง ไม่ทราบว่าผู้นำประเทศมีความรู้สึกอย่างไร กับถ้อยคำเหล่านี้ หลังจากบอกประเทศไทยมีประชาธิปไตย 99.99เปอร์เซ็นต์ เป็นประชาธิปไตยกว่ารัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง แต่เจอถ้อยคำ อย่ามองคนเห็นต่างเป็นศัตรู  กับบอกกระทบต่อความมั่นคงจนปิดสถานีโทรทัศน์ ไม่ทราบใครเป็นเสนาธิการหรือใครรายงานให้ ไม่ทราบว่ายูเอ็น หรือทูตในประเทศ จะมีความรู้สึกอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่บอกว่าไม่มีใคร ปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ที่สำคัญที่สุด การจะเบี่ยงเบนความสนใจในบรรยากาศที่ประชาชนท้องหิวไม่ได้ทำได้ง่ายๆ
ประธานนปช.กล่าวอีกว่า ทุกวิกฤตคือยาชูกำลังที่ปลุกให้เรามาต่อสู้ เมื่อเริ่มที่ความไม่ยุติธรรม ความปรองดองถูกตีความว่าไม่ปรองดอง บ้านเมืองเดินหน้าไปได้ยาก เราไม่ใช่แมงเม่าจะเข้ากองไฟ เรารู้ควรทำอย่างไร อย่าวิตก เมื่อกล้าปิดพีซทีวีก็ต้องกล้ายืนทายท้าเช่นกัน หนทางจากนี้จะปรับสภาพ เดินหน้าไปข้างหน้า ชุดเตรียมการก็ปฏิบัติการณ์เพื่อเข้าไปสู่ในโซเชียลมีเดีย ไม่หนักกว่าสิ่งที่เราเคยผ่าน เพื่อจะบอกว่าฝ่ายประชาชน ประชาธิปไตย ฆ่าอย่างไรก็ไม่มีวันหมด ไม่มีวันจบ เราเชื่อว่าการยืนในแนวทางที่ถูกต้อง ไม่ทรยศวีรชนที่ได้ล่วงลับไป เป็นหน้าที่ของพวกเราที่ต้องเดินหน้าต่อไป

นายจตุพร ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การปิดพีซทีวี หลังจากร้องเรียนไปยังองค์กรต่างๆในประเทศแล้ว จะร้องเรียนไปยังองค์กรนานาชาติ หากหาที่พึ่งใดๆไม่ได้ เราจะถวายฎีกาต่อพระเจ้าแผ่นดิน

จากนั้นตัวแทนพนักงานได้อ่านแถลงการณ์ มีใจความสำคัญว่า ขอให้ยุติการกลั่นแกล้ง ยุติยัดเยียดความผิดซ้ำซาก ยัดเยียดข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จ จนได้รับโทษระงับการออกอากาศ โดยกสท.ที่ทำหน้าที่แทนกสทช. ไม่เคยให้สถานีพีซทีวีเข้าชี้แจง มีพฤติกรรมลุแก่อำนาจด้วยการใส่ร้าย โดยเราจะดำเนินการทางกฎหมายทุกวิถีทาง เราเชื่อว่า หนทางการแสวงหาความเป็นธรรมนี้ เป็นแนวทางอันสงบสันติที่สร้างเสริมให้เกิดบรรยากาศปรองดองได้แกร่งกล้าขึ้นในสังคมไทย

ต่อมานางธิดา ถาวรเศรษฐ แกนนำนปช.กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราไม่ได้ต่อสู้เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่ต่อสู้เพื่ออิสระเสรีภาพของสื่อมวลชน เราพยายามทำหน้าที่ของสื่อให้ดีที่สุดภายใต้กฎกติกา และต่อสู้ในฐานะจุดยืนประชาชน เราไม่ใช่สถานีบันเทิง กีฬา เราเป็นสถานีทั่วไปเน้นการเมืองที่เลือกข้างในฝ่ายประชาธิปไตย ข้างประชาชน ไม่ใช่เลือกในข้างของผู้มีอำนาจคนใดคนหนึ่ง เลือกประชาชนจึงถือว่าเป็นข้างที่ถูกต้อง กสทช.ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงที่ลงดาบนี้ ประวัติศาสตร์จะจารึกว่าที่ท่านลงดาบนี้ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ทั้งในแง่ความมั่นคง ความถูกต้องและในทางปฏิบัติ

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. ให้สัมภาษณ์ว่า การที่พีซทีวีฟ้องศาลปกครองเพราะหวังพึ่งให้พิจารณาว่า มติที่กสทช.พิจารณาปิดพีซทีวีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการเมือง ขอสื่อสารไปถึงผู้มีอำนาจว่าการกระทำที่ปรากฎอยู่ คงไม่สามารถนำพาบ้านเมืองไปสู่ความเป็นประชาธิปไตย เกิดความปรองดองได้ แต่สะท้อนให้เห็นเจตนาที่แท้จริง เพื่อสร้างปมขัดแย้งเพื่อดำรงอยู่ในอำนาจให้ยาวนานหรือไม่ เนื้อหาสาระรัฐธรรมนูญก็ดูเหมือนจะทำให้เกิดความวุ่นวาย การปิดพีซทีวีก็หวังจะให้เกิดแรงกระเพื่อมในฝั่งประชาชน ถ้าเป็นเกมการเมืองเพื่อรักษาอำนาจท่าน คงจะมาใช้กับพวกเราไม่ได้ เราจะไม่ออกไปสู้รบปรบมือกับผู้มีอำนาจ แต่จะทำข้อเท็จจริงให้ปรากฏต่อสาธารณะ

“สู้กับอำนาจพิเศษคงไม่ไปหักล้างกันด้วยกำลัง แต่จะต่อสู้ด้วยเหตุผล ความชอบธรรม สิ่งที่ท่านทำจะมาทำลายสิ่งที่เรายืนหยัดไม่ได้ แม้ท่านต้องการประกาศศึก แต่ศึกนี้จะไม่เกิด เราจะสู้โดยไม่เผชิญหน้า ไม่ใช้กำลัง”นายณัฐวุฒิกล่าว

นายณัฐวุฒิกล่าวอีกว่า ที่มองว่าเรากำลังจะพิจารณาเปิดช่องทีวีใหม่นั้น อย่างที่ได้บอกเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง คงไม่ใช่แค่เปลี่ยนหัวเป็นช่องอื่นแล้วจะออกอากาศได้ง่ายๆ สถานการณ์นี้ เป็นการตั้งต้นของเกมใหญ่ของผู้มีอำนาจที่กำลังถืออยู่ก็ได้ 

มีรายงานว่าขณะที่บรรดาแกนนำนปช.กำลังร่วมแถลงข่าวในห้องออกอากาศ บริเวณประตูด้านนอกของพีซทีวีมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารร.12 นับ10นาย มาเจรจากับผู้ดูแลสถานที่ของพีซทีวี ขอร้องไม่ให้มีการให้สัมภาษณ์บริเวณทางเดิน

ภาพเฟซบุ๊ก PEACE TV

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท