
เส้นทาง...นอกถนนการเมือง
กลายเป็นผลพลอยได้สำหรับ
“โทษแบน” 5 ปี ที่เป็นโอกาสให้ “เจ๊หน่อย” ได้กลับมาใช้ชีวิตปกติกับครอบครัว ทั้งในสถานะคุณลูก คุณแม่ และยังมีเวลาเหลือเฟือให้เดินตามความฝันที่เคยคิดจะเป็น “คนวาดรูป”หลังจากทุ่มเทเวลาเกือบ 3 ปี ในวันที่คุณแม่ป่วยหนักอย่างเต็มที่ ที่เธอถือเป็น
“โอกาส” และ “โชคดี” ที่ได้เว้นวรรคจากงานการเมืองที่ทำมา 10 ปี จนมีโอกาสได้ดูแลคุณแม่ในช่วงที่ป่วยหนักและอยู่ปรนนิบัติจนถึงวาระสุดท้ายทว่าจากการเสียคุณแม่ ทำให้เธอเกิดความฟุ้งซ่าน นอนไม่หลับ ต้องหาอะไรทำจนเป็นที่มาของการเริ่มต้นวาดรูปสีน้ำ โดยมีอาจารย์พันศักดิ์ ว่องกสิกร เจ้าของโรงเรียนไทยวิจิตรศิลป์ เพื่อนสามี มารับหน้าที่เป็นอาจารย์กิตติมศักดิ์
จากผลงาน 1020 รูป ได้ถูกคัดเลือกบางส่วนมาตีพิมพ์เป็น สคส. ที่จัดจำหน่าย ปรากฏว่าสามารถสร้างรายได้หลายล้านบาทมาร่วมทำบุญ ซึ่งเธอออกตัวว่ายังวาดไม่ค่อยเก่ง วาดได้แต่ภาพง่ายๆ ภาพดอกไม้ ถ้าว่างอีกก็จะไปเรียนเพิ่มอีก
อีกด้านหนึ่ง เธอยังมีเวลาว่างเพียงพอที่จะเรียนทำกับข้าวกับ
“สามี” ไปจนถึงติดตามเรียนทำอาหารผ่านรายการโทรทัศน์ โดยเฉพาะรายการ “ครัวแล้วแต่คริต” จนได้เมนูเด็ดเป็นสปาเกตตีแฮมและหมูผัดซอสเทอริยากิที่ลูกๆ ออกปากชมถึงงานการเมืองจะไม่สามารถทำได้ แต่
“เจ๊หน่อย” ยังเดินหน้าทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ “งานบุญ” และ “งานวิชาการ”สำหรับ
“งานบุญ” เป็นงานต่อเนื่องที่ทำในนามมูลนิธิไทยพึ่งไทย ตั้งแต่สมัยเป็น รมว.สาธารณสุข ด้วยการระดมทุนช่วยเหลือผ่าตัด “ดวงตา” และ “หัวใจ” ให้กับผู้ป่วยยากไร้ที่รอคิวผ่าตัดไม่ได้มาแสนกว่ารายสำหรับการผ่าตัดดวงตา และหลายหมื่นคนในการผ่าตัดหัวใจ“
หลังๆ ก็นำรูปวาดสีน้ำที่นำมาทำเป็น สคส.ขาย ได้เงินมาจำนวนหนึ่งบริจาคทำโครงการต่อเนื่อง ถือโอกาสปีนี้เป็นปีมหามงคล 60 ปี ราชาภิเษก ก็เอางานบุญนี้ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ”เดิมวางโครงการจะจัดผู้ป่วยกับผู้บริจาคมาพบกันและร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ แต่จากเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองทำให้ต้องเลื่อนออกไป
สำหรับ
“งานวิชาการ” จะทำผ่าน “สถาบันสร้างสานอนาคตไทย” ซึ่งเป็นกิจกรรมเชิงวิชาการ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม บ้านเมือง การศึกษา เพราะไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมืองได้โดยตรงที่ผ่านมาเคยจัดสัมมนาเชิงวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจที่ได้ ดร.โกร่งวีรพงษ์ รามางกูร มาเป็นวิทยากร ขณะนี้สถาบันกำลังเตรียมทำโครงการอบรมเยาวชนต้นกล้าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการศึกษากับเด็ก
อีกโครงการเตรียมแผนจะทำหลักสูตรสร้างนักประชาธิปไตยรุ่นใหม่ คอร์สสั้นๆ 4 สัปดาห์ เชิญผู้มีความรู้ด้านต่างๆ มาอบรมกับคนรุ่นใหม่ ซึ่งจะเปิดตัวเร็วๆ นี้
ที่สำคัญ
“เจ๊หน่อย” เตรียมยกเครื่องเว็บไซต์ www.sudarat.com เพื่อเปิดช่องทางการสื่อสารกับประชาชนว่าทำอะไร ที่ไหน อย่างไร จะได้ไม่ต้องสงสัย หรือมีผู้ไม่หวังดีมาออกข่าวมั่วๆ ซั่วๆ ให้เราเสียหาย ตอนนี้เดี๋ยวเรื่องนั้นเรื่องนี้ เรารู้สึกเสียหาย “ตอนนี้การเมืองอีก 2 ปีมาว่ากัน แต่เรื่องบ้านเมืองถ้าเราจะทำอะไรที่เกี่ยวกับบ้านเมืองสังคม เราจะดำเนินการผ่านสถาบันกับเว็บไซต์ ส่วนงานบุญก็ดำเนินการผ่านมูลนิธิ”






