
สนช.เห็นชอบหลักการ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ที่ประชุม สนช.เห็นชอบหลักการ พ.ร.บ.ล้มละลาย ลดขั้นตอน เพิ่มขีดความสามารถ
ที่ประชุม สนช.เห็นชอบหลักการ พ.ร.บ.ล้มละลาย ลดขั้นตอน เพิ่มขีดความสามารถ
ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)มีมติเอกฉันท์182 เสียงเห็นชอบหลักการวาระแรก พ.ร.บ.ล้มละลาย พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณารายละเอียด 15 คน พร้อมกำหนดระยะเวลาพิจารณา 30 วัน
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวชี้แจงหลักการและเหตุผลของการออกพ.ร.บ.นี้ เนื่องจากกระบวนการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายที่กำหนดให้เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์เสนอคำขอรับชำระหนี้ต่อศาลเพื่อมีคำสั่งของรับชำระหนี้ ทำให้กระบวนการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีหลายขั้นตอน สมควรลดขั้นตอนโดยกำหนดให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ เพื่อให้การพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีความรวดเร็วขึ้น
นอกจากนี้ สมควรกำหนดรายละเอียดของคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายให้ชัดเจน และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้ยื่นคำของรับชำระหนี้ภายในกำหนดเวลาสองเดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดสามารถยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ในกรณีมีเหตุสุดวิสัยรวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
พล.อ.ไพบูลย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาธนาคารโลกออกรายงานเรื่องความยากง่ายในการประกอบธุรกิจโดยสำรวจรายละเอียดในแต่ละประเทศพบว่าไทยอยู่ในลำดับที่ 45 จาก ทั้งหมด 189 ซึ่งหนึ่งในตัวชี้วัดคือการแก้ไขปัญหาการล้มละลายทำให้ กระทรวงยุติธรรมออกกฎหมายนี้เพื่อทำให้เกิดความสามารถแข่งขันทางเศรษฐกิจ และหากกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ได้ก่อน 1 มิ.ย. 2558 จะมีผลต่อการจัดอันดับในปีต่อไป
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สนช. อภิปรายว่า การเร่งพิจารณาให้ทันกำหนดเส้นตาย 1 มิย. เหลือเวลา 30 วัน อาจจะเป็นปัญหาทำทันเวลาหรือไม่ที่จะมีผลต่อการจัดอันดับของธนาคารโลก เพราะขั้นตอนตามปกติ ในกรอบการพิจารณาในกรรมาธิการต้องใช้อีก 30 วัน อีกทั้งหากรีบเร่งเกินไปก็จะเกิดความไม่รอบคอบเพราะกฎหมายนี้เกี่ยวคดีเป็นหมื่นคดีและมูลค่าทรัพย์สินจำนวนมาก อีกทั้งการตัดขั้นตอนของศาลให้พนักงานพิทักษ์ทรัพย์มีอำนาจพิจารณาความรวดเร็วนั้นอาจะต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น
พล.อ.ไพบูลย์ ชี้แจงว่า กรอบเวลา นั้นเป็นเพียงแค่แจ้งให้ทราบ แต่หากไม่ทันก็ไม่เป็นไรขอให้พิจารณาให้รอบคอบ







