
แก้ขาดแคลนแรงงาน
ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มีรากเหง้ามาจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดน้อยลง ทำให้มีกำลังแรงงานเข้ามาในระบบน้อยลงตามไปด้วย เห็นได้จากอัตราการว่างงานทั้งระบบอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% มานานหลายปี สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าตลาดแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัวมาอย่างต่อเนื่อง
ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน มีรากเหง้ามาจากโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุ อัตราการเกิดน้อยลง ทำให้มีกำลังแรงงานเข้ามาในระบบน้อยลงตามไปด้วย เห็นได้จากอัตราการว่างงานทั้งระบบอยู่ในระดับต่ำกว่า 1% มานานหลายปี สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่าตลาดแรงงานอยู่ในภาวะตึงตัวมาอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ความเจริญเติบโตและทางเลือกในการทำงานที่มีมากขึ้น ทำให้แรงงานสัญชาติไทยไม่นิยมทำงานเสี่ยงอันตราย สกปรก และยากลำบาก เช่น งานกรรมกรแบกหาม คนงานในเรือประมง ฯลฯ
งานเหล่านี้จึงถูกเติมเต็มด้วยกำลังแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านหลายล้านคน ทว่าก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการในระบบเศรษฐกิจ ตัวเลขจากหลายหน่วยงานก็ชี้ไปในทางเดียวกันว่า ภาคการผลิตยังขาดแคลนกำลังแรงงานหลายแสนคน เช่น สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประเมินว่าภาครัฐต้องหาแรงงานไม่ต่ำกว่า 5 แสนคน หรือข้อมูลปี 2557 ของสำนักเศรษฐกิจการแรงงาน ก็ระบุว่ามีตำแหน่งที่ขาดแคลนแรงงานกว่า 1 แสนคน และมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นปีละ 3 แสนคน
อย่างไรก็ดี หากพิจารณารายละเอียดแล้ว จะพบว่าปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากความต้องการที่ไม่ตรงกันของนายจ้างกับคนหางาน โดยหากพิจารณาข้อมูลจากรายงานสถานการณ์และการเตือนภัยด้านแรงงาน ปี 2557 พบว่าในจำนวนคนว่างงาน 3.2 แสนคน ระดับการศึกษาที่มีการว่างงานสูงสุด คือ ระดับอุดมศึกษา 35.16%
ขณะที่ตำแหน่งงานที่ขาดแคลนแรงงานมากที่สุด คือ เสมียน พนักงานธุรการ ช่างไฟฟ้า แรงงานทั่วไป พนักงานขายสินค้า ฯลฯ สะท้อนว่าแรงงานที่ขาดแคลนนั้นเป็นแรงงานระดับล่าง แต่แรงงานที่จบระดับปริญญากลับอยู่ในภาวะล้นตลาด
ทั้งนี้ หากรัฐสามารถสร้างแรงงานให้ตรงกับตำแหน่งงานที่ขาดแคลนได้ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนแรงงานได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นอกจากต้องพัฒนาอบรมฝีมือให้ตรงความต้องการของนายจ้างแล้ว ต้องสร้างความรู้สึกภูมิใจในงาน รวมทั้งต้องส่งเสริมให้มีเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อให้คนทำงานมองเห็นอนาคต ไม่ต้องทำงานระดับล่างตลอดไป
ขณะเดียวกัน ในส่วนของมาตรการอื่นๆ เช่น การพัฒนาฝีมือยกระดับผลิตภาพแรงงาน แม้ภาครัฐจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องและถูกทาง มีการร่วมมือกับภาคเอกชนจัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานที่ตรงกับความต้องการของนายจ้าง แต่ประเด็นที่สำคัญที่สุดรัฐต้องพิจารณาปรับโครงสร้างระบบเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับภาวะสังคมผู้สูงอายุ มุ่งไปสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาทดแทนแรงงาน ลดการพึ่งพาอุตสาหกรรมที่ใช้กำลังแรงงานอย่างจริงจัง
ไม่เช่นนั้น ต่อให้ฝึกอบรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือนำเข้าแรงงานต่างด้าวสักเท่าใด ก็จะยังคงประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานอยู่ร่ำไป







