
ดีเอสไอเดินสายแจ้งเตือนปชช.ภัยแชร์ลูกโซ่
ดีเอสไอเดินสายให้ความรู้ประชาชน 4 ภาค ป้องกันตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ พบร้องเรียนดีเอสไอเสียหายกว่า 2 พันล้าน
ดีเอสไอเดินสายให้ความรู้ประชาชน 4 ภาค ป้องกันตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ พบร้องเรียนดีเอสไอเสียหายกว่า 2 พันล้าน
เมื่อวันที่ 30 เม.ย.เวลา 09.30 น.ที่โรงแรม ดิเอ็มเพลส เชียงใหม่ นางสุวณา สุวรรณจูฑะ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เป็นประธานเปิด “โครงการสัมมนาแจ้งเตือนภัยไม่ให้ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2558 ให้กับประชาชน” โดยดีเอสไอได้จัดขึ้นใน 4 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งที่ผ่านได้ดำเนินการแล้วใน 2 พื้นที่ คือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา และภาคกลางที่จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีคณะผู้บริหารของดีเอสไอเข้าร่วม ประกอบด้วย พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ รองอธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ และพ.ต.ท.สมพร ชื่นโกมล ผอ.สำนักคดีพิเศษภาค 5 โดยมีนายนาวิน สินธุสะอาด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงเป็นผู้ให้การต้อนรับ
สำหรับบรรยากาศภายในงานดังกล่าว ได้มีการจัดเวทีอภิปรายเรื่อง "ทำอย่างไร...ไม่ตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่" โดยดีเอสไอ พร้อมอภิปรายเรื่อง "คดีพิเศษและวิธีการรับเป็นคดีพิเศษ" บรรยายโดย พ.ต.ต.วรณัน ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงภัยและความเสียหายที่เกิดจากแชร์ลูกโซ่ และเท่าทันการหลอกลวงจากเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ภายในงานมีประชาชนให้ความสนใจและร่วมรับฟังการอภิปรายประมาณ 600 คน
นางสุวณา กล่าวว่า ปัจจุบันมีประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อของธุรกิจการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือ แชร์ลูกโซ่ ซึ่งมีผู้เสียหายเข้ามาร้องเรียนยังดีเอสไออย่างต่อเนื่อง ซึ่งคิดเป็นคิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งทางดีเอสไอได้ให้ความสำคัญถึงภัยและความเสียหายของประชาชนผู้ตกเป็นเหยื่อของธุรกิจแชร์ลูกโซ่ ซึ่งปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนารูปแบบการวางแผนที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันกลโกงของแชร์ลูกโซ่ ทางดีเอสไอจึงได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชน พร้อมให้คำปรึกษาและความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแชร์ลูกโซ่ รวมถึงการสร้างเครือข่ายภาคประชาชนในการเผยแพร่บทบาท ภารกิจของดีเอสไอให้กับประชาชน ทั้งนี้ แชร์ลูกโซ่ เป็นการฉ้อโกงประชาชน ซึ่งมีรูปแบบหลอกลวงให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกเพื่อร่วมลงทุนในธุรกิจที่คล้ายคลึงกับการทำธุรกิจแบบขายตรง แต่มีความแตกต่างกันตรงที่แชร์ลูกโซ่จะไม่เน้นการจำหน่ายสินค้าหรือให้บริการ โดยอ้างว่า จะได้รับผลตอบแทนสูง ต่อมาจะหยุดการจ่ายค่าตอบแทนปิดกิจการและนำเงินหนีไป ทำให้สมาชิกไม่ได้รับค่าตอบแทนและเงินหุ้นส่วนคืน เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก
"ลักษณะแชร์ลูกโซ่ปัจจุบันเป็นกลุ่มแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ ประกอบธุรกิจไปทั่วโลก บางครั้งกว่าจะมีการดำเนินคดีอาจมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อจำนวนมาก ตั้งแต่มีการก่อตั้งดีเอสไอมีคดีแชร์ลูกโซ่กว่า100คดี สำหรับพื้นที่ภาคเหนือพบร้อยละ 30 มีปัญหาแชร์ลูกโซ่" อธิบดีดีเอสไอ กล่าว
นางสุวณา กล่าวต่อว่า สำหรับการเยียวยาในคดีดังกล่าวอาจเกิดความล่าช้า เพราะการดำเนินคดีต้องใช้เวลา อีกทั้งประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก จากปัญหาดังกล่าวส่งให้เป็นหนี้นอกระบบกู้หนี้ยืมสิน รวมถึงกระทบกับการใช้ชีวิตที่ลำบากขึ้น การลงทุนต่างๆประชาชนควรศึกษาตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้านก่อนด้วย อย่างไรก็ตาม รูปแบบแชร์ลูกโซ่มีลักษณะให้ค่าตอบแทนสูงลงทุนเยอะ โดยประชาชนสามารถตรวสอบหรือสอบถามได้จากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สุดท้ายการสัมมนาก็เพื่อป้องกันไม่ประชาชนตกเป็นเหยื่อและครั้งต่อไปจะมีการจัดสัมมนาให้ความรู้เรื่องแชร์ลูกโซ่ในภาคใต้ จ.สุราษฎร์ธานี ในเดือน พ.ค.นี้







