posttoday
‘ปั๊มลูกเพื่อชาติ’ ต้องมองไกลกว่าแค่ปริมาณ

‘ปั๊มลูกเพื่อชาติ’ ต้องมองไกลกว่าแค่ปริมาณ

30 เมษายน 2558

อัตราการเกิดของประชากรไทยกำลังวิกฤตหนัก เพราะจากการสำรวจของกรมอนามัย

โดย...ทีมข่าวในประเทศโพสต์ทูเดย์

อัตราการเกิดของประชากรไทยกำลังวิกฤตหนัก เพราะจากการสำรวจของกรมอนามัย พบว่าอัตราการเกิดในปีที่ผ่านมาลดน้อยลงจาก 8 แสนคน เหลือเพียงราว 6 แสนคนเท่านั้น สาเหตุสำคัญคือ คนไทยแต่งงานช้าและไม่ยอมมีบุตร

กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) จึงเตรียมออกมาตรการรณรงค์ให้ชายหญิงพบปะกัน เพื่อเพิ่มโอกาสการมีบุตร รวมถึงจัดระบบให้คำแนะวัยรุ่นเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนมีบุตรหลังอายุ 20 ปี

คำถามสำคัญที่ตามมาก็คือ ในสภาพเศรษฐกิจและสังคมแบบนี้ ประเทศไทยต้องการจำนวนประชากรในอัตราที่สูงขึ้น และพ่อแม่ต้องการมีลูกเพิ่มจริงหรือ?

ศ.ปราโมทย์ ประสาทกุลผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ และอาจารย์สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ฉายภาพให้เห็นว่า อัตราการเกิดลดลงอย่างเห็นได้ชัดจริง โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับระหว่างปี 2506-2526 ซึ่งมีประชากรเกิดใหม่เกิน 1 ล้านคน ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับวัยทำงาน ที่มีภาระในการทำหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ รวมถึงอาจกระทบในลักษณะที่จะต้องจ่ายภาษี เพื่อนำไปเป็นค่ารักษาพยาบาลให้กับผู้สูงอายุ ซึ่งสังคมไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบ

อย่างไรก็ตาม ศ.ปราโมทย์ แสดงความคิดเห็นว่า วิธีแก้ปัญหาเรื่องการเกิดของประชากร คือ ทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดใหม่มีคุณภาพมากกว่าจะเน้นเรื่องปริมาณ เพราะหากสนับสนุนให้เด็กเกิดใหม่ โดยที่ไม่มีการควบคุมคุณภาพจากพ่อแม่ จะยิ่งอันตราย

“ที่เราต้องคุยกันคือ ทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดใหม่มีคุณภาพมากขึ้น หลายประเทศทั่วโลกที่มีปัญหาประชากรไม่พอ ล้วนต้องหาวิธีก่อนว่าจะทำอย่างไรให้เด็กที่เกิดมาใหม่มีคุณภาพ ไม่มีปัญหาเรื่องภาระสังคม หรือติดยาเสพติด ซึ่งนโยบายตรงนี้ต้องชัดก่อน” ศ.ปราโมทย์ ระบุ

ทั้งนี้ เขามองว่าควรต้องเริ่มสนับสนุนจากพ่อแม่ที่ตั้งใจมีบุตรจริงๆ โดยมองข้ามเส้นแบ่งเรื่องความเป็นคนจน-คนรวย รวมถึงมองภาพรวมว่าจะให้การศึกษากับเด็กที่เกิดขึ้นอย่างไร และให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพอย่างไร

ยกตัวอย่างเช่น อาจสนับสนุนทางการเงินพ่อแม่ในการเลี้ยงดู หรือสนับสนุนในเรื่องการเลี้ยงเด็ก-สถานศึกษา เพื่อให้เด็กที่โตขึ้นมามีคุณภาพจริงๆ มากกว่าจะเน้นแต่ปริมาณ ซึ่งจะสร้างปัญหาให้ประเทศตามมาภายหลัง

ขณะที่ นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานสมาคมสภาผู้สูงอายุแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจะแก้ปัญหาเรื่องการเพิ่มจำนวนประชากรไม่ใช่เรื่องง่าย สังเกตจากประเทศอย่างไต้หวันหรือญี่ปุ่น ซึ่งมีนโยบายดังกล่าวมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ

ขณะที่ในสิงคโปร์ แม้จะประสบความสำเร็จแต่ก็ต้องสนับสนุนให้ชาวต่างชาติที่มีคุณภาพ เข้ามาตั้งถิ่นฐานสร้างครอบครัวในประเทศ และรัฐบาลก็ต้องหาที่อยู่อาศัย ขยายพื้นที่ของประเทศเพิ่ม ซึ่งจะสังเกตได้ว่าประชากรสิงคโปร์แท้ๆ ก็ยังไม่สามารถเพิ่มอัตราการมีบุตรได้ เพราะฉะนั้นทั่วโลกยังไม่มีโมเดลตายตัวให้ศึกษา ต่างจากนโยบายในอดีตของไทยในการควบคุมประชากร ที่มีตัวอย่างให้ศึกษาหลายประเทศ

“หันกลับมามองบ้านเรา จะเห็นได้ชัดว่าการมีลูกสักคนเป็นภาระทางเศรษฐกิจ-สังคมอย่างสูง เพราะค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูลูกขณะนี้แพงมาก ปัจจุบันแม่ต้องออกไปทำงาน เมื่อแม่ออกไปทำงานก็ต้องหาพี่เลี้ยง จะฝากเพื่อนบ้านหรือญาติดูแลก็ไม่ได้อีกแล้ว ขณะเดียวกันพอจะเข้าโรงเรียนก็ต้องแข่งขัน ต้องมีค่าใช้จ่ายจิปาถะอีก เพราะฉะนั้นวิธีแก้ไม่ใช่แค่สนับสนุนให้คนมีลูกอย่างเดียว” นพ.วิชัย กล่าว

คุณหมอวิชัย กล่าวอีกว่า ถึงเวลาศึกษาว่าจะสร้างรูปแบบอย่างไรให้การเกิดของประชากรในเชิงปริมาณ และในเชิงคุณภาพต้องควบคู่กัน เพราะหากเน้นคุณภาพอย่างเดียวก็อาจมีปัญหาด้านประชากร ซึ่งการมองเรื่องการเพิ่มจำนวนเป็นเรื่องที่ดี แต่ทำได้ไม่ง่าย ส่วนการสร้างสมดุลกับผู้สูงอายุนั้น เชื่อว่าน่าจะให้ผู้สูงอายุได้ดูแลตัวเองได้ มีกิจกรรมให้ทำ และอยู่บ้านมากกว่าอยู่ในโรงพยาบาล มากกว่าจะให้วัยแรงงานมาดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐควรเร่งสนับสนุนระบบการออมของคนที่กำลังเข้าสู่วัยชรา เพื่อให้ในอนาคตไม่ต้องเป็นภาระให้กับวัยแรงงาน

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์